ฮูหยินเฟิ่งทั้งประหลาดใจและไร้หนทาง ราวกับเด็กคนหนึ่งที่กระทำความผิด
“เจ้า...เจ้าพูดว่าอย่างไรนะ? จะไม่กลับบ้านหรือ? แล้วเจ้าจะไปที่ใด?”
นายท่านเฟิ่งเกิดอาการโทสะปะทุฉับพลัน จนกระโดดตัวโยน
“ยังจะไปที่ใดได้อีกเล่า! นางอยากกลับไปที่...”
เมื่อตระหนักได้ว่ามีคนอยู่ไม่ไกลนัก เขาจึงกลืนคำว่า “ตระกูลเมิ่ง” ลงคอ
ดวงตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนนิ่งสงบ
“ฟ้าดินกว้างใหญ่ มีบ้านอยู่ทุกหัวระแหง พวกท่านแค่คิดว่าไม่มีข้าเป็นลูกสาว เฉกเช่นเมื่อในอดีตก็พอ”
หลังเอ่ยเช่นนี้แล้ว นางก็เดินจากไปทันที
ฝีเท้าเรียบเรื่อย และเด็ดขาด
เบื้องหลังคือเสียงดุด่ากราดเกรี้ยวของนายท่านเฟิ่ง และเสียงร้องไห้ของฮูหยินเฟิ่ง
“ลูกเนรคุณ! เจ้ามันลูกเนรคุณ! ดี! เจ้าอยากตายในทุ่งหญ้ารกร้างก็เชิญ!”
“นายท่าน หยุดพูดได้แล้ว!”
“ข้าจะต้องพูด! ละทิ้งแว่นแคว้นไว้เบื้องหลังได้อย่างไร นาง...นางคิดแต่จะท่องไปทั่วยุทธภพ! ข้าควรจับนางกดน้ำให้ตายเสียตั้งแต่แรก! ข้า...” นายท่านเฟิ่งโรคหัวใจกำเริบอีกแล้ว
“นายท่าน! นายท่าน!”
ฮูหยินเฟิ่งหยิบยาออกมาทันที และป้อนใส่ปากของเขา
ทว่านายท่านเฟิ่งไม่ละสายตาไปจากบุตรสาวที่กำลังเดินจากไป โดยที่นางไม่หันกลับมามองแม้เพียงครั้งเดียว
นางใจร้ายเหลือเกิน!
……
ห่างจากพระราชวังสิบกว่าลี้
เฟิ่งจิ่วเหยียนถูกใครบางคนหยุดไว้
อู๋ไป๋ที่ติดตามนางมาก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว และชักกระบี่ออกมาอย่างรวดเร็ว
คนผู้นั้นคารวะด้วยความเคารพ
“แม่นางเฟิ่ง องค์หญิงใหญ่เชิญขอรับ”
องค์หญิงใหญ่จัดโต๊ะสุราไว้ในศาลาที่นี่ เพื่อเลี้ยงอำลาเฟิ่งจิ่วเหยียนโดยเฉพาะ
นางอาลัยอาวรณ์ไม่อยากจากฮองเฮา ทว่ามีความยินดีที่ฮองเฮาได้จากไปมากกว่า
ในศาลามีเพียงพวกนางสองคนนั่งอยู่ ส่วนคนอื่น ๆ คอยอารักขาอยู่ด้านนอกศาลา
“แม่ทัพน้อย เชิญ” องค์หญิงใหญ่รินสุราหนึ่งจอก แล้วดื่มคารวะให้เฟิ่งจิ่วเหยียน
เฟิ่งจิ่วเหยียนเคยชินกับการยกสุราขึ้นสูดดมกลิ่น เป็นอันดับแรก
เมื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าสุราไม่มีพิษ แล้วค่อยดื่มเข้าไป
องค์หญิงใหญ่ได้เตรียมกู่ฉินไว้แล้ว “ข้าจะบรรเลงกู่ฉินให้แม่ทัพน้อยหนึ่งบทเพลง เพื่อเป็นการเลี้ยงอำลา”
เฟิ่งจิ่วเหยียนกดมือของนางลง
“ไม่จำเป็น ข้ายังต้องรีบออกเดินทางต่อ”
องค์หญิงใหญ่แสดงสีหน้าผิดหวัง “เหตุใดจะต้องรีบเร่งขนาดนี้? ต้องการให้ข้าช่วยเหลืออะไรหรือไม่?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนยืนขึ้น และโค้งคารวะด้วยความเคารพ
“ลาก่อน”
นางเพิ่งจะก้าวเดินออกจากศาลา องค์หญิงใหญ่กลับเรียกนางไว้
“แม่ทัพน้อย! ท่าน....จะกลับมาอีกหรือไม่?”
นางสนมจวงพลันวางมือไว้บนหน้าท้องโดยสัญชาตญาณ และถามอย่างระวัง
“เหตุใดฮองเฮาจึงมอบยานี้ให้ข้า!”
นางสนมจวงมักจะขี้ขลาด วันนี้ก็มิได้ออกไปร่วมส่งฮองเฮาด้วย
ในวันปกติ ฮองเฮาและนาง ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กันเช่นเหล่านางสนมคนอื่น แล้วจู่ ๆ จะมอบยาแกล้งตายให้นางได้อย่างไร?
เหลียนซวงมองไปยังหน้าท้องของนางสนมจวง
“นางสนมจวงเพคะ คุณหนูล่วงรู้เรื่องราวของท่านหมดแล้ว ตามกฎของพระราชวัง ท่านจะถูกประหารอย่างมิต้องสงสัย”
“ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพูดอันใด!” ริมฝีปากของนางสนมจวงสั่นระริก
ครั้นฝ่าบาทกรีธาทัพออกรบ นางทนความเหงาไม่ไหว จึงลอบมีความสัมพันธ์กับองครักษ์ในวัง และตั้งครรภ์อย่างลับ ๆ
นางมิได้บอกเรื่องนี้กับผู้ใดเลย ฮองเฮาจะรู้ได้อย่างไร?
หลังจากที่เหลียนซวงวางยาไว้บนโต๊ะแล้ว ยังมิวายเอ่ยเตือน
“คุณหนูกล่าวว่า ยานี้อันตรายมาก และควรเก็บไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย เพราะอาจทำให้ท่านทั้งสองต้องเสียชีวิตจริง ๆ ไม่มีวันฟื้นขึ้นมาอีก นางสนมจวง โปรดใช้ความรอบคอบให้มากเพคะ”
เมื่อเหลียนซวงออกไปแล้ว นางสนมจวงก็เก็บยานั้นไว้ และน้ำตาไหลไม่รู้ตัว
แม้จะต้องจ่ายด้วยราคาที่สาหัส นางก็ยังอยากที่จะเดิมพัน
ทว่าสิ่งที่คิดไม่ตก นางเป็นคนขี้ขลาด และไม่โดดเด่นเลย เมื่อยืนอยู่ท่ามกลางเหล่านางสนม มักจะไม่มีใครจดจำนางได้ เพราะเหตุใด...ฮองเฮาถึงยังสังเกตเห็นนาง มิหนำซ้ำยังช่วยเหลือนางด้วย
วันนี้นางไม่ได้ไปร่วมอำลาด้วยซ้ำ ซึ่งน่าละอายใจจริง ๆ
เหลียนซวงกลับมาที่ตำหนักหย่งเหอ กลับได้เห็นคนผู้หนึ่งยืนอยู่ในตำหนัก ทว่าแผ่นหลังของคนผู้นั้น ช่างอ้างว้าง และโดดเดี่ยวเหลือเกิน
นางตกใจกลัว พลันคุกเข่าลงทันที
“ฝ่า ฝ่าบาท! บ่าวถวายบังคมฝ่าบาทเพคะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...