เซียวอวี้ยืนอยู่หน้าประตูไม้การบูร มิได้ก้าวเข้าสู่ตำหนักชั้นใน
ราวกับว่า ตราบใดที่ไม่ผลักเปิดประตูนั้น เขาก็ยังสามารถหลอกตัวเองได้——ฮองเฮายังอยู่ข้างใน
ครั้นได้ยินเหลียนซวงทำความเคารพ เขาก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“นางก็ทิ้งเจ้าไว้เช่นกันรึ”
เหลียนซวงสัมผัสได้ถึงความผิดปกติในน้ำเสียงของเขา ซึ่งดูเหมือนอ่อนแอยิ่งนัก
ด่านของความรักช่างผ่านไปยากจริง ๆ
เซียวอวี้อยู่ในตำหนักหย่งเหอตลอดทั้งวัน หนังสือฎีกาก็กองพะเนินอยู่ในห้องทรงพระอักษรแบบนั้น
เมื่อหรงเฟยได้ทราบเรื่อง ก็มาเกลี้ยกล่อมถึงตำหนักหย่งเหอด้วยตนเอง
ครั้นเห็น ฮ่องเต้เพียงยืนอยู่ริมหน้าต่าง และมองดูต้นไม้ในลานกว้าง ผ่านหน้าต่างบานนั้น โดยไม่รู้ว่ากำลังคิดอันใดอยู่
ได้ทราบจากปากข้าหลวงว่า เขายืนอยู่เช่นนี้ตลอดทั้งวันแล้ว
ในเวลานี้ตะวันคล้อยลับฟ้า ถึงเวลาสำรับเย็นแล้ว เขากลับไม่ยอมให้ผู้ใดมารบกวน
ณ ประตูตำหนัก เหลียนซวงเห็นหรงเฟยเดินเข้ามา ก็เหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก
มาพอดีเวลา ได้โปรดรีบพาฝ่าบาทเสด็จออกไปเร็ว ๆ เถิด นี่มันน่าหวาดผวาเกินไปแล้ว
หรงเฟยเดินไปหยุดอยู่ข้างกายของเซียวอวี้ และเอ่ยด้วยความเป็นห่วง
“ฝ่าบาท หม่อมฉันรู้ดีว่า ท่านกำลังทรมานหทัย
“ทว่าในเมื่อท่านตัดสินใจปล่อยมือแล้ว ก็ควรจะปล่อยวางและใจกว้างกว่านี้เพคะ
“นางไปแล้ว ท่านกลับทรมานพระองค์เองเช่นนี้...”
“ลูกของเจ้านั้น มิใช่ลูกของเรา” สายตาของเซียวอวี้มองตรงไปข้างนอก และเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก
ประกายแสงแปลก ๆ วาบผ่านดวงตาของหรงเฟย พลันคุกเข่าไปทางเซียวอวี้ทันที
ราวกับว่านางจดจำเรื่องเลวร้ายได้ หว่างคิ้วขมวดมุ่น หายใจหอบถี่
“นั่นเป็นคืนก่อนที่ท่านจะกรีธาทัพออกรบ ท่านเมามายนัก หม่อมฉันจึงปรนนิบัติท่านตลอดทั้งคืน
“ก่อนรุ่งสาง หม่อมฉันจึงออกจากตำหนักจื้อเฉิน
“จากนั้น...หม่อมฉันถูกคนอื่นทำให้เสื่อมเสียแล้วเพคะ”
เซียวอวี้ไม่ได้ถามลงรายละเอียด ไม่ได้หันมามองนางแม้สักครั้ง
เขาเงียบขรึมผิดปกติ
หรงเฟยเงยหน้าขึ้น และมองเห็นเพียงใบหน้าด้านข้างของเขาเท่านั้น
น้ำตาของนางกระจ่างใส ดูเปราะบางสุดพรรณนา
“คนผู้นั้นใช้กลิ่นมอมเมา ครั้นหม่อมฉันตื่นขึ้นมา ก็ถูกทิ้งให้นอนอยู่ในตำหนักเย็นด้วยสภาพที่ยุ่งเหยิง
“ภายหลัง หม่อมฉันสืบหาจนพบคนผู้นั้น จึงสังหารเขาเองกับมือ
“ทว่าสิ่งต่าง ๆ ก็ได้เกิดขึ้นไปแล้ว
“หม่อมฉันก็เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ที่ปรารถนาจะรักษาชื่อเสียงที่บริสุทธิ์ไว้
“ดังนั้น หม่อมฉันก็ได้แค่อ้างว่า เด็กคนนั้นเป็นสายเลือดของท่าน
“ฝ่าบาท ขออภัย ที่หม่อมฉันหลอกลวงท่านเพคะ
“ท่านจะลงโทษหม่อมฉันอย่างไร หม่อมฉันก็ไม่คัดค้านสักคำเพคะ...”
เซียวอวี้จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
“ในเมื่อนางก็ไม่ได้สนใจอีกต่อไปแล้ว ไยเราจะต้องสนใจอะไรอีก”
หรงเฟยเอ่ยถามทันที
“หรือว่าที่ฮองเฮายืนกรานจากไป เพราะเข้าใจเรื่องนี้ผิดหรือเพคะ?”
เซียวอวี้มองดูกลีบบุปผาที่ร่วงหล่นจากสายลมพัดผ่าน พลางเอ่ยพึมพำ
“เข้าใจผิด...เราก็หวังว่า นางจะจากไปเพราะความเข้าใจผิด”
เช่นนั้น อย่างน้อยเขาก็สามารถแก้ไขความเข้าใจผิดได้
เพียงแต่ความจริงคือ นางไม่เคยมีใจให้เขาเลย
ในขณะนี้ เซียวอวี้กำลังทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส
ได้เลือกทางที่แตกต่างจากฮ่องเต้พระองค์ก่อนอย่างชัดเจน เขายังคงเจ็บปวดมากอยู่ดี
ในที่สุดก็ได้รู้ว่า เหตุใดฮ่องเต้พระองค์ก่อนจึงย้ำเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า อย่ามอบหัวใจให้กับสตรี
อี๋เหนียงหลินโต้แย้งทันที
“พี่สาวอย่าโกรธเลย ข้าก็แค่คาดเดาเท่านั้นเอง หากไม่ได้ถูกชายอื่นล่อลวงไป แล้วอยู่ดี ๆ จะเป็นเดือดเป็นร้อนขอหย่าเพื่ออันใด? ที่ตอนนี้ยังไม่กลับบ้าน คิด ๆ ดูแล้วคงเป็นเพราะอยากจะมีความสุขอย่างอิสระเสรี...”
เพียะ!
ฮูหยินเฟิ่งผุดลุกขึ้นยืน และฟาดหนึ่งฝ่ามือใส่อี๋เหนียงหลิน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นี่เป็นครั้งแรกที่นางลงไม้ลงมือ
อี๋เหนียงหลินตกตะลึงพรึงเพริด “พี่สาว ท่าน...”
นายท่านเฟิ่งนั่งอยู่ที่เก้าอี้หลัก ทันใดนั้นก็เอ่ยหลังจากเงียบมาโดยตลอด
“มีปากก็สักแต่พูดจาไร้กาลเทศะ! สมควรถูกตบ!”
หากหย่าร้างเพราะแอบมีความสัมพันธ์ข้างนอก จะเป็นเรื่องบานปลายใหญ่โตได้
ในยามนี้สมองของอี๋เหนียงหลิน อื้ออึงตะลึงงันไปหมดแล้ว!
อี๋เหนียงหลินทำได้เพียงยกมือกุมหน้า และเงียบงันอย่างคับข้องใจ
แม้แต่เฟิ่งหมิงเซวียนที่โง่เขลาก็ยังตระหนักได้ว่า เพิ่งจะเอ่ยในสิ่งที่ไม่สมควรออกไป ดังนั้น เขาจึงไม่กล้าออกหน้าพูดแทนมารดา และเอ่ยถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“ท่านพ่อ แล้วพวกเราจะทำอย่างไรต่อไปขอรับ?
“เฟิ่งเวยเฉียงหนีไปแล้ว ฝ่าบาทก็ไม่ใช่พี่เขยของข้าอีก ฝ่าบาทจะยังให้นักปราชญ์สอนตำราข้าต่อหรือไม่?
“ยังมีตำแหน่งขุนนางของพี่ชายใหญ่ ยังจะรักษาไว้ได้หรือไม่?”
ตระกูลเฟิ่งของพวกเขา คงจะไม่ตกต่ำลงทั้งแบบนี้!
นายท่านเฟิ่งไม่มีอารมณ์มาตอบคำถามไร้สาระเหล่านั้น เขาเพียงแค่อยากจะรู้ว่า บัดนี้ลูกสาวเนรคุณคนนั้นกำลังทำอันใดอยู่
ยังมีเวยเฉียงอีกคน นางเอาเวยเฉียงไปซ่อนไว้ที่ใด!
ทันใดนั้น เฟิ่งหมิงเซวียนก็ผุดความคิดหนึ่งขึ้นมา และพูดโพล่ง
“ท่านพ่อ ท่านรีบมีลูกสาวอีกคนสิขอรับ!”
นายท่านเฟิ่งโกรธจนหนวดสั่น
“ไอ้สารเลว! เจ้ารีบไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้!!!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...