เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 444

มู่หรงฉานตกตะลึงไปในทันที

“ร่วมบรรทม? กงกงมิได้ประกาศผิดไปใช่หรือไม่? ไทฮองไทเฮาประชวรหนักเช่นนี้ เหตุใดฝ่าบาทถึง…”

หลิวซื่อเหลียงพลันพยักหน้าลงด้วยท่าทีนอบน้อม

“กุ้ยเหรินได้ยินไม่ผิดพ่ะย่ะค่ะ บ่าวก็มิได้ประกาศผิดไปเช่นกัน ท่านเสด็จกลับไปก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

มู่หรงฉานมองยังประตูหน้าตำหนักด้วยท่าทีเป็นกังวล

“กงกง ไทฮองไทเฮาในยามนี้เป็นเช่นไรบ้างเพคะ? หากข้ามิได้เข้าไปเยี่ยมคงมิอาจวางใจได้ ได้โปรด ท่านช่วยไปทูลขอเข้าเฝ้าให้ข้าที”

มู่หรงฉานทำทีว่าตนเองหาได้สนใจเรื่องการร่วมบรรทมไม่ ทั้งยังเอาแต่สนใจเรื่องอาการป่วยของไทฮองไทเฮาเท่านั้น

หลิวซื่อเหลียงจึงตอบกลับไปด้วยความพอดีว่า

“เนื่องจากฝ่าบาทมีรับสั่งว่ามิให้ผู้ใดเข้าพบ กุ้ยเหรินรั้งรอก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ บ่าวทูลกล่าวมากไปย่อมไร้ความหมาย”

มู่หรงฉานจึงได้ยอมแพ้

หลังจากออกจากตำหนักวั่นโซ่วแล้วนั้น นางกำนัลรับใช้ชิวหงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป

“กุ้ยเหรินเพคะ อีกไม่นานฝ่าบาทก็จะกลับมาโปรดปรานท่านเช่นเดิมแล้ว ทำเอาบ่าวนึกตกใจยิ่งนัก!”

นางครุ่นคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก ไทฮองไทเฮาประชวรหนักถึงเพียงนี้ เหตุใดฝ่าบาทถึงมีกระจิตกระใจทำเช่นนั้นได้?

ทว่า ขอเพียงแค่กุ้ยเหรินของนางได้กลับมาเป็นที่โปรดปรานอีกครั้ง เกรงว่าการจำหวนคืนตำแหน่งพระสนมกลับมาคงอยู่อีกไม่ไกลกระมัง!

“กุ้ยเหรินเพคะ สุนัขหลิวซื่อเหลียงผู้นั้นช่างมีตาหามีแววไม่! ยามที่ท่านยังเป็นจิ้งกุ้ยเหรินอยู่นั้น ยังต้องก้มหน้าโค้งคำนับให้ท่าน ยามนี้ช่างกล้ากระทำตัวไร้มารยาทยิ่งนัก! หากท่านกลับมาได้รับความโปรดปรานเมื่อใดละก็ พวกเขาจักต้องเสียใจ!”

มู่หรงฉานกลับมีท่าทีเงียบสงบผิดปกติ

ชิวหงหาได้รู้ไม่ว่า นางยังมิเคยร่วมบรรทมกับฝ่าบาทจริง ๆ เลยสักครั้ง

วันนี้จักเป็นครั้งแรกของนาง และอาจจะเป็นครั้งเดียวของนางด้วย

นางจักต้องคว้าโอกาสนี้เอาไว้ให้ได้ หากสามารถตั้งครรภ์ได้ในคราเดียวย่อมดี!

มิเช่นนั้นการลงแรงของไทฮองไทเฮาในครานี้ย่อมสูญเปล่า...

หลังจากที่มู่หรงฉานถูกลดตำแหน่งเป็นกุ้ยเหรินแล้วนั้น ถึงแม้นางจักยังอาศัยอยู่ภายในตำหนักซินฮุ่ย ทว่า หากใช่ตำหนักหลักไม่ แต่เป็นห้องโถงด้านข้างฝั่งตะวันตกแทน

ห้องโถงด้านข้างนั้น ล้วนแต่มีเอาไว้ให้แก่สนมที่มีฐานะต่ำ

ทว่า ตำหนักซินฮุ่ยในยามนี้หาได้มีสนมคนอื่น ๆ ไม่ มีเพียงมู่หรงฉานเพียงผู้เดียวเท่านั้น

ชิวหงจึงฉวยโอกาสนำบารมีของนายตนเองอวดเบ่งไปทั่ว เนื่องจากอีกไม่นาน นายของตนเองจะได้โอกาสกลับมาผงาดอีกครั้ง เมื่อนางกลับมาถึงตำหนักแล้วนั้น จึงชี้นิ้วสั่งงานข้ารับใช้ผู้อื่นไปทั่ว

“รีบเร่งเข้า! อีกไม่นานฝ่าบาทจะเสด็จมาที่นี่แล้ว! งานสำคัญเช่นการร่วมบรรทมของกุ้ยเหรินนั้น พวกเจ้าต้องระมัดระวังเอาไว้ให้ดี!”

