เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 505

เซียวอวี้ดูเหมือนเพิ่งตื่นจากการหลับใหล

อาภรณ์ของเขาบิดเบี้ยว และหลวมโพรก ผมเผ้ากระจัดกระจายไร้ระเบียบ ยิ่งทำให้ใบหน้านั้นพราวด้วยเสน่ห์ระคนอ่อนแอ

ริมฝีปากได้รูปของเขาก็ซีดเซียว

คล้ายว่าเจ็บป่วยร้ายแรง ยากที่จะรอดชีวิต

หลิวซื่อเหลียงที่อยู่ข้าง ๆ ก็อกสั่นขวัญแขวน ไม่กล้าเอ่ยโน้มน้าวแต่อย่างใด

แตกต่างจากเฉินจี๋ที่สงบนิ่ง ยังคงยื่นส่งลูกธนูให้กับฝ่าบาท

เซียวอวี้จ้องมองคนที่อยู่ในระยะไกลอย่างไม่เผยอารมณ์ วางลูกธนูไว้บนสายอีกครั้ง และเล็งเป้าไปที่นาง...

“ฝ่าบาท อย่านะเพคะ!” นางสนมทั้งหมดรีบเข้ามาสร้างกำแพงมนุษย์ขึ้น ต้องการที่จะขวางลูกธนูนั้น

หนิงเฟยกลัวตาย ครั้นไม่รอให้นางได้เลือก ก็ถูกคนสองคนที่อยู่ข้างซ้ายและขวาจับเอาไว้

นางรู้สึกโมโหเล็กน้อย

ทว่านางรู้สึกโกรธฝ่าบาทยิ่งกว่า

“ฝ่าบาทพคะ! ท่านมิอาจทำร้ายเฟิ่งเวยเฉียงได้!” หนิงเฟยตะโกน ด้วยกลัวว่าฝ่าบาทจะยิงพวกนางตายเช่นกัน

มู่หรงฉานไม่พูดจาอย่างนุ่มนวลเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว นางตะโกนอย่างเปี่ยมความชอบธรรม

“วิญญูชนรับปากหนึ่งครั้งมีค่าดุจทองพันตําลึง! ฝ่าบาทได้มีพระราชโองการหย่าร้างลงมาแล้ว จะกลับคำพูดได้อย่างไรเพคะ?”

นางสนมเจียคุกเข่าไปทางเซียวอวี้ ก่อนจะโขกศีรษะให้เขา

“ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันขอร้องท่าน! อย่าได้สังหารฮองเฮาเลยเพคะ!”

บนหอคอยสูง มือของเซียวอวี้ที่จับคันธนูนั้นสั่นเล็กน้อย

เขาจ้องมองตรงไปยังเฟิ่งจิ่วเหยียน ด้วยดวงตาที่แดงก่ำ

ฟิ้ว——

ลูกธนูบินออกไป

ปักลงกลางถนนที่อยู่ตรงเบื้องหลังของนาง

ฮ่องเต้คล้ายตกอยู่ในพฤติกรรมที่ผิดปกติ วางลูกธนูอีกสองดอกไว้บนสาย

เฉินจี๋รู้ดีกว่านางสนมเหล่านั้น ฝ่าบาทจะไม่มีวันทำร้ายฮองเฮา

ลูกธนูสองสามดอกนี้ บางทีอาจจะกำลังสื่อให้ฮองเฮาได้ตระหนักว่าเขากำลังไม่มีความสุข

หรือบางที เป็นการอำลาที่ไม่เหมือนผู้ใดรูปแบบหนึ่ง

เฟิ่งจิ่วเหยียนก็รู้ได้ชัดเจนว่า เซียวอวี้จะไม่มีวันเอาชีวิตของนาง

นางไร้ซึ่งความหวาดกลัวใด ๆ เพียงหันหน้าไปทางเขา และกล่าวคำอำลาอย่างเป็นทางการ

“หม่อมฉันขอภาวนาให้หนานฉีของเราคงอยู่นับหมื่นปี ขอภาวนาให้ฝ่าบาทของเรา...มีพลานามัยแข็งแรงตลอดไปเพคะ”

หลังพูดจบ นางก็หันหลังแล้วก้าวเดินต่อไป

ถนนพระราชวังนั้นกว้างมาก ทว่าสามารถเดินเสร็จในหนึ่งร้อยก้าวเท่านั้น

ถนนสายเดียวกับตอนเข้าวัง เมื่อได้เดินออกไปอีกครั้ง กลับให้อารมณ์ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง

บนหอคอยสูง

ลูกธนูที่เซียวอวี้ยิงออกไปล่วนตกลงบนพื้นโล่ง จากนั้นพลันลดแขน และวางคันธนูลงด้วย

สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่บุคคลซึ่งเดินจากไปไกล โดยไม่เอ่ยอันใดสักคำ

นัยน์ตาที่มืดมิดและคมกริบนั้น เต็มไปด้วยความเจ็บปวด

แม่ทัพน้อยของเรา ไปเถิด จงไปให้ไกล ก่อนที่เราจะนึกเปลี่ยนใจทีหลัง ไปคว้าอิสรภาพที่เจ้าปรารถนา...

ในขณะที่เอ่ย นางก็เป็นฝ่ายเข้าไปรับสัมภาระของเฟิ่งจิ่วเหยียนก่อน

ทว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนไม่ปล่อยมือ พลันเดินตรงไปที่กำแพง และคำนับให้นายท่านเฟิ่งที่ดูเหมือนหันหน้าเข้ากำแพงเพื่อสำนึกผิดอย่างไรอย่างนั้น

“ท่านพ่อ...”

นายท่านเฟิ่งหันกลับมาอย่างโกรธเคือง

“อย่าเรียกข้าว่าพ่อ! เจ้ามิใช่ส่งจดหมายตัดขาดนั้นมารึ! เจ้ามิได้ตัดขาดความเป็นพ่อลูกแล้วหรือไร!”

ยิ่งเอ่ยถึงเรื่องนี้เขาก็ยิ่งโกรธ

การหย่าร้างก็เช่นกัน ไม่เคยหารือเรื่องนี้กับครอบครัวเลย เคยชินกับความเสรีโดยไม่สนใจความคิดของคนอื่นแล้ว

ฮูหยินเฟิ่งเดินเข้ามาเพื่อไกล่เกลี่ย

“เอาล่ะ ลูกสาวมาเพื่อขอโทษท่านแล้ว ท่านก็พูดให้น้อย ๆ ลงหน่อยเถอะ

“จิ่วเหยียน พ่อของเจ้าเป็นคนปากร้ายใจดีเช่นนี้เอง

“พวกเรากลับบ้านกันเถิด”

นายท่านเฟิ่งแทบระงับโทสะไว้ไม่ไหว

“ใช่ กลับบ้าน! รอกลับไปแล้ว ข้าจะซักถามเจ้าอีกรอบ!”

เขาเอามือไพล่หลัง ก่อนจะเดินเชิดหน้าคอตั้งออกไป

ทันใดนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าว

“ข้าจะไม่กลับไปอีกแล้ว”

ทันทีที่คำพูดนี้จบลง ผู้อาวุโสทั้งสองพลันตกตะลึง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย