เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 439

ณ ตำหนักซินฮุ่ย

จิ้งเฟยสีหน้าดูคร่ำเคร่ง ไม่อ่อนโยนและสุขุมเหมือนที่ผ่านมา

นางขยี้ดอกไม้ตูมในมือจนป่นปี้

“ได้ยินข่าวแล้วหรือไม่”

ชิวหงก้มหน้าก้มตา รับรู้ถึงความโกรธของพระสนม พร้อมเอ่ยอย่างระวังตัว

“แม้ชาวบ้านจะตีกลองร้องทุกข์ เพื่อให้ถอดถอนฮองเฮา ทว่าฝ่าบาท...”

นางแอบเงยหน้าขึ้น เหลือบมองดูสีหน้าของจิ้งเฟย “ฝ่าบาททรงคัดค้านความเห็นของฝูงชน ไม่ทำตามใจราษฎร”

จู่ ๆ จิ้งเฟยก็ยิ้มขึ้นมาทันที

รอยยิ้มของนางดูอ่อนโยนเป็นที่สุด

“ฝ่าบาททรงต้องการจะปกป้องฮองเฮาจริง ๆ”

“พระนาง พวกเราควรทำอย่างไรดี?”

จิ้งเฟยมองออกไปด้านนอก พระอาทิตย์ตกแล้ว ราตรีกำลังมาเยือน

“ฝ่าบาททรงคิดจะปกป้องฮองเฮา ก็ต้องดูว่าชาวบ้านกับเหล่าทหารจำนวนมหาศาลจะเห็นด้วยหรือไม่”

นางรอได้

การตายของแม่ทัพน้อยเมิ่ง ยังไม่กระจายเป็นวงกว้างอย่างเต็มที่

อย่างน้อย ชายแดนเหนือและค่ายทหารเป่ยต้าทางนั้นก็ยังไม่ได้รับรู้ข่าว

นั่นคือทหารทั้งหมดของเมิ่งเฉียวม่อ

ทันทีที่พวกเขาก่อความวุ่นวาย ชายแดนเหนือจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลม

ฮ่องเต้ทรงไม่มีทางนิ่งเฉยโดยไม่แยแส

......

ณ ตำหนักหย่งเหอ

ประมาณยามจื่อ เฟิ่งจิ่วเหยียนถึงได้กลับมา

นางอยู่ในชุดดำอำพรางตัว ขณะเพิ่งเข้ามาในตำหนักด้านใน ก็เห็นเซียวอวี้นั่งอยู่บนเตียงของนาง

เขาจ้องมองนางด้วยความเย็นชาทั้งตัว

“เจ้ายังรู้จักกลับมาด้วยหรือ?”

ถึงแม้ปากจะดุดัน ทว่าวินาทีแรกกลับใช้สายตาดูให้แน่ใจว่า---นางได้รับบาดเจ็บหรือไม่

เฟิ่งจิ่วเหยียนคำนับให้เขาเล็กน้อย

“สืบเรื่องจนดึกไปหน่อย ท่านยังไม่บรรทมอีกหรือเพคะ?”

เซียวอวี้โมโหอัดอั้น “เจ้ายังไม่กลับมา เราจะนอนหลับได้อย่างไร?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยอย่างนอบน้อม

“ถือโอกาสสืบเรื่องข่าวลือในระยะนี้ด้วยเพคะ ดูเหมือนว่าจะเกี่ยวข้องกับจวนตระกูลมู่หรง”

เซียวอวี้ขมวดคิ้ว

“จวนตระกูลมู่หรง?”

เขาเงยหน้าขึ้นมองนาง

ทว่ากลับไม่เอ่ยสิ่งใด นางออกจากวังในครั้งนี้ ได้สืบหาเรื่องราวต่าง ๆ ไม่น้อย

เขาถึงขั้นสงสัยด้วยซ้ำว่า นางมีสามเศียรหกกรหรืออย่างไร

เฟิ่งจิ่วเหยียนคาดเดาต่อไปว่า

“จวนตระกูลมู่หรงทำเรื่องเช่นนี้ก็เพื่อจิ้งเฟย นางเป็นสตรีของท่าน หม่อมฉันคิดว่าเรื่องนี้ส่งต่อให้ท่านจัดการจะปลอดภัยกว่า”

เซียวอวี้พยายามเปลี่ยนความเข้าใจของนางใหม่

“เราไม่เคยแตะต้องจิ้งเฟย นางไม่ใช่สตรีของเรา”

นางขึ้นมาจากในน้ำ เมื่อเช็ดตัวให้แห้งแล้ว ก็เปลี่ยนเป็นชุดบรรทมที่สะอาดเรียบร้อย

นางมองเห็นเซียวอวี้ยังคงนั่งอยู่ด้านนอก เหมือนกับว่ากำลังเฝ้านางอยู่

สีหน้าเขาดูเคร่งขรึม “รีบเข้านอนเถอะ เรื่องของจวนตระกูลมู่หรง เราจะจัดการเอง”

“เพคะ”

คืนหนึ่งที่นอนไม่หลับ

เซียวอวี้นอนพลิกไปพลิกมา

เมื่อฟ้าใกล้สว่าง ขณะเฟิ่งจิ่วเหยียนพลิกตัวก็เหมือนชนเข้ากับบางอย่าง นางลืมตาขึ้นมาก็พบว่าเซียวอวี้กำลังนั่งอยู่ที่ปลายเตียงของนาง พร้อมจ้องมองนางด้วยความขุ่นเคือง

นางลุกขึ้นนั่งทันที

“ฝ่าบาท ท่านจะ...”

เซียวอวี้เอ่ยอย่างเย็นชา “เจ้าไม่ต้องค้างที่ตำหนักจื้อเฉินแล้ว”

นางกลับรู้สึกไว้ใจเขา จึงนอนหลับสนิทเช่นนั้น

คืนที่ผ่านมาเขาเกือบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ คิดจะทำอะไรบางอย่างกับนาง

ท้ายที่สุดแล้วก็คือประเมินความอดทนของตนเองสูงไป ลืมไปว่าเขาก็เป็นชายชาตรีที่ยังหนุ่มยังแน่น

เฟิ่งจิ่วเหยียนพยักหน้า

“เพคะ”

สิ่งเดียวที่นางอาลัยอาวรณ์ต่อตำหนักจื้อเฉินแห่งนี้ ก็คืออ่างน้ำที่นางได้ใช้ในคืนที่ผ่านมา มันสบายเหลือเกิน

ภายในตำหนักเงียบสนิท เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยว่า

“อีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลบูชาเทพธิดาบุปผา ข้าเตรียมการแสดงไว้แล้ว ท่านอยากจะชมดูก่อนหรือไม่?”

เซียวอวี้บีบนวดคิ้ว และเอนกายลงที่ปลายเตียงอย่างเกียจคร้าน “เจ้าเตรียมการเรียบร้อยแล้วก็ดี เราไว้ใจเจ้า”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย