องค์หญิงใหญ่กลับไปเหมือนวิญญาณออกจากร่าง เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงหันมาสอนเซียวอวี้ยิงธนูต่อ
เซียวอวี้กลับเหม่อลอย
“อาการปวดหัวของเจ้า รุนแรงหรือไม่?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเก็บหุ่นไปพลาง พูดขึ้นมาลอย ๆ
“อาการเดิม ๆ ข้าชินแล้วล่ะ”
คิ้วคมของเซียวอวี้ขมวดมุ่น ถามต่อเหมือนไม่ตั้งใจ
“ตอนที่อาการปวดหัวของหลิงเยี่ยนเอ๋อร์กำเริบ ยาที่เจ้าเคยให้นาง เป็นยาที่เจ้าใช้เองหรือ?”
ตอนนั้น เขาไม่รู้ว่านางเองก็มีอาการปวดหัวเหมือนกัน แถมยังบังคับนางส่งยาที่มีทั้งหมดมาให้หลิงเยี่ยนเอ๋อร์อีก…
เฟิ่งจิ่วเหยียนคร้านจะอธิบาย
“เพคะ
“ฝ่าบาท ท่านยิงธนูได้แล้ว”
เซียวอวี้กลับวางธนูลง จดจ้องมาที่นางด้วยสายตาลุ่มลึก “เจ้าควรบอกเราตั้งแต่แรก หากเรารู้ว่าเจ้าเองก็ต้องใช้ยานั้น ก็คงไม่บังคับเจ้า…”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเริ่มรำคาญ
“ฝ่าบาท วันนี้ข้ามาสอนยิงธนูให้ท่าน ไม่ใช่มารำลึกถึงความหลังกับท่าน”
กับคนที่นางไม่ได้สนใจ นางไม่ได้มีเวลาว่างมากระเง้ากระงอดด้วยขนาดนั้น
หัวใจของเซียวอวี้ว้าวุ่น จนมือเสียสมดุล
ก่อนหน้านี้เขาทำอะไรลงไป!
ฟิ้ว——
หัวลูกธนูเฉียดผ่านศีรษะของหุ่น หลุดออกจากเป้านิ่งไปแล้ว!
เฟิ่งจิ่วเหยียนหันไปมองเซียวอวี้
เซียวอวี้รู็สึกได้ถึงสายตาของนาง ไม่ได้หันกลับไปมอง
เขาเสียบลูกธนูดอกที่สองต่อทันที เล็งเป้าไปที่หัวของหุ่น
ธนูดอกนี้ดุดันรวดเร็ว
แต่น่าเสียดาย ยังคงพลาดเช่นเคย แค่ปักลงตรงหน้าของหุ่นเท่านั้น
ยามที่เซียวอวี้กำลังจะยิงต่อ ก็มีมือวางลงบนแขน แล้วกดแขนเขาลง
“ตั้งสติให้นิ่ง สายตาเล็งให้แม่น สิ่งสำคัญที่สุดคือ จิตใจแน่วแน่”
เขาทำตามที่นางบอก แต่ก็ยังไม่ได้เหมือนเดิม
เฟิ่งจิ่วเหยียนขยับเข้าไปใกล้ แล้วจับมือปรับท่าทางให้เขา
ขณะที่เซียวอวี้กำลังจะยิงลูกธนูออกไป แต่กลับได้ยินนางพูดว่า “ช้าก่อน”
จากนั้นนางก็วางมือลงบนข้อมือของเขา
เซียวอวี้ไม่เข้าใจ
นางกล่าวอย่างเรียบนิ่ง
“รอให้ชีพจรเต้นช้าลงกว่านี้ ค่อยปล่อยลูกธนูออกไป”
ทว่า ชีพจรของเขาไม่ได้ช้าลงกลับเร็วขึ้น
เซียวอวี้ไม่สนใจยิงธนูอีกต่อไป วางธนูลง แล้วก้าวยาว ๆ ตามนางไป
“ฮองเฮา…”
เฟิ่งจิ่วเหยียนหยุดเดิน หันหลังให้เขา กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาเล็กน้อย
“ทางที่ดีท่านควรหยุดความคิดไร้สาระเหล่านี้ซะ”
กล่าวจบ นางก็เดินออกไปจากสนามม้าหลวง เหลือไว้เพียงเซียวอวี้คนเดียว นัยน์ตาปกคลุมไปด้วยความมืดมัว เสมือนเมฆก่อตัวหนาแน่น จนแสงดาวเรือนลาง
บริเวณมุมลับ จิ้งเฟยยืนอยู่หลังต้นไม้ จ้องมองเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ในสายตา
ใบหน้างดงามของนางไม่อาจประคองความนุ่มนวลไว้ได้อีกต่อไป ความเกลียดชังพาดผ่านทางสีหน้า
ฮองเฮาช่างร้ายกาจ
ณ ตำหนักหวั่นโซ่ว
ไทฮองไทเฮาไม่พอใจอย่างยิ่ง
“วันนี้ฝ่าบาทสอนยิงธนูฮองเฮาทั้งวันเลยหรือ? เหลวไหลสิ้นดี! เขาเป็นถึงฮ่องเต้ เหตุใดถึงได้ปล่อยตัวปล่อยใจ หลงระเริงเช่นนี้!”
สาวใช้พูดโน้มน้าว
“ไทฮองไทเฮาใจเย็นก่อนเพคะ ฝ่าบาททรงทุ่มเทปกครองแคว้น ไม่ใช่คนเลอะเลือนเช่นนี้”
หากความผิดไม่ได้อยู่ที่ฝ่าบาท ก็ต้องอยู่ที่ฮองเฮา
นัยน์ตาของไทฮองไทเฮาทอแววลุ่มลึก
“หลายวันมานี้ฮองเฮาค้างคืนที่ตำหนักจื้อเฉินติดต่อกันหลายคืน ยังไม่พออีกหรือ! เวลากลางวันยังจะยึดตัวฝ่าบาทไปอีก ใช้ได้ที่ไหนกัน!”
นางต้องจัดการเรื่องนี้ให้ดีเสียแล้ว!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...