เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 532

หลังจากองครักษ์ใบ้กลับเข้าห้อง กลับเห็นบุรุษที่อยู่บนคานห้องผู้นั้นนั่งอยู่ตรงนั้น มือข้างหนึ่งวางอยู่บนเข่าที่งอขึ้น และมองลงมาที่เขา พร้อมกับถามด้วยความสงสัย

“ไปทำสิ่งใดมา?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนอยู่ภายนอกจะระวังตัวอย่างมาก กลางวันนอน และกลางคืนเฝ้ายาม

ขณะที่คนผู้นี้ออกไปนางก็รู้แล้ว

ทว่าเขาอยู่นอกประตูตลอดเวลา มิได้ไปที่ใดอีก นางจึงมิได้ตามออกไปสืบดู นอกจากนี้ เขายังเป็นคนที่รุ่ยอ๋องไว้วางใจ นางก็มิควรทำตัวสอดรู้สอดเห็น

องครักษ์ใบ้ทำภาษามือง่าย ๆ ราวกับจะบอกว่าเขาออกไปเดินรอบ ๆ มา

เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่ได้เค้นถามสิ่งใดอีก จึงเอนนอนลงไปตามเดิม

บุรุษเหลือบมองนางแวบหนึ่ง ในดวงตามีเงามืดกระดำกระด่าง...

วันรุ่งขึ้น คณะสามคนรีบเดินทางต่อ

องค์หญิงน้อยทรงถามเฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยความใส่พระทัย

“พี่ชายใหญ่ เมื่อคืนท่านกับคนประหลาดผู้นั้นนอนด้วยกันหรือ?”

ชายชาตรีสองคน หากไม่นอนด้วยกัน ก็อาจจะดูแปลกอยู่บ้าง

เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่ได้อธิบายมากความ นางฉวยจังหวะแขวนขนมเปี๊ยะแผ่นใหญ่ไว้บนคอขององค์หญิงน้อย

องค์หญิงน้อยก็หยิบขนมเปี๊ยะแผ่นใหญ่นั้นขึ้นมากินโดยปริยาย

เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ส่งขนมเปี๊ยะแผ่นใหญ่ที่ร้อยเชือกให้กับองครักษ์ใบ้เช่นกัน “เจ้าก็แขวนมันไว้”

ทำเช่นนี้แล้ว หากขณะขับรถม้าเกิดหิวก็สามารถกินได้ทุกเมื่อ

นัยน์ตาขององครักษ์ใบ้ฉายแววความรังเกียจ...

ภาพเหตุการณ์เปลี่ยนไป บุรุษขับรถม้าด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ บนคอยังมีขนมเปี๊ยะแผ่นใหญ่แขวนอยู่

แววตาของเขามืดมนยิ่งกว่าสภาพอากาศตอนนี้เสียอีก

ยังไม่ถึงเมืองเซวียนด้วยซ้ำ เขาก็อยากฆ่าซูฮ่วนผู้นี้แล้ว!

ภายในห้องโดยสาร

องค์หญิงน้อยกินขนมเปี๊ยะไปครึ่งแผ่นแล้ว บนปากยังมีเศษขนมติดอยู่

นางคลานเข้าไปใกล้ ๆ เฟิ่งจิ่วเหยียนและกอดแขนของนางไว้

“พี่ชายใหญ่ คืนนี้ท่านต้องนอนกับข้า เมื่อคืนข้าฝันร้าย มันน่ากลัวมาก”

เฟิ่งจิ่วเหยียนมิได้รับปาก ค่อย ๆ ผลักองค์หญิงน้อยออกไป

เด็กน้อยผู้นี้ เหตุใดจึงยังไม่เข้าใจว่า ชายหญิงมิควรแตะเนื้อต้องตัวกัน?

ในเวลาพลบค่ำ รถม้าก็มาหยุดอยู่หน้าโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ห่างไกลไร้ผู้คน

องครักษ์ใบ้เลิกผ้าม่านขึ้นอย่างไร้มารยาท และทำภาษามือใส่พวกเขา เพื่อจะบอกเป็นนัย ๆ ว่าพวกนางต้องลงไปกินอะไรบ้าง

อย่างไรเสียข้างหน้านี้ก็คือเมืองเซวียนแล้ว

เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้สึกตัวมาตลอดทาง ทว่าองค์หญิงน้อยเพิ่งจะบรรทมไปเมื่อครู่นี้

เดิมทีนางตั้งใจจะปลุกองค์หญิงน้อยเบา ๆ ผลสุดท้ายมีมือใหญ่ ๆ ข้างหนึ่งยื่นเข้ามาคว้าไหล่ขององค์หญิงน้อยผู้นั้น และเขย่าอย่างแรงเพื่อปลุกให้คนตื่น

เฟิ่งจิ่วเหยียน: ...

เวลานี้ในโรงเตี๊ยมไม่มีลูกค้าสักเท่าไรนัก

สามคนสั่งเนื้อวัวหนึ่งจานและสุราหนึ่งกา

องค์หญิงน้อยนั่งอย่างเชื่อฟัง และกินเนื้อคำเล็ก ๆ ทีละคำ

บุรุษเอ่ยอย่างเย็นชา

“เจ้ากลับไปรายงานประมุขพรรค ตอนนี้ทั้งหมดอยู่ในการควบคุมของเราแล้ว”

สตรีเอ่ยเตือนพร้อมยิ้มอย่างอ่อนหวาน “นายท่านต้องระวังตัวบ้าง ราชสำนักมิใช่จะรับมือง่ายถึงเพียงนั้น อย่าให้สมบัติยังหาไม่พบ แต่กลับสร้างความวุ่นวายขึ้นมาก่อน”

ในเวลาเดียวกันนั้น

เฟิ่งจิ่วเหยียนพวกเขาสามคนแฝงตัวเข้ามาในเมืองเซวียนแล้ว ทั้งแยกกันออกเป็นสองทาง

องครักษ์ใบ้พาองค์หญิงน้อยไปค้นหาแผนที่สมบัติ ส่วนนางรอจังหวะลงมือ โดยจะถ่วงเวลาไว้เพื่อให้ตงฟางซื่อเปิดประตูเมือง

เมืองเซวียนถูกกองทัพกบฏควบคุม เหล่าราษฎรที่หลบหนีไม่ทันก็พากันปิดบ้านเรือน

ทว่าก็มีพ่อค้าบางคนต้องการเงินมากกว่าต้องการชีวิต

ซาลาเปาแต่ก่อนราคาหนึ่งอีแปะ ตอนนี้กลับมีราคาสิบอีแปะ หรือกระทั่งแพงกว่านั้น ข้าวสารทะนานละห้าอีแปะ และขายให้เฉพาะคนที่เสนอราคาสูงสุด ครั้งหนึ่งเคยพุ่งสูงถึงหนึ่งตำลึงเงิน

หอคณิกาก็เปิดทำการปกติ

เฟิ่งจิ่วเหยียนมองเห็น แม่เล้าหอคณิกาผู้นั้นคว้าตัวทหารไม่ยอมปล่อย ทั้งวิงวอนด้วยรอยยิ้