ทำเอาข้ารับใช้ภายในวังรู้สึกแปลก ๆ ยิ่งนัก

การโปรดปรานพระสนมนั้น ปกติจะเป็นในยามราตรีมิใช่หรือ เหตุใดกลางวันแสก ๆ เช่นนี้ถึงได้...

ชิวหงหาได้ปล่อยโอกาสให้พวกนางสงสัยหรือเอ่ยถามออกมาไม่

“เร็วเข้า! รีบไปต้มน้ำเร็ว จัดเตรียมชาของว่างเอาไว้ด้วย หากวันปกติธรรมดาพวกเจ้าจักล่าช้ามิเคารพกุ้ยเหรินก็แล้วไป แต่การที่ฝ่าบาทเสด็จมาในวันนี้ พวกเจ้าจักต้องว่องไวและเตรียมการอย่างพิถีพิถัน อย่าได้เห็นเป็นเรื่องเล่น ๆ เป็นอันขาด!”

ภายในห้อง

มู่หรงฉานจึงถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ออก พร้อมเข้าไปอาบน้ำชำระกายในทันที

ยามที่น้ำร้อนสูงเลยตัวนางแล้วนั้น ทั่วร่างของนางพลันร้อนรุ่น ราวกับว่าร่างกายของนางถูกแขนอันแข็งแกร่งของบุรุษโอบล้อมเอาไว้ก็ไม่ปาน

เมื่อชำระร่างกายเสร็จ นางจึงสวมใส่อาภรณ์ร่วมบรรทมที่งดงามในทันที ให้ชิวหงถอยออกไป ก่อนที่นางจะหยิบภาพร่วมอภิรมย์ที่แอบเอาไว้ในก้นหีบออกมาศึกษาอย่างละเอียด

มิรู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใดแล้ว มู่หรงฉานจึงได้ยินเสียงโค้งกายทำความเคารพจากด้านนอกดังเข้ามา

“เข้าเฝ้าฝ่าบาท!”

พร้อมทั้ง ประตูที่ถูกเปิดออก

มู่หรงฉานจึงลุกขึ้นยืนเดินออกจากม่านไปต้อนรับในทันที

หรือว่า ฝ่าบาทตั้งใจจะเชื่อฟังเพียงเบื้องหน้าลับหลังมิคิดทำตามอยู่แล้ว!

ทว่า... ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร เขาก็มิอาจมาทำเช่นนี้กับนางได้!

ดวงตาของมู่หรงฉานพลันมีน้ำตาคลอเบ้าในทันที “ฝ่าบาทเพคะ หมอมฉันรักพระองค์จากใจจริงนเพคะ เหตุใดพระองค์ถึงมิหันมามองหม่อมฉันบ้าง?”

ใบหน้าของเซียวอวี้ที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและโหดเหี้ยมนั้น

เพียงเพราะผลประโยชน์และความต้องการของตนเอง นางถึงกล้าเอาความเป็นความตายของเสด็จย่ามาข่มขู่เขา

นางย่อมรู้ว่า เสด็จย่ารักและเป็นห่วงเป็นใยปกป้องนางทั้งยังรักและเอ็นดูนางเช่นนี้

สตรีอสรพิษที่ลงมือโดยมิสนวิธีการเช่นนาง ความจริงใจที่นางเอ่ยออกมานั้น จะน่าเชื่อถือได้แค่ไหนกัน?

……

ด้านนอกวังหลวง

เฟิ่งจิ่วเหยียนตามจนพบครอบครัวหนึ่ง

ทว่า หลังจากที่นางหยิบภาพวัยเด็กของเหลียนซวงออกมานั้น คนผู้นั้นพลางมองไปยังบุรุษที่สวมใส่หน้ากากเหล็กที่อยู่ตรงหน้า ที่ดูอย่างไรก็มิคล้าย “คนดี” พร้อมเผยสีหน้าไม่สบายใจออกมา

“ข้ามิรู้จักคนนี้!”

พูดจบเขาก็รีบดึงประตูปิดในทันที

เป็นท่าทีที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและรู้สึกผิดอย่างเห็นได้ชัด

เฟิ่งจิ่วเหยียนที่กำลังจะใช้กำลังบุกเข้าไปนั้น ด้านหลังกลับมีเสียงที่เจือไปด้วยความอบอุ่นดังขึ้นมา

“ได้โปรดหยุดมือ”

เมื่อนางหันกลับไปมองผู้ที่มาเยือนนั้น ก็จำได้ในทันทีว่าเขาคืออดีตองค์รัชทายาทเซียวจั๋ว

เหตุใดเขาจึงอยู่ที่นี่!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย