เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 451

เฟิ่งจิ่วเหยียนมิได้คาดคิดว่า ชายแดนใต้จะประสบภัยเช่นกัน

ก่อนหน้านี้นางได้เอ่ยกับหร่วนฝูอวี้ แคว้นหนานฉีจะแก้ไขข้อพิพาทระหว่างสองแคว้น มิให้เลยเถิดถึงขั้นเริ่มก่อสงครามกัน

เกรงว่าหนานเจียงจะเกิดปัญหาภายใน และมิใช่เรื่องที่หร่วนฝูอวี้สามารถไกล่เกลี่ยได้ด้วย

เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง

“ฝ่าบาท เป่ยเยี่ยนไม่อยากเห็นใต้หล้าสงบสุขเกินไป และหนานเจียงคงถูกพวกเขายุแยง โปรดเสด็จกลับพระราชวังโดยเร็ว และเรียกประชุมหารือกับเหล่าขุนนางเถิดเพคะ”

เซียวอวี้รู้สึกอาลัยอาวรณ์โคมไฟเต็มท้องนภานั้น

เขาจัดเตรียมโคมไฟทั้งหมดสามพันดวงนี้ เพื่อนางโดยเฉพาะ

และ คำพูดที่เขาปรารถนาจะเอ่ยกับนาง ยังไม่ทันจะเอ่ยให้เสร็จเลย

ทว่า เมื่อเผชิญกับรายงานสงครามชายแดนใต้ จำเป็นต้องละทิ้งเรื่องส่วนตัวไปก่อน

เขามองท้องฟ้าราตรีนั้นอีกครั้ง และเอ่ยอย่างเด็ดขาด

“กลับวัง!”

ราตรีนี้ แสงไฟในห้องทรงพระอักษรสว่างไสวตลอดคืน

รุ่ยอ๋องทูลชี้แนะ

“ฝ่าบาท เป่ยเยี่ยนมีความตั้งใจที่ไม่บริสุทธิ์ และหนานเจียงก็ตกเป็นเครื่องมือของเป่ยเยี่ยน ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ย่อมมองไม่เห็นความจริง กระหม่อมมีความเห็นว่า ปัญหาหลักอยู่ที่หนานเจียง หากสามารถเจรจากับพวกเขาได้ สงครามนี้จะไม่ปะทุขึ้นพ่ะย่ะค่ะ”

เหล่าขุนนางฝ่ายทหารอื่น ๆ มีความคิดเห็นที่หลากหลาย

“ฝ่าบาท มิสู้ใช้โอกาสนี้ บุกยึดแคว้นเล็ก ๆ เช่นหนานเจียงนั้น มาไว้ในกำมือดีกว่า! ทำให้มาเป็นแคว้นอาณานิคมของหนานฉี เฉกเช่นรัฐเหลียงพ่ะย่ะค่ะ!”

“ฝ่าบาท กระหม่อมเห็นด้วย!”

“ฝ่าบาท หนานเจียงเป็นชนเผ่าต่างแคว้น แม้จะยอมสวามิภักดิ์ต่อหนานฉี ก็ยังมีวิญญาณกบฏ การเจรจาสงบศึกย่อมดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ”

“เป่ยเยี่ยนใช้อำนาจข่มขู่ หนานเจียงไร้ซึ่งทางเลือก ย่อมหลีกเลี่ยงสงครามครั้งนี้ไม่ได้! ฝ่าบาท สิ่งที่ควรจะพิจารณาตอนนี้คือ ให้ผู้ใดนำทัพครานี้พ่ะย่ะค่ะ”

ทุกคนมีความเห็นที่แตกต่างกัน

เวลาย่างเข้ายามจื่อ เมื่อไม่อาจหาข้อสรุปได้ เซียวอวี้จึงสั่งให้พวกเขากลับออกไปก่อนทั้งหมด

ต่อจากนั้น เขาหันไปเรียกทางประตูด้านข้าง

“ออกมาเถิด”

เฟิ่งจิ่วเหยียนได้เดินออกจากประตูในทันที สีหน้าเคร่งขรึมและน่าเกรงขาม

เซียวอวี้ยกมือนวดหว่างคิ้ว และเอ่ยด้วยเสียงแหบแห้ง

“เจ้าก็ได้ยินเหมือนกัน เจ้าคิดเห็นอย่างไร ก็เอ่ยมาเถอะ”

วังหลังห้ามยุ่งเรื่องในราชสำนัก

ทว่านางมิใช่เป็นแค่ฮองเฮาของเขา ยังเป็นขุนพลของเขาด้วย

เฟิ่งจิ่วเหยียนตอบอย่างเคารพ

“สงครามเป็นทางเลือกที่แย่ที่สุด การเจรจาเป็นทางเลือกปานกลางเพคะ”

“เช่นนั้น กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคืออันใด?”

ริมฝีปากของเฟิ่งจิ่วเหยียนเปิดออกเบา ๆ “กำชัยชนะโดยไม่ต้องออกรบ เป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดเพคะ”

เซียวอวี้ชะงักงันก่อน จากนั้นพลันยิ้มออกมา

เพื่อป้องกันมิให้นางคิดว่าตัวเขาขี้ขลาดตาขาว เขาจึงกล่าวเสริม

“ทั่วแผ่นดินหนานฉี ไม่มีแม่ทัพที่ใช้ได้เลยหรือไร?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยอย่างจริงใจ

“ฝ่าบาท ที่ให้ท่านเป็นผู้นำทัพนั้น มิใช่การนำทัพออกรบจริง ๆ

“หัวใจของชาวหนานเจียงนั้นทะเยอทะยาน รู้จักกันดีว่าเป็นพวกกลัวเสียหน้า

“พวกเขาไม่อยากทำสงครามเช่นกัน ทว่าหลีกเลี่ยงการถูกเป่ยเยี่ยนยุแยงไม่ได้ หากไม่สู้ ก็จะสูญเสียผลประโยชน์

“ภายนอกนั้นท่านนำทัพด้วยตนเอง ความจริงคือท่านไปเจรจากับอ๋องแห่งหนานเจียงเป็นการส่วนตัว ขอเพียงให้เกียรติพวกเขามากพอ พวกเขาย่อมจะยินดีถอยทัพให้ท่านเพคะ”

เซียวอวี้ไม่เข้าใจนิสัยของชาวหนานเจียงเท่านาง จึงรู้สึกแปลกใหม่

“เพียงแค่ให้เกียรติพวกเขาบ้าง พวกเขาก็ถอยทัพแล้วหรือ?”

สิ่งนี้ไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน

ทว่าฟังดูง่ายเกินไป

เซียวอวี้ย้อนถาม

“เราต้องถ่อมตนเวลาอยู่ต่อหน้าพวกเขา และปล่อยให้พวกเขาก้าวร้าวใส่เราหรือ”

เฟิ่งจิ่วเหยียนยืดหลังตรง เมื่อมองไปยังอาณาเขตกว้างใหญ่ของเป่ยเยี่ยน พลันปรากฏคลื่นความเย็นชาในดวงตา

“ไม่เพคะ จะปล่อยให้ท่านตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอับอายเช่นนั้นได้อย่างไร”

ต่อจากนั้น นางจึงอธิบายแผนการของตนเองกับเซียวอวี้

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย