สีหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียนชะงักงัน สันหลังเหยียดตรง และไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ
มือข้างหนึ่งของนางถูกเซียวอวี้กุมเอาไว้
เมื่อรู้ว่าเขาคิดจะทำสิ่งใด นางจึงรีบแกะมือของเขาออกทันที
เซียวอวี้พลันเปลี่ยนเป็นจับคางของนาง ทำท่าเหมือนต้องการจะจูบนาง
นางรีบถอยหลบทันที ทว่ากลับเห็นเขาหยุดนิ่ง และส่งยิ้มมาให้นาง
ในรอยยิ้มนั้นแฝงทั้งการหยอกล้อและการเย้าแหย่
“เราคิดว่าเจ้าไร้ยางอายถึงขั้นว่าไม่หวาดกลัวสิ่งใดเลย ทำไม ก็เข้าใจเป็นอย่างดีมิใช่หรือ? แม่ทัพน้อย...ไม่ใช่ประสบการณ์โชกโชนหรอกรึ”
นิ้วเรียวยาวของเขาเกี่ยวคางของนางให้ยกขึ้นเบา ๆ เผยให้เห็นส่วนโค้งของลำคอ เขาจูบลงไปเบา ๆ บนคอของนางโดยไม่ทันตั้งตัว
แผ่นหลังของเฟิ่งจิ่วเหยียนรู้สึกชาขึ้นมาทันที
“ปล่อย...”
เซียวอวี้คว้าเอวของนางไว้ ทันใดนั้นพลันก้มศีรษะลงไปที่ซอกคอของนาง
“มันทรมานมาก ขอเราพักหน่อยเถอะ”
ดูเหมือนคนที่เหนื่อยล้าอย่างเต็มที่ผู้นี้ พบเจอสถานที่ที่ได้พักผ่อนอย่างสงบ ทั้งตัวรู้สึกผ่อนคลาย
ทั้งดูเหมือนสัตว์ป่าที่ก่อนหน้ายังดุร้าย ตอนนี้กลับเชื่องลง และขดตัวหมอบอยู่ข้าง ๆ ขาเจ้านาย
ดูสงบนิ่ง
กระทั่งว่านอนสอนง่าย
ผ่านไปไม่นานเขาก็อธิบายด้วยเสียงแหบพร่า
“เราควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ เป็นความผิดของน้องชายต่างมารดาเจ้า เป็นเขาที่นำสมุดดอกไห่ถังนี้มาให้เรา
“ฮองเฮา...เรายังทรมานมาก ทำอย่างไรดี?”
ขณะที่พูด เขาก็คว้ามือของนางไว้ด้วยความรู้สึกกระวนกระวาย พยายามจะทำอะไรบางอย่าง
เฟิ่งจิ่วเหยียนใช้มืออีกข้างหนึ่งผลักเขาออก สีหน้าดูเยือกเย็น
“ฝึกควบคุมลมหายใจ ท่านกอดหม่อมฉันก็จะยิ่งทรมาน”
ไอ้บ้าเฟิ่งหมิงเซวียน...
แขนของเซียวอวี้ออกแรงรัดแน่นขึ้น และกอดเฟิ่งจิ่วเหยียนแน่นขึ้นกว่าเดิม
ลมหายใจของเขาวนเวียนไปมา และหยุดอยู่ที่ข้างใบหูของนาง
“นั่นก็ต้องกอดไว้...แม้ทรมานก็ต้องกอดไว้
“ฮองเฮา เราชอบเจ้าจริง ๆ
“เจ้ารู้หรือไม่ว่า เราต้องใช้พลังควบคุมจิตให้สงบมากเพียงใด ถึงจะบังคับตนเองไม่ให้แตะต้องเจ้า
“เราก็แค่อยากให้เจ้ารู้ว่า เราหวงแหนเจ้า”
“คนแซ่ต้วนผู้นั้น เขาทำได้หรือไม่?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนตอบอย่างตรงไปตรงมา : “เขาก็ทำได้ ท่านจะบอกว่าตนเองดีก็ได้ แต่ไม่สามารถด้อยค่าคนอื่นแล้วมาบอกว่าตนเองดีกว่า”
เซียวอวี้ : “เราดีกว่าเขา หากเจ้ารู้จักเราก่อน เจ้าจะต้องชอบเราอย่างแน่นอน”
เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ไม่แน่ใจว่า เขาเอาความมั่นใจมากมายเพียงนั้นมาจากที่ใด
ถึงแม้จะบอกว่าเขาเป็นถึงฮ่องเต้ ทว่าแต่ละคนนั้นก็มีดีแตกต่างกันไป
ทันใดนั้น เซียวอวี้นึกบางอย่างขึ้นมาได้ สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชา
ด้านนอกประตู
เฉินจี๋กับหลิวซื่อเหลียงต่างโค้งคำนับให้ฮองเฮา
เฟิ่งจิ่วเหยียนเหลือบมองพวกเขาสองคน และเตือนพวกเขาด้วยความหวังดี
“สักครู่ค่อยเข้าไป ตอนนี้ฝ่าบาทไม่สะดวก”
ทั้งสองสบตากันแวบหนึ่ง เหมือนจะเข้าใจ
ภายในตำหนัก เซียวอวี้มีพลังภายในอันลึกล้ำ เขาสามารถได้ยินว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนพูดสิ่งใด
เขาหยิบสมุดดอกไห่ถังบนโต๊ะขึ้นมา คิดจะโยนมันทิ้ง แต่ก็ชักมือกลับมา
อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหงุดหงิด เหตุใดเขาถึงชอบสตรีเช่นนี้!
......
วันต่อมา เฟิ่งจิ่วเหยียนออกจากวังในตอนเช้าตรู่
กระทั่งพลบคล่ำนางก็ยังไม่กลับมา
ณ ตำหนักจื้อเฉิน
เซียวอวี้มองเหล่าองครักษ์ด้วยสายตาเย็นชา
“ฮองเฮายังไม่เสด็จกลับวังอีกหรือ”
เขาไม่ควรปล่อยให้นางออกจากวัง
แม้ว่านางจะมีวิทยายุทธ์เก่งกาจ ก็ยากจะรับประกันได้ว่านางจะไม่ถูกผู้อื่นทำร้าย
“เฉินจี๋ ส่งกำลังคนไปเพิ่ม!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...