เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 510

คนชุดคลุมดำล้มลงกับพื้น จนกระทั่งตายก็ยังคิดไม่ตก ว่าเพราะเหตุใด...

อย่าว่าแต่คนชุดคลุมดำแล้ว แม้แต่ผู้คนรอบข้าง รวมทั้งหร่วนฝูอวี้ ก็ล้วนตะลึงงัน

พวกเขาหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก

สังหารคนทั้งอย่างนี้เลยหรือ? ไม่ต้องสอบปากคำเลยหรือไร?

อู๋ไป๋ก็งุนงงมาก พวกเขาใช้เวลาสืบหานานนัก แม่ทัพน้อยกลับสังหารอีกฝ่ายในพริบตา นางไม่อยากจะรู้แล้วหรือว่า เบื้องหลังการตายของต้วนไหวซวี่คืออะไร?

หร่วนฝูอวี้กลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะยกนิ้วหัวแม่มือให้ และยิ้มแห้ง ๆ

“การแทงของสามีนี้ ช่างสะใจยิ่งนัก!”

ซูฮ่วนผู้นี้ บางครั้งก็ชั่วร้ายเสียยิ่งกว่านาง

เฟิ่งจิ่วเหยียนใช้หางตามองร่างในชุดคลุมดำอย่างเย็นชา

นางเดินทางมาไกลนับพันลี้ ก็เพียงเพื่อที่จะฆ่าเขา ไยจะต้องปล่อยให้เขาจูงจมูกได้อีกเล่า?

การแก้แค้นนั้น สังหารศัตรูต้องมาก่อน ความจริงเป็นเรื่องรอง

โดยเฉพาะกับคนที่ปากแข็ง และคนที่ไม่มีจุดอ่อนเลย เป็นที่แน่ชัดว่าเค้นเอาคำตอบไม่ได้ กับโจรประเภทนี้ เพียงแค่สังหารโดยตรง และไม่ต้องเอ่ยไร้สาระ

จากนั้นเฟิ่งจิ่วเหยียนหันไปเอ่ยกับหร่วนฝูอวี้

“ควักอวัยวะภายในของเขาออกมา และพรุ่งนี้แขวนศพของเขาไว้ในตำแหน่งที่เห็นได้ชัดบนหอประตูเมืองหนานเจียงของเจ้า ทุกวันให้เฆี่ยนศพเพื่อสร้างความอัปยศ หากมีสหายมาช่วยเหลือ มาหนึ่งคน ก็ฆ่าทิ้งคนหนึ่ง! มาสองคน ก็ฆ่าทั้งคู่!”

หร่วนฝูอวี้ยกยิ้มมุมปากอย่างทรงเสน่ห์

“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะ เรื่องเช่นนี้ ข้าถนัดนัก”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเหลือบมองร่างในชุดคลุมดำเป็นครั้งสุดท้าย พลางนึกถึงคำพูดของเขาในคุกเทียนเหลา “ตายแล้วก็เกิดใหม่ ไม่มีวันสิ้นสุด”

เช่นนั้นก็มาดูกันว่า เขาจะเกิดใหม่ได้อย่างไร!

เมื่อสังหารคนชุดคลุมดำแล้ว หร่วนฝูอวี้ได้จัดงานเลี้ยงฉลองในจวน

อู๋ไป๋ไม่ได้กินอาหารดี ๆ มานานแล้ว จึงกินดื่มมากกว่าปกติ

หร่วนฝูอวี้สังเกตเห็น แม้ว่าซูฮ่วนจะสังหารคนชุดคลุมดำนั้นแล้ว ยังคงไม่มีความรู้สึกผ่อนคลายเลย

นางถือไหสุราแล้วเดินไปหาเฟิ่งจิ่วเหยียน ก่อนจะรินสุราให้ด้วยตนเอง

“เหตุใดไม่ดื่มเล่า? วันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเก่านะ

“กลัวเมารึ?

“วางใจเถิด หากเจ้าเมาแล้ว ข้าจะดูแลเจ้าอย่างดี และไม่ปล่อยให้เจ้ากังวลเรื่องใดเลย”

หร่วนฝูอวี้กล่าวพร้อมส่งสายตาอ่อนหวานให้เฟิ่งจิ่วเหยียน

เมื่อได้ยินเช่นนี้แล้ว เฟิ่งจิ่วเหยียนมีแต่จะยิ่งไม่กล้าดื่ม

นางผลักจอกสุราออกห่าง และเอ่ยตามตรง

“คนชุดคลุมดำตายแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะกลับไปที่หนานฉี”

ทันใดนั้นหร่วนฝูอวี้ก็ตื่นตกใจ

“ทำไมเล่า? พวกเรายังไม่ได้ใช้วันเวลาดี ๆ ร่วมกันเลย!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวอธิบาย “ยังมีเศษเดนของพรรคเทียนหลงอีกหลายคน และฐานที่มั่นหลักของพวกเขาตั้งอยู่ในหนานฉี...”

หร่วนฝูอวี้พูดแทรกอย่างไม่อดทน

“ข้าจะวางใจให้เจ้าไปคนเดียวได้อย่างไร? รอก่อน ข้าจะไปกับเจ้า!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเปลี่ยนบทสนทนา “ทั้งที่รู้ว่าข้าป่วยอยู่ ยังพยายามจะให้ดื่มอีกรึ? หร่วนฝูอวี้ ก็ไม่เห็นว่าเจ้าจะจริงใจต่อข้าสักเท่าไรนัก”

หร่วนฝูอวี้ : …

พลาดแล้ว!

……

เฟิ่งจิ่วเหยียนเปรียบเสมือนสายลม ผู้ใดก็รั้งไว้ไม่อยู่

แม้หร่วนฝูอวี้จะพยายามใช้ทั้งไม้แข็งและไม้อ่อน อย่างเต็มที่แล้ว ก็ยังรั้งนางไว้ไม่อยู่

เช้าวันต่อมา หร่วนฝูอวี้ออกมาส่งนางทั้งน้ำตา รูปลักษณ์นั้นบอบบางพริ้งเพรา ทว่าคำพูดคำจาช่างทำให้คนหวาดผวานัก

“สามี รอให้ข้ากวาดล้างเศษเดนของพรรคมารเหล่านั้นในหนานเจียงให้สิ้นซาก ค่อยไปตามหาเจ้าที่หนานฉี!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนขี่ม้า ส่วนอู๋ไป๋ตามมาข้างหลังและเอ่ยหยอกเย้า

“แม่ทัพน้อย ไมตรีจากสาวงามนั้นรับมือยากที่สุดแล้วขอรับ!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนปรับหน้ากากบนใบหน้าให้ตรง

“ไป!”

“ขอรับ!”

……

หนึ่งเดือนให้หลัง

เฟิ่งจิ่วเหยียนหวนคืนสู่แคว้นหนานฉี เมื่อนั้นจึงได้รู้ว่าเพิ่งจะมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย