คนชุดคลุมดำล้มลงกับพื้น จนกระทั่งตายก็ยังคิดไม่ตก ว่าเพราะเหตุใด...
อย่าว่าแต่คนชุดคลุมดำแล้ว แม้แต่ผู้คนรอบข้าง รวมทั้งหร่วนฝูอวี้ ก็ล้วนตะลึงงัน
พวกเขาหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก
สังหารคนทั้งอย่างนี้เลยหรือ? ไม่ต้องสอบปากคำเลยหรือไร?
อู๋ไป๋ก็งุนงงมาก พวกเขาใช้เวลาสืบหานานนัก แม่ทัพน้อยกลับสังหารอีกฝ่ายในพริบตา นางไม่อยากจะรู้แล้วหรือว่า เบื้องหลังการตายของต้วนไหวซวี่คืออะไร?
หร่วนฝูอวี้กลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะยกนิ้วหัวแม่มือให้ และยิ้มแห้ง ๆ
“การแทงของสามีนี้ ช่างสะใจยิ่งนัก!”
ซูฮ่วนผู้นี้ บางครั้งก็ชั่วร้ายเสียยิ่งกว่านาง
เฟิ่งจิ่วเหยียนใช้หางตามองร่างในชุดคลุมดำอย่างเย็นชา
นางเดินทางมาไกลนับพันลี้ ก็เพียงเพื่อที่จะฆ่าเขา ไยจะต้องปล่อยให้เขาจูงจมูกได้อีกเล่า?
การแก้แค้นนั้น สังหารศัตรูต้องมาก่อน ความจริงเป็นเรื่องรอง
โดยเฉพาะกับคนที่ปากแข็ง และคนที่ไม่มีจุดอ่อนเลย เป็นที่แน่ชัดว่าเค้นเอาคำตอบไม่ได้ กับโจรประเภทนี้ เพียงแค่สังหารโดยตรง และไม่ต้องเอ่ยไร้สาระ
จากนั้นเฟิ่งจิ่วเหยียนหันไปเอ่ยกับหร่วนฝูอวี้
“ควักอวัยวะภายในของเขาออกมา และพรุ่งนี้แขวนศพของเขาไว้ในตำแหน่งที่เห็นได้ชัดบนหอประตูเมืองหนานเจียงของเจ้า ทุกวันให้เฆี่ยนศพเพื่อสร้างความอัปยศ หากมีสหายมาช่วยเหลือ มาหนึ่งคน ก็ฆ่าทิ้งคนหนึ่ง! มาสองคน ก็ฆ่าทั้งคู่!”
หร่วนฝูอวี้ยกยิ้มมุมปากอย่างทรงเสน่ห์
“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถอะ เรื่องเช่นนี้ ข้าถนัดนัก”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเหลือบมองร่างในชุดคลุมดำเป็นครั้งสุดท้าย พลางนึกถึงคำพูดของเขาในคุกเทียนเหลา “ตายแล้วก็เกิดใหม่ ไม่มีวันสิ้นสุด”
เช่นนั้นก็มาดูกันว่า เขาจะเกิดใหม่ได้อย่างไร!
เมื่อสังหารคนชุดคลุมดำแล้ว หร่วนฝูอวี้ได้จัดงานเลี้ยงฉลองในจวน
อู๋ไป๋ไม่ได้กินอาหารดี ๆ มานานแล้ว จึงกินดื่มมากกว่าปกติ
หร่วนฝูอวี้สังเกตเห็น แม้ว่าซูฮ่วนจะสังหารคนชุดคลุมดำนั้นแล้ว ยังคงไม่มีความรู้สึกผ่อนคลายเลย
นางถือไหสุราแล้วเดินไปหาเฟิ่งจิ่วเหยียน ก่อนจะรินสุราให้ด้วยตนเอง
“เหตุใดไม่ดื่มเล่า? วันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเก่านะ
“กลัวเมารึ?
“วางใจเถิด หากเจ้าเมาแล้ว ข้าจะดูแลเจ้าอย่างดี และไม่ปล่อยให้เจ้ากังวลเรื่องใดเลย”
หร่วนฝูอวี้กล่าวพร้อมส่งสายตาอ่อนหวานให้เฟิ่งจิ่วเหยียน
เมื่อได้ยินเช่นนี้แล้ว เฟิ่งจิ่วเหยียนมีแต่จะยิ่งไม่กล้าดื่ม
นางผลักจอกสุราออกห่าง และเอ่ยตามตรง
“คนชุดคลุมดำตายแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะกลับไปที่หนานฉี”
ทันใดนั้นหร่วนฝูอวี้ก็ตื่นตกใจ
“ทำไมเล่า? พวกเรายังไม่ได้ใช้วันเวลาดี ๆ ร่วมกันเลย!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวอธิบาย “ยังมีเศษเดนของพรรคเทียนหลงอีกหลายคน และฐานที่มั่นหลักของพวกเขาตั้งอยู่ในหนานฉี...”
หร่วนฝูอวี้พูดแทรกอย่างไม่อดทน
“ข้าจะวางใจให้เจ้าไปคนเดียวได้อย่างไร? รอก่อน ข้าจะไปกับเจ้า!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเปลี่ยนบทสนทนา “ทั้งที่รู้ว่าข้าป่วยอยู่ ยังพยายามจะให้ดื่มอีกรึ? หร่วนฝูอวี้ ก็ไม่เห็นว่าเจ้าจะจริงใจต่อข้าสักเท่าไรนัก”
หร่วนฝูอวี้ : …
พลาดแล้ว!
……
เฟิ่งจิ่วเหยียนเปรียบเสมือนสายลม ผู้ใดก็รั้งไว้ไม่อยู่
แม้หร่วนฝูอวี้จะพยายามใช้ทั้งไม้แข็งและไม้อ่อน อย่างเต็มที่แล้ว ก็ยังรั้งนางไว้ไม่อยู่
เช้าวันต่อมา หร่วนฝูอวี้ออกมาส่งนางทั้งน้ำตา รูปลักษณ์นั้นบอบบางพริ้งเพรา ทว่าคำพูดคำจาช่างทำให้คนหวาดผวานัก
“สามี รอให้ข้ากวาดล้างเศษเดนของพรรคมารเหล่านั้นในหนานเจียงให้สิ้นซาก ค่อยไปตามหาเจ้าที่หนานฉี!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนขี่ม้า ส่วนอู๋ไป๋ตามมาข้างหลังและเอ่ยหยอกเย้า
“แม่ทัพน้อย ไมตรีจากสาวงามนั้นรับมือยากที่สุดแล้วขอรับ!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนปรับหน้ากากบนใบหน้าให้ตรง
“ไป!”
“ขอรับ!”
……
หนึ่งเดือนให้หลัง
เฟิ่งจิ่วเหยียนหวนคืนสู่แคว้นหนานฉี เมื่อนั้นจึงได้รู้ว่าเพิ่งจะมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...