เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 443

ภายในตำหนักวั่นโซ่ว หมอหลวงคล้ายกับมีดาบจ่ออยู่ที่ลำคอ พลางเอ่ยรายงานออกมาด้วยท่าทีระมัดระวัง

“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ ไทฮองไทเฮามีอาการเป็นโรคหลอดเลือดในสมอง นับว่าอันตรายเป็นอย่างยิ่ง!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซียวอวี้จึงรีบก้าวเดินเข้าไปด้านใน

ใบหน้าของเขาพลันมืดมนไปในทันที

ถึงอย่างไร ญาติที่ยังหลงเหลืออยู่ในโลกนี้ของเขาก็หาได้มีมากไม่

ด้านในตำหนัก ไทฮองไทเฮานอนอยู่บนเตียงด้วยความอ่อนแรง พลางมองเซียวอวี้ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและมิอยากจาก

“ฝ่าบาท……”

เซียวอวี้ก้าวขึ้นไปข้างหน้า พลางจับมือนางเอาไว้

“เสด็จย่า” เซียวอวี้พยายามกดน้ำเสียงของตัวเองเอาไว้

จู่ ๆ ไทฮองไทเฮาก็ล้มป่วยลงเช่นนี้ ทำให้พระนางเอ่ยพูดออกมาได้อย่างติดติดขัดขัด ทั้งยังใช้เรี่ยวแรงเป็นอย่างมาก

พระนางพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงของตนเองออกมา ทำเอาเส้นเลือดบนลำคอถึงกับปูดบวมขึ้น พลางเอ่ยออกมาว่า

“ข้า...แก่มากแล้ว ไร้ประโยชน์ยิ่งนัก

“เจ้าที่มีชะตากรรมชีวิตลำบากมาตั้งแต่เด็ก… ข้าที่คอยมองดูอยู่ตรงนี้ ก็หวังว่าข้างกายของเจ้าจักมีคนรู้ใจ มี... มีลูก...

“ฝ่าบาทก็เป็นมนุษย์เช่นกัน เจ้าจักต้องมีครอบครัว อย่าได้ตำหนิข้าเลย... ที่ข้ามิได้ชื่นชอบฮองเฮสมากนัก…”

ภายในใจของเซียวอวี้รู้สึกซับซ้อนยิ่งนัก

“เสด็จย่า ท่านหยุดพูดเถิด”

เซียวอวี้ออกแรงบนมือเล็กน้อย ราวกับว่าหากทำเช่นนี้แล้วเขาจะสามารถชิงคนออกมาจากเงื้อมมือของยมทูตได้

“ไม่... ข้าจะต้องพูดข้ากลัวว่าภายภาคหน้าคงจะมิมีโอกาสอีกแล้ว…

.

“ฝ่าบาท เรื่องของฉานเอ๋อร์นั้น ข้ารู้เรื่องหมดแล้ว

“เจ้าไม่ควร...ไม่ควรโกหกข้าเช่นนี้!”

ใบหน้าของเซียวอวี้พลันเจือไปด้วยความเยือกเย็นออกมาในทันที ดวงตาจึงฉายความเย็นชาออกมา

ไทฮองไทเฮายังคงกล่าวต่อไปอีกว่า “ชีวิตของข้านั้น คงเป็นไม้ใกล้ฝั่งแล้ว… อวี้เอ๋อร์ หลานรักของข้า ข้ามีเพียงคำขอร้องสุดท้ายเท่านั้น หากเห็นแก่หน้าของข้าแล้ว ช่วยร่วมหอกับฉานเอ๋อร์ ได้หรือไม่?”

เซียวอวี้ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นไปมองไทฮองไทเฮา

“เสด็จย่า ท่านจักต้องมีอายุยืนยาวอย่างแน่นอน”

สีหน้าของเซียวอวี้พลันเต็มไปด้วยท่าทีเฉยเมย คล้ายกับเหวที่มองมิเห็นก้นเหว

หลังจากที่เซียวอวี้เอ่ยออกมานั้น ไม่นานอาการของไทฮองไทเฮาก็แย่ลงในทันที

“หมอหลวง!”

หมอหลวงรีบกรูเข้ามาตรวจดูอาการของไทฮองไทเฮา

เซียวอวี้จึงถอยกายออกไปนั่งรอข้างนอก เพื่อมิให้ตนเองขัดขวางการช่วยชีวิตของหมอหลวง

ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม

หมอหลวงจึงได้ออกมารายงานสถานการณ์

“ฝ่าบาท กระหม่อมสามารถรักษาอาการของไทฮองไทเฮาให้คงที่ได้แล้ว ทว่า ด้วยร่างกายที่ชราภาพของพระนางนั้นอ่อนแอมากนัก เกรงว่า... หากพระนางได้รับสิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง ถึงแม้ฮัวถวอยังมีชีวิตอยู่ ก็คงมิมีทางรักษาได้!”

เซียวอวี้รู้แล้วว่าหมอหลวงต้องการจะพูดอะไร

เขาจ้องมองไปที่ไทฮองไทเฮาอย่างไม่วางตา พลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า

“เรารับปาก”

หลังจากที่เซียวอวี้ตกปากรับคำนั้น ลมหายใจของไทฮองไทเฮาก็มีท่าทีสงบลง

ดวงตาของนางพลันทอประกายความหวังออกมา พลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงว่า

“วันนี้...วันนี้ก็เข้าร่วมบรรทมเถิด! ข้าเกรงว่า ตนเองอาจจะรอไม่ไหว...”

ดวงตาของเซียวอวี้พลันเจือไปด้วยท่าทีเฉยเมย ราวกับว่าตนเองเป็นหุ่นเชิดที่สูญเสียดวงวิญญาณไปก็ไม่ปาน

“ได้”

ไทฮองไทเฮสจึงเผยสีหน้าโล่งใจออกมาในทันที

ด้านนอกตำหนักนั้น

หลังจากที่ทราบข่าวว่าไทฮองไทเฮาประชวรหนักแล้ว มู่หรงฉานก็รีบวิ่งมาหาในทันที

ทว่า ยามที่หมอหลวงกำลังรักษาอาการอยู่นั้น ทั้งยังมิได้รับอนุญาตจากฮ่องเต้ด้วยแล้ว ผู้ใดก็มิอาจเข้าไปข้างในด้วยได้

นางยืนอยู่ด้านนอกอยู่นาน ในที่สุดก็เห็นคนเดินออกมา

เป็นหลิวซื่อเหลียง

เขาพลันเอ่ยทักทายมู่หรงฉานด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า

“ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้ท่านกลับไปเตรียมตัว...เพื่อร่วมบรรทมพ่ะย่ะค่ะ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย