มู่หรงฉานตกตะลึงไปในทันที
“ร่วมบรรทม? กงกงมิได้ประกาศผิดไปใช่หรือไม่? ไทฮองไทเฮาประชวรหนักเช่นนี้ เหตุใดฝ่าบาทถึง…”
หลิวซื่อเหลียงพลันพยักหน้าลงด้วยท่าทีนอบน้อม
“กุ้ยเหรินได้ยินไม่ผิดพ่ะย่ะค่ะ บ่าวก็มิได้ประกาศผิดไปเช่นกัน ท่านเสด็จกลับไปก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
มู่หรงฉานมองยังประตูหน้าตำหนักด้วยท่าทีเป็นกังวล
“กงกง ไทฮองไทเฮาในยามนี้เป็นเช่นไรบ้างเพคะ? หากข้ามิได้เข้าไปเยี่ยมคงมิอาจวางใจได้ ได้โปรด ท่านช่วยไปทูลขอเข้าเฝ้าให้ข้าที”
มู่หรงฉานทำทีว่าตนเองหาได้สนใจเรื่องการร่วมบรรทมไม่ ทั้งยังเอาแต่สนใจเรื่องอาการป่วยของไทฮองไทเฮาเท่านั้น
หลิวซื่อเหลียงจึงตอบกลับไปด้วยความพอดีว่า
“เนื่องจากฝ่าบาทมีรับสั่งว่ามิให้ผู้ใดเข้าพบ กุ้ยเหรินรั้งรอก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ บ่าวทูลกล่าวมากไปย่อมไร้ความหมาย”
มู่หรงฉานจึงได้ยอมแพ้
หลังจากออกจากตำหนักวั่นโซ่วแล้วนั้น นางกำนัลรับใช้ชิวหงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
“กุ้ยเหรินเพคะ อีกไม่นานฝ่าบาทก็จะกลับมาโปรดปรานท่านเช่นเดิมแล้ว ทำเอาบ่าวนึกตกใจยิ่งนัก!”
นางครุ่นคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก ไทฮองไทเฮาประชวรหนักถึงเพียงนี้ เหตุใดฝ่าบาทถึงมีกระจิตกระใจทำเช่นนั้นได้?
ทว่า ขอเพียงแค่กุ้ยเหรินของนางได้กลับมาเป็นที่โปรดปรานอีกครั้ง เกรงว่าการจำหวนคืนตำแหน่งพระสนมกลับมาคงอยู่อีกไม่ไกลกระมัง!
“กุ้ยเหรินเพคะ สุนัขหลิวซื่อเหลียงผู้นั้นช่างมีตาหามีแววไม่! ยามที่ท่านยังเป็นจิ้งกุ้ยเหรินอยู่นั้น ยังต้องก้มหน้าโค้งคำนับให้ท่าน ยามนี้ช่างกล้ากระทำตัวไร้มารยาทยิ่งนัก! หากท่านกลับมาได้รับความโปรดปรานเมื่อใดละก็ พวกเขาจักต้องเสียใจ!”
มู่หรงฉานกลับมีท่าทีเงียบสงบผิดปกติ
ชิวหงหาได้รู้ไม่ว่า นางยังมิเคยร่วมบรรทมกับฝ่าบาทจริง ๆ เลยสักครั้ง
วันนี้จักเป็นครั้งแรกของนาง และอาจจะเป็นครั้งเดียวของนางด้วย
นางจักต้องคว้าโอกาสนี้เอาไว้ให้ได้ หากสามารถตั้งครรภ์ได้ในคราเดียวย่อมดี!
มิเช่นนั้นการลงแรงของไทฮองไทเฮาในครานี้ย่อมสูญเปล่า...
หลังจากที่มู่หรงฉานถูกลดตำแหน่งเป็นกุ้ยเหรินแล้วนั้น ถึงแม้นางจักยังอาศัยอยู่ภายในตำหนักซินฮุ่ย ทว่า หากใช่ตำหนักหลักไม่ แต่เป็นห้องโถงด้านข้างฝั่งตะวันตกแทน
ห้องโถงด้านข้างนั้น ล้วนแต่มีเอาไว้ให้แก่สนมที่มีฐานะต่ำ
ทว่า ตำหนักซินฮุ่ยในยามนี้หาได้มีสนมคนอื่น ๆ ไม่ มีเพียงมู่หรงฉานเพียงผู้เดียวเท่านั้น
ชิวหงจึงฉวยโอกาสนำบารมีของนายตนเองอวดเบ่งไปทั่ว เนื่องจากอีกไม่นาน นายของตนเองจะได้โอกาสกลับมาผงาดอีกครั้ง เมื่อนางกลับมาถึงตำหนักแล้วนั้น จึงชี้นิ้วสั่งงานข้ารับใช้ผู้อื่นไปทั่ว
“รีบเร่งเข้า! อีกไม่นานฝ่าบาทจะเสด็จมาที่นี่แล้ว! งานสำคัญเช่นการร่วมบรรทมของกุ้ยเหรินนั้น พวกเจ้าต้องระมัดระวังเอาไว้ให้ดี!”
ทำเอาข้ารับใช้ภายในวังรู้สึกแปลก ๆ ยิ่งนัก
การโปรดปรานพระสนมนั้น ปกติจะเป็นในยามราตรีมิใช่หรือ เหตุใดกลางวันแสก ๆ เช่นนี้ถึงได้...
ชิวหงหาได้ปล่อยโอกาสให้พวกนางสงสัยหรือเอ่ยถามออกมาไม่
“เร็วเข้า! รีบไปต้มน้ำเร็ว จัดเตรียมชาของว่างเอาไว้ด้วย หากวันปกติธรรมดาพวกเจ้าจักล่าช้ามิเคารพกุ้ยเหรินก็แล้วไป แต่การที่ฝ่าบาทเสด็จมาในวันนี้ พวกเจ้าจักต้องว่องไวและเตรียมการอย่างพิถีพิถัน อย่าได้เห็นเป็นเรื่องเล่น ๆ เป็นอันขาด!”
ภายในห้อง
มู่หรงฉานจึงถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ออก พร้อมเข้าไปอาบน้ำชำระกายในทันที
ยามที่น้ำร้อนสูงเลยตัวนางแล้วนั้น ทั่วร่างของนางพลันร้อนรุ่น ราวกับว่าร่างกายของนางถูกแขนอันแข็งแกร่งของบุรุษโอบล้อมเอาไว้ก็ไม่ปาน
เมื่อชำระร่างกายเสร็จ นางจึงสวมใส่อาภรณ์ร่วมบรรทมที่งดงามในทันที ให้ชิวหงถอยออกไป ก่อนที่นางจะหยิบภาพร่วมอภิรมย์ที่แอบเอาไว้ในก้นหีบออกมาศึกษาอย่างละเอียด
มิรู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใดแล้ว มู่หรงฉานจึงได้ยินเสียงโค้งกายทำความเคารพจากด้านนอกดังเข้ามา
“เข้าเฝ้าฝ่าบาท!”
พร้อมทั้ง ประตูที่ถูกเปิดออก
มู่หรงฉานจึงลุกขึ้นยืนเดินออกจากม่านไปต้อนรับในทันที
หรือว่า ฝ่าบาทตั้งใจจะเชื่อฟังเพียงเบื้องหน้าลับหลังมิคิดทำตามอยู่แล้ว!
ทว่า... ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร เขาก็มิอาจมาทำเช่นนี้กับนางได้!
ดวงตาของมู่หรงฉานพลันมีน้ำตาคลอเบ้าในทันที “ฝ่าบาทเพคะ หมอมฉันรักพระองค์จากใจจริงนเพคะ เหตุใดพระองค์ถึงมิหันมามองหม่อมฉันบ้าง?”
ใบหน้าของเซียวอวี้ที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและโหดเหี้ยมนั้น
เพียงเพราะผลประโยชน์และความต้องการของตนเอง นางถึงกล้าเอาความเป็นความตายของเสด็จย่ามาข่มขู่เขา
นางย่อมรู้ว่า เสด็จย่ารักและเป็นห่วงเป็นใยปกป้องนางทั้งยังรักและเอ็นดูนางเช่นนี้
สตรีอสรพิษที่ลงมือโดยมิสนวิธีการเช่นนาง ความจริงใจที่นางเอ่ยออกมานั้น จะน่าเชื่อถือได้แค่ไหนกัน?
……
ด้านนอกวังหลวง
เฟิ่งจิ่วเหยียนตามจนพบครอบครัวหนึ่ง
ทว่า หลังจากที่นางหยิบภาพวัยเด็กของเหลียนซวงออกมานั้น คนผู้นั้นพลางมองไปยังบุรุษที่สวมใส่หน้ากากเหล็กที่อยู่ตรงหน้า ที่ดูอย่างไรก็มิคล้าย “คนดี” พร้อมเผยสีหน้าไม่สบายใจออกมา
“ข้ามิรู้จักคนนี้!”
พูดจบเขาก็รีบดึงประตูปิดในทันที
เป็นท่าทีที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและรู้สึกผิดอย่างเห็นได้ชัด
เฟิ่งจิ่วเหยียนที่กำลังจะใช้กำลังบุกเข้าไปนั้น ด้านหลังกลับมีเสียงที่เจือไปด้วยความอบอุ่นดังขึ้นมา
“ได้โปรดหยุดมือ”
เมื่อนางหันกลับไปมองผู้ที่มาเยือนนั้น ก็จำได้ในทันทีว่าเขาคืออดีตองค์รัชทายาทเซียวจั๋ว
เหตุใดเขาจึงอยู่ที่นี่!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...