เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 530

ครึ่งชั่วยามต่อมา หลังจากรุ่ยอ๋องหารือเรื่องเข้าเมืองเซวียนกับตงฟางซื่อเสร็จ ก็อยู่ค้างที่หมู่บ้านเสิ่นเจียอู่ต่อ

เหล่าฝานพาพวกเขาไปยังที่พัก

ทันใดนั้น รุ่ยอ๋องก็โค้งคารวะเฟิ่งจิ่วเหยียน

“ท่านนี้คือรองผู้นำพันธมิตรสินะ ตอนมาข้าจำเจ้าไม่ได้”

เฟิ่งจิ่วเหยียนคารวะกลับอย่างเรียบเฉย

ในตอนนี้เอง เด็กน้อยเซี่ยวเซี่ยวก็วิ่งเข้ามา

นางโถมตัวเข้าใส่อ้อมกอดของเฟิ่งจิ่วเหยียนอย่างคุ้นเคย จากนั้นก็ออดอ้อนออเซาะ

“พี่ชาย ข้ากลัวความมืด เจ้าไปนอนกับข้า…”

พูดยังไม่จบ นางก็เหลือบเห็นพวกรุ่ยอ๋อง

เด็กมักจะเก็บอาการไม่ได้ สีหน้าพลันเผยแววดีใจออกมา

คนนี้ เหมือนจะเป็นท่านพี่รุ่ยอ๋องเลย!

เขาตั้งใจมารับนางโดยเฉพาะเลยหรือ?

องค์หญิงน้อยทั้งดีใจ ทั้งยังไม่อยากกลับ สีหน้าจึงดูยุ่งเหยิง

ในตอนนี้เอง รุ่ยอ๋องก็มองมาที่เซี่ยวเซี่ยวด้วยใบหน้าอ่อนโยน

องค์หญิงน้อยไม่ค่อยกลับเมืองหลวง ครั้งล่าสุดที่เจอนาง เห็นจะเป็นเมื่อสามปีที่แล้วได้ แต่เขาก็ยังจำนางได้ตั้งแต่เห็นครั้งแรก

อีกอย่าง ก่อนหน้านี้ฝ่าบาทได้รับจดหมายจากพันธมิตรอู่หลิน เขียนบอกเรื่องที่พวกเขาช่วยองค์หญิงน้อยเอาไว้

การที่เขามาเยือนเมืองตงซิ่นในครั้งนี้ นอกจากจัดการเรื่องเมืองเซวียนแล้ว ยังได้รับคำสั่งให้ปกป้ององค์หญิงน้อยให้ดี

ขณะที่รุ่ยอ๋องกำลังจะทำความรู้จักกับองค์หญิงน้อย กลับเห็นความกระวนกระวายในสายตาขององค์หญิงน้อย ราวกับกลัวว่าเขาจะเปิดเผยตัวตนของนาง

ทำไมล่ะ?

หรือองค์หญิงน้อยคิดว่า คนในพันธมิตรอู่หลินยังไม่รู้ว่านางคือใคร?

รุ่ยอ๋องอ่อนโยนนุ่มนวล ยอมคล้อยตามองค์หญิงน้อย เอ่ยถามทั้ง ๆ ที่รู้ว่า

“นี่น้องสาวของรองผู้นำพันธมิตรหรือ?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่มีการยืดเยื้อแม้แต่น้อย ดันเซี่ยวเซี่ยวไปตรงหน้ารุ่ยอ๋อง ด้วยการกระทำแสนเย็นชา

“นี่คือองค์หญิงแห่งจวนจู้กั๋วกง รุ่ยอ๋องคงรู้จัก”

ทันทีที่พูดออกมา องค์หญิงน้อยก็ตกใจนิ่งอึ้ง

ใบหน้าเล็ก ๆ อมชมพูของนางทอแววลนลานทำตัวไม่ถูก “พี่ชาย เจ้า…เจ้ารู้ตั้งแต่แรกว่าข้าคือ…”

ทั้ง ๆ ที่นางปกปิดตัวตนอย่างดี ไม่เคยละเมอเพ้อพกด้วยซ้ำ แล้วพี่ชายใหญ่รู้ได้อย่างไร?!

รุ่ยอ๋องยิ้มแห้งอย่างกระอักกระอ่วน

“หือ? น้องหญิงเองหรอกหรือ? คงเพราะฟ้ามืดลมแรง ข้าเลยมองไม่ชัด”

องค์หญิงน้อยเหลือบมองรุ่ยอ๋อง แล้วหันไปมองเฟิ่งจิ่วเหยียน

จากนั้นก็พูดกับคนหลังว่า “พี่ชายใหญ่ ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจโกหกเจ้า”

เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“ไม่เป็นไร ข้ารู้ว่าสถานการณ์มันบีบบังคับเจ้า”

กล่าวจบ นางก็ส่งตัวองค์หญิงน้อยให้รุ่ยอ๋องอย่างวางใจ

รุ่ยอ๋องกลับพูดว่า “รองพันธมิตรซู กำลังทหารของข้าล้วนอยู่ข้างนอก มิหนำซ้ำพรุ่งนี้ยังต้องออกเดินทางไปที่เมืองเซวียน รบกวนฝากเหล่านักรบพันธมิตรอู่หลินดูแลองค์หญิงน้อยได้หรือไม่?”

