เซียวอวี้ที่เกือบจะเดินไปถึงประตูหน้าตำหนักแล้วนั้น พลันได้ยินเฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยเรียกเขาขึ้นมา
“กษัตริย์ของแผ่นดินควรจักมีความใจเย็นและควบคุมสติอารมณ์ของตนเอง ยามนี้ท่านกำลังทำอันใดอยู่กัน?”
เมื่อเซียวอวี้หันกายกลับมานั้น พลันเห็นเฟิ่งจิ่วเหยียนยกฉากกั้นขึ้นมาแล้ว
ฉากกั้นที่หนักเช่นนั้น นางกลับ “ยก” มันขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย
เซียวอวี้จึงเอ่ยเยาะเย้ยออกมาด้วยความเย็นชา
“หากเรายังไม่ใจเย็นพอ นั่นก็เป็นเพราะถูกความเย็นชาของเจ้าบีบบังคับมัน”
ผู้ใดจักทนความเฉยเมยของนางได้กัน?
เฟิ่งจิ่วเหยียนมองดูเขาด้วยท่าทีสงบนิ่ง
“หากว่าข้าเอ่ยคำโกหกออกไป ท่านจักชอบฟังมันเช่นนั้นหรือ?”
เซียวอวี้พลันตวาดออกมาด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์
“ใช่ เราชอบฟังเรื่องโกหก!”
“ได้ ข้าสนใจเรื่องนั้นเป็นอย่างมาก หากท่านไปโปรดปรานมู่หรงฉานแล้วไซร้ ข้าจะรู้สึกเจ็บปวดใจยิ่งนัก”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยคำพูดเหล่านี้ออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
นางตั้งใจที่จะทำให้เขารู้ว่า คำโกหกนั้นหาได้ฟังดูดีเสมอไปไม่
เป้าหมายที่สำคัญที่สุดคือการทำให้เขาใจเย็นลง แล้วมานั่งหารือเรื่องจักทำเช่นไรถึงจะจัดการจับตัวผู้วางยาพิษให้ได้ไวที่สุด
เซียวอวี้ชะงักไปครู่หนึ่ง พลางเอ่ยเยาะเย้ยออกมาด้วยใบหน้าที่เย็นยะเยือกว่า
“หากคำโกหกที่เอ่ยออกมาลอยลมเช่นนั้น มิสู้มิต้องเอ่ยออกมาจักดีกว่า”
เขารู้ดีว่าคนเช่นนาง หากมิได้นึกสนใจเขาแล้ว ย่อมมิอาจเอ่ยคำหวานหูและซาบซึ้งออกมาได้อย่างแน่นอน
เป็นเขาที่เรียกร้องมากเกินไป
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ภายในใจของเซียวอวี้ก็รู้สึกโล่งยิ่งนัก ทั้งยังทำให้เขาใจเย็นลงอีกด้วย
จู่ ๆ ก็ได้ยินเฟิ่งจิ่วเหยียนพูดขึ้นมาอีกว่า: “แท้จริงแล้วท่านมิจำเป็นต้องมาอธิบายเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ ข้าเชื่อว่าท่านจะมิถูกผู้อื่นบังคับใจตนเองให้กระทำเรื่องในสิ่งที่ท่านมิต้องการจะทำ”
เซียวอวี้ขมวดคิ้วเป็นปม
“นี่เป็นเรื่องจริงหรือคำโกหก?”
“ความจริง”
หมอกควันมืดครึ้มระหว่างคิ้วของเซียวอวี้พลันอันตรธานหายไปในทันที
แม้ว่ามุมปากของเขาจะยังตึงอยู่ แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่อยากจะยกโค้งขึ้นมา
“เช่นนั้นเจ้าก็ควรเอ่ยออกมาตั้งนานแล้ว ที่แท้เจ้าก็เชื่อใจเรามากถึงเพียงนี้”
เฟิ่งจิ่วเหยียนถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ราวกับว่า ในที่สุดนางก็สามารถเกลี้ยกล่อมเด็กน้อยที่อารมณ์ร้ายออกมาได้สำเร็จ
ยามที่อยู่กับต้วนไหวซวี่นั้น นางหาได้ต้องเปลืองแรงเช่นนี้ไม่
เป็นเพราะอารมณ์ของเซียวอวี้มั่นคงอยู่ตลอดเวลา ส่วนใหญ่เป็นนางที่เป็นคนถูกเกลี้ยกล่อมแทน
“เช่นนั้นแล้ว ฝ่าบาทจักสามารถมาหารือเรื่องของเราได้หรือยังเพคะ?”
“หากเป็นเช่นนี้ สาวใช้ที่มีความคิดลึกซึ้งเก็บงำเรื่องราวเอาไว้ ย่อมมิอาจเก็บไว้ได้”
ท่าทางดูโง่ ๆ ซื่อ ๆ กลับเก็บงำชาติกำเนิดของตนเอาไว้อย่างแนบเนียน
เฟิ่งจิ่วเหยียนส่ายหัวไปมา
“นางมิได้ตั้งใจที่จะเก็บเป็นความลับเพคะ
“ยามที่ตระกูลเฉินถูกสั่งประหารชีวิตในปีนั้น หาใช่การลงโทษอย่างโจ่งแจ้งไม่
“ในวันนั้น ทหารรักษาพระองค์ล้อมเอาไว้ทั้งสี่ทิศ ทั่วทั้งตระกูลเฉินกลายเป็น ‘ลานประหาร’ เหลียนซวงที่พบเจอเหตุการณ์ระทึกขวัญด้วยตาของตนเอง ย่อมเลือกที่จะพยายามลบลืมความทรงจำเหล่านั้นไป
“ความทรงจำของนางจึงเริ่มขึ้นยามที่เป็นนางกำนัลภายในวัง หาได้จดจำผู้คนในตระกูลเฉินได้ไม่”
เซียวอวี้เองก็ยังจดจำราชครูเฉินผู้นั้นได้
ชายชราผู้นี้มีนิสัยหัวโบราณ ทว่า กลับเอาใจใส่บ้านเมืองและราษฎรยิ่งนัก ยามที่เขาสอนสั่งเหล่าองค์ชายทั้งหลายนั้น เมื่ออ่านถึงบทกวีฉู่ฉือเมื่อใดนั้น เขามักจะมีน้ำตาไหลออกมาอยู่เสมอ...
ในเมื่อเรื่องในอดีตได้ผ่านไปแล้ว เซียวอวี้ก็มิอยากรื้อฟื้นอีกต่อไป
เขาเพียงเอ่ยถามว่า “ในเมื่อนางสูญเสียความทรงจำไปแล้ว เช่นนั้นจักทำอย่างไรให้นางจำขึ้นมาได้เล่า?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ
“มีวิธีเพคะ”
แต่สิ่งที่นางเป็นกังวลมากที่สุดก็คือ เหลียนซวงจักให้ความร่วมมือหรือไม่
ถึงอย่างไร การรื้อฟื้นความทรงจำที่น่าเจ็บปวดเหล่านั้น ก็ถือเป็นการทรมานนางด้วยเช่นกัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...