เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 447

หลังจากที่เฟิ่งจิ่วเหยียนและเซียวอวี้หารือกันแล้วนั้น พวกเขาจึงได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้เหลียนชวงฟังเสียก่อน

ส่วนเหลียนซวงจักร่วมมือหรือไม่นั้น ให้นางเป็นคนตัดสินใจด้วยตัวเอง

หลังจากที่เหลียนซวงได้ยินเรื่องราวทั้งหมดแล้วนางถึงกับตกตะลึงไปในทันที

“ฮองเฮาเพคะ ท่านบอกว่าข้า... ข้าเป็นหลานสาวของราชครูเฉิน?!”

อีกทั้งคนในตระกูลของนางทั้งหมด ทุกคนถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานคิดก่อกบฏ

เรื่องนี้ทำให้นางมิอาจยอมรับได้ มือไม้ถึงกับสั่นเทาไปในทันที

เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงจับมือนางด้วยความแผ่วเบา

“มิต้องกังวลไป ฝ่าบาทไม่มีทางโทษเจ้าเพราะเรื่องเช่นนี้”

เหลียนซวงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้าออกมา ทว่า นางก็คิดไปถึงเรื่องของฮองเฮา

“ฮองเฮาเพคะ ท่านหมายความว่า รูปภาพอสรพิษเก้าหางนั้น บ่าวเคยเห็นในยามวัยเด็ก ทว่า ความทรงจำส่วนนั้นกลับไม่มีเหลือแล้ว หากว่าบ่าวสามารถรื้อฟื้นความทรงจำเหล่านั้นขึ้นมาได้ ก็จักสามารถช่วยท่านสืบหาว่ามือสังหารที่วางยาพิษของฝ่าบาทเป็นผู้ใดใช่หรือไม่เพคะ?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงอธิบายให้เหลียนซวงฟัง

“บางที แม้เจ้าจักรื้อฟื้นความทรงจำเหล่านั้นขึ้นมาได้ก็ตาม แต่ก็มิอาจจะมิสามารถค้นหาเบาะแสอันใดออกมาได้

“หากเป็นเช่นนี้ เจ้าอาจจะต้องพบเจอกับความทรมานเหล่านี้ไปอย่างเปล่าประโยชน์

“ข้าจะไม่บังคับเจ้า มันอยู่ที่เจ้า ว่าเจ้าจักยินยอมหรือไม่”

เหลียนซวงครุ่นคิดอยู่นาน พลางเอ่ยออกมาด้วยท่าทีมั่นใจว่า

“ฮองเฮาเพคะ บ่าวยินดีเพคะ!

“ทว่า บ่าวมีเรื่องอยากจะขอร้องหนึ่งเรื่อง บ่าวสามารถขอดูฎีกาคดีของตระกูลเฉินได้หรือไม่เพคะ? บ่าวอยากรู้ว่า ท่านปู่พวกเขาได้ถูกคนใส่ร้ายหรือไม่…”

เฟิ่งจิ่วเหยียนขบคิดอยู่นาน ก่อนจะกล่าวออกมาว่า “ข้าจักต้องไปถามฝ่าบาทเสียก่อน แล้วจะกลับมาให้คำตอบแก่เจ้า”

เหลียนซวงพยักหน้าลงด้วยความหนักแน่น

ถึงแม้ว่านางจักมิอาจจดจำตระกูลของตนเองได้ แต่นางเชื่อว่าพวกเขาจักต้องเป็นผู้บริสุทธิ์อย่างแน่นอน

ในขณะเดียวกัน

ภายในตำหนักจื้อเฉิน

เฉินจี๋เอ่ยขอรับโทษออกมาด้วยความเต็มใจ

“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ เดิมกระหม่อมได้ตามออกไปคุ้มกันให้ฮองเฮาในวันนี้ ทว่า... มิทันระวังก็ถูกพระนางทิ้งสียแล้ว”

สายตาของเซียวอวี้มืดมนลงเล็กน้อย

“ไปรับโทษด้วยตัวเองเสีย”

วิชาตัวเบาของฮองเฮานั้นเก่งกาจยิ่งนัก เฉินจี๋ยังเป็นรองอยู่เล็กน้อย

……

วันรุ่งขึ้น เทศกาลบูชาเทพธิดาบุปผาก็มาถึง

เทศกาลบูชาเทพธิดาบุปผาถูกจัดขึ้นนอกพระราชวัง โดยมีมวลบุปผามากมายเบ่งบาน พร้อมทั้งผีเสื้อที่บินว่อน

ฮ่องเต้และฮองเฮาที่เสด็จมาร่วมงานพร้อมกันนั้น ทำให้เทศกาลนี้มีขุนนางมากมายที่มาเข้าร่วมด้วยเช่นกัน

นับว่านี่เป็นครั้งแรกที่เมืองหลวงมีการจัดงานเทศกาลบูชาเทพธิดาบุปผาใหญ่เช่นนี้ ทั้งยังมีฮ่องเต้เสด็จมาร่วมงานเป็นครั้งแรกอีกด้วย