ทุกครั้งที่กล่าวถึงเมืองเซวียน องค์หญิงน้อยจะกังวลเป็นอย่างมาก

มือเล็ก ๆ ของนางกำชายเสื้อของรุ่ยอ๋องไว้

“ท่านพี่รุ่ยอ๋อง พวกเสด็จพ่อถูกจับตัวไป ต้องรีบช่วยพวกเขาออกมานะ!”

รุ่ยอ๋องย่อตัวลง ให้อยู่ในระดับเดียวกันกับองค์หญิงน้อย

“องค์หญิงไม่ต้องห่วงนะ พี่มาในครั้งนี้ ก็เพื่อจับกองทัพกบฏ แต่คงต้องให้เจ้ารออยู่ที่พันธมิตรอู่หลินไปก่อน จนกว่าพวกข้าจะกลับมา”

ดวงตากลมโตเหมือนลูกองุ่นขององค์หญิงน้อยกะพริบปริบ ๆ ราวกับครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

“ข้าเองก็คิดเช่นนั้น เสด็จพ่อเคยสอนหลักการนี้ให้แก่ข้า”

เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดอย่างใจร้ายว่า

“ขุมทรัพย์เกี่ยวพันกับภาระกิจอันใหญ่หลวง พันธมิตรอู่หลินไม่สะดวกยื่นมือเข้าไปช่วย คงต้องรบกวนรุ่ยอ๋องจัดการเอง”

รุ่ยอ๋องประหลาดใจเล็กน้อย

ปกติแล้ววีรบุรุษที่ยอดเยี่ยมไม่เคยนิ่งเฉยยามเจอเรื่องอยุติธรรมไม่ใช่หรือ? ได้ยินเรื่องขุมทรัพย์ อย่างน้อยควรถามแสดงความเป็นห่วง หรือไม่ก็พยายามช่วยสุดความสามารถสิ

รองผู้นำพันธมิตรซูผู้นี้ ช่างเลือดเย็นจริง ๆ

วันต่อมา

กองกำลังทหารแบ่งเป็นสามกลุ่มแยกไปสามทิศทาง

ตงฟางซื่อแปลงโฉมเป็นฮ่องเต้ เข้าไปในเมืองเซวียนเพียงลำพัง

รุ่ยอ๋องมุ่งตรงไปทางทิศตะวันตก เพื่อเคลื่อนย้ายกองกำลังทหารที่เมืองตงซิ่น

ส่วนองครักษ์ใบ้ของเขาพาองค์หญิงน้อยไปหาขุมทรัพย์ที่เมืองเซวียน

องค์หญิงบอกตำแหน่งของต้นไม้ไม่ถูก จึงต้องพานางแฝงตัวเข้าไปในเมืองเซวียนด้วย เรื่องนี้จึงเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง

เห็นได้ชัดว่าองครักษ์ใบ้ซื่อสัตย์ ทั้งยังเก่งกาจ ถึงได้รับความไว้วางใจจากรุ่ยอ๋องถึงเพียงนี้

ในเวลาเดียวกัน เฟิ่งจิ่วเหยียนเองก็วางแผนเข้าไปในเมืองเซวียน เพื่อช่วยตงฟางซื่อไขประตูเมืองที่ใส่กลอนเครื่องจักรกลให้เปิดออก

เดิมทีกองกำลังจะแบ่งออกเป็นสี่กลุ่ม แต่เพราะองค์หญิงน้อยตามติดเฟิ่งจิ่วเหยียนมากเกินไป

“ข้ามีวิธี! ในเมื่อพี่ชายใหญ่ก็จะไปเมืองเซวียนด้วยเหมือนกัน เช่นนั้นพวกเราสามคนก็ไปด้วยกันนี่แหละ!”

ขณะที่เฟิ่งจิ่วเหยียนกำลังจะปฏิเสธ องค์หญิงน้อยก็ทำหน้าอ้อนวอน

“พี่ชายใหญ่ องครักษ์ใบ้คนนั้นดุมาก ดูเป็นคนไม่ดีอย่างไรไม่รู้ เมื่อครู่เขายังถลึงตาใส่ข้าอยู่เลย ข้ากลัว…”

องครักษ์ใบ้: ?

เฟิ่งจิ่วเหยียนเห็นสีหน้าขององค์หญิงน้อย สุดท้ายก็ทนใจแข็งไม่ได้

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย