ณ ตำหนักซินฮุ่ย
จิ้งเฟยสีหน้าดูคร่ำเคร่ง ไม่อ่อนโยนและสุขุมเหมือนที่ผ่านมา
นางขยี้ดอกไม้ตูมในมือจนป่นปี้
“ได้ยินข่าวแล้วหรือไม่”
ชิวหงก้มหน้าก้มตา รับรู้ถึงความโกรธของพระสนม พร้อมเอ่ยอย่างระวังตัว
“แม้ชาวบ้านจะตีกลองร้องทุกข์ เพื่อให้ถอดถอนฮองเฮา ทว่าฝ่าบาท...”
นางแอบเงยหน้าขึ้น เหลือบมองดูสีหน้าของจิ้งเฟย “ฝ่าบาททรงคัดค้านความเห็นของฝูงชน ไม่ทำตามใจราษฎร”
จู่ ๆ จิ้งเฟยก็ยิ้มขึ้นมาทันที
รอยยิ้มของนางดูอ่อนโยนเป็นที่สุด
“ฝ่าบาททรงต้องการจะปกป้องฮองเฮาจริง ๆ”
“พระนาง พวกเราควรทำอย่างไรดี?”
จิ้งเฟยมองออกไปด้านนอก พระอาทิตย์ตกแล้ว ราตรีกำลังมาเยือน
“ฝ่าบาททรงคิดจะปกป้องฮองเฮา ก็ต้องดูว่าชาวบ้านกับเหล่าทหารจำนวนมหาศาลจะเห็นด้วยหรือไม่”
นางรอได้
การตายของแม่ทัพน้อยเมิ่ง ยังไม่กระจายเป็นวงกว้างอย่างเต็มที่
อย่างน้อย ชายแดนเหนือและค่ายทหารเป่ยต้าทางนั้นก็ยังไม่ได้รับรู้ข่าว
นั่นคือทหารทั้งหมดของเมิ่งเฉียวม่อ
ทันทีที่พวกเขาก่อความวุ่นวาย ชายแดนเหนือจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลม
ฮ่องเต้ทรงไม่มีทางนิ่งเฉยโดยไม่แยแส
......
ณ ตำหนักหย่งเหอ
ประมาณยามจื่อ เฟิ่งจิ่วเหยียนถึงได้กลับมา
นางอยู่ในชุดดำอำพรางตัว ขณะเพิ่งเข้ามาในตำหนักด้านใน ก็เห็นเซียวอวี้นั่งอยู่บนเตียงของนาง
เขาจ้องมองนางด้วยความเย็นชาทั้งตัว
“เจ้ายังรู้จักกลับมาด้วยหรือ?”
ถึงแม้ปากจะดุดัน ทว่าวินาทีแรกกลับใช้สายตาดูให้แน่ใจว่า---นางได้รับบาดเจ็บหรือไม่
เฟิ่งจิ่วเหยียนคำนับให้เขาเล็กน้อย
“สืบเรื่องจนดึกไปหน่อย ท่านยังไม่บรรทมอีกหรือเพคะ?”
เซียวอวี้โมโหอัดอั้น “เจ้ายังไม่กลับมา เราจะนอนหลับได้อย่างไร?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยอย่างนอบน้อม
“ถือโอกาสสืบเรื่องข่าวลือในระยะนี้ด้วยเพคะ ดูเหมือนว่าจะเกี่ยวข้องกับจวนตระกูลมู่หรง”
เซียวอวี้ขมวดคิ้ว
“จวนตระกูลมู่หรง?”
เขาเงยหน้าขึ้นมองนาง
ทว่ากลับไม่เอ่ยสิ่งใด นางออกจากวังในครั้งนี้ ได้สืบหาเรื่องราวต่าง ๆ ไม่น้อย
เขาถึงขั้นสงสัยด้วยซ้ำว่า นางมีสามเศียรหกกรหรืออย่างไร
เฟิ่งจิ่วเหยียนคาดเดาต่อไปว่า
“จวนตระกูลมู่หรงทำเรื่องเช่นนี้ก็เพื่อจิ้งเฟย นางเป็นสตรีของท่าน หม่อมฉันคิดว่าเรื่องนี้ส่งต่อให้ท่านจัดการจะปลอดภัยกว่า”
เซียวอวี้พยายามเปลี่ยนความเข้าใจของนางใหม่
“เราไม่เคยแตะต้องจิ้งเฟย นางไม่ใช่สตรีของเรา”
นางขึ้นมาจากในน้ำ เมื่อเช็ดตัวให้แห้งแล้ว ก็เปลี่ยนเป็นชุดบรรทมที่สะอาดเรียบร้อย
นางมองเห็นเซียวอวี้ยังคงนั่งอยู่ด้านนอก เหมือนกับว่ากำลังเฝ้านางอยู่
สีหน้าเขาดูเคร่งขรึม “รีบเข้านอนเถอะ เรื่องของจวนตระกูลมู่หรง เราจะจัดการเอง”
“เพคะ”
คืนหนึ่งที่นอนไม่หลับ
เซียวอวี้นอนพลิกไปพลิกมา
เมื่อฟ้าใกล้สว่าง ขณะเฟิ่งจิ่วเหยียนพลิกตัวก็เหมือนชนเข้ากับบางอย่าง นางลืมตาขึ้นมาก็พบว่าเซียวอวี้กำลังนั่งอยู่ที่ปลายเตียงของนาง พร้อมจ้องมองนางด้วยความขุ่นเคือง
นางลุกขึ้นนั่งทันที
“ฝ่าบาท ท่านจะ...”
เซียวอวี้เอ่ยอย่างเย็นชา “เจ้าไม่ต้องค้างที่ตำหนักจื้อเฉินแล้ว”
นางกลับรู้สึกไว้ใจเขา จึงนอนหลับสนิทเช่นนั้น
คืนที่ผ่านมาเขาเกือบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ คิดจะทำอะไรบางอย่างกับนาง
ท้ายที่สุดแล้วก็คือประเมินความอดทนของตนเองสูงไป ลืมไปว่าเขาก็เป็นชายชาตรีที่ยังหนุ่มยังแน่น
เฟิ่งจิ่วเหยียนพยักหน้า
“เพคะ”
สิ่งเดียวที่นางอาลัยอาวรณ์ต่อตำหนักจื้อเฉินแห่งนี้ ก็คืออ่างน้ำที่นางได้ใช้ในคืนที่ผ่านมา มันสบายเหลือเกิน
ภายในตำหนักเงียบสนิท เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยว่า
“อีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลบูชาเทพธิดาบุปผา ข้าเตรียมการแสดงไว้แล้ว ท่านอยากจะชมดูก่อนหรือไม่?”
เซียวอวี้บีบนวดคิ้ว และเอนกายลงที่ปลายเตียงอย่างเกียจคร้าน “เจ้าเตรียมการเรียบร้อยแล้วก็ดี เราไว้ใจเจ้า”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...