วันนี้ถนนหลายสายมากมายจึงคับคั่งไปด้วยผู้คนที่อยากมาชื่นชนความรื่นเริง

พ่อค้าจากต่างแคว้นมากมายจึงพากันออกมาตั้งแผงลอย ให้ผู้คนได้เข้ามาชื่นชม

เหลียนซวงพลันเดินเข้าไปด้านหน้า พลางกล่าวกับทุกคนว่า

“งานเทศกาลบูชาเทพธิดาบุปผาในวันนี้ ฮ่องเต้และฮองเฮากับราษฎรร่วมกันเฉลิมฉลอง ก่อนที่พิธีการจะเริ่มขึ้นนั้น ฝ่าบาทมีของขวัญพระราชทานจะมามอบให้กับทุกคน - เทพธิดาโปรยดอกไม้!”

พูดจบ เหล่านางกำนัลหลายสิบคนที่แต่งกายเป็นเทพธิดานั้นก็พลันขึ้นมาบนเวที ต่างถือตะกร้าไว้ที่แขน

ทุกคนที่มาร่วมงานจึงคิดว่าเป็นเพียงการแสดงธรรมดาเท่านั้น หาได้มีความสดใหม่อันใดไม่

เมื่อดอกไม้ร่วงหล่นลงมานั้น ทุกคนจึงพบว่า

การแข่งขันคัดเลือกราชาแห่งบุปผาในครานี้ ไม่ว่าจักเป็นคนที่มาจากสถานะใดก็ตาม ทุกคนล้วนแต่สามารถถือดอกไม้ของตนเองไปเข้าร่วมการแข่งขันได้ทั้งหมด

ทำเอาเหล่าผู้คนมากมายอยากจะเข้าไปร่วมเล่นในทันที

องค์หญิงใหญ่พลางหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน

“ฮองเฮาเพคะ ท่านดูสิ ตรงนั้นมีดอกไม้กระดาษด้วย!”

ไม่เพียงแต่มีดอกไม้กระดาษเท่านั้น แต่ยังมี “บุปผาเงินทอง” อีกด้วย มันคือดอกไม้ที่ตกแต่งด้วยทองและเงิน

บุรุษผู้นั้นพลางเอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง

“ ‘บุปผาเงินทอง’ ของข้านั้น ไม่มีทางที่ผู้ใดจักไม่ชอบ! วันนี้ข้าจักต้องได้ที่หนึ่งอย่างแน่นอน!”

หลังจากที่เทศกาลบูชาเทพธิดาบุปผาเริ่มต้นขึ้นนั้น บนเวทีก็มีการแสดงร้องรำมากมาย ทั้งยังมีเด็กเล็ก ๆ ทั้งชายหญิงมากมายต่างพากันร้องเต้นขยับไปตามเสียงกลอง

ทุกคนพลันสวมมาลัยดอกไม้เอาไว้บนศีรษะ ก่อนที่ใบหน้าจะถูกแต่งแต้มด้วยสีต่าง ๆ ราวกับเทพธิดาบุปผาที่ลงมาเยือนบนโลกมนุษย์

หลังจากงานบูชาจบลงแล้วนั้น ทุกคนจึงผลัดกันนำดอกไม้ที่ตนเองนำมาวาง

เซียวอวี้หาได้สนใจดอกไม้เหล่านั้นไม่ ทว่า เขากลับเห็นมีบางคนในฝูงชนที่มีแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

เซียวอวี้จึงลอบส่งสัญญาณให้กับเฉินจี๋ ไม่นานนักองครักษ์มากมายที่ซ่อนตัวอยู่ในฝูงชนจึงค่อย ๆ เฝ้าระวังตัวพวกเขาไปทีละคน

ยามที่กำลังคัดเลือกราชาแห่งบุปผานั้น พลันมีคนกลุ่มหนึ่งขึ้นมาบนเวทีเพื่อมาทำการแสดงละคร

ในคราแรกทุกคนคิดว่าเป็นเพียงละครธรรมดาเท่านั้น ทว่า หลังจากที่พวกเขาเห็นการแต่งกายของทุกคนแล้วนั้น ก็ถึงกับชะงักไปในทันที

นักแสดงพวกนั้นแต่งเป็นฮ่องเต้กับท่านแม่ทัพน้อยเมิ่ง!

“นี่เป็นละครเช่นใดกัน?” ทุกคนต่างพากันให้ความสงสัย ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาดูละครที่อยู่ตรงหน้าในทันที

องค์หญิงใหญ่ที่มิรู้ว่าการแสดงนี้เพื่ออะไรนั้น พลางหันมองฝ่าบาทที และหันมามองฮองเฮาที

ในยามนี้เอง เซียวอวี้ก็มองไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยความสับสนเช่นเดียวกัน

นางคิดจะทำอะไร?

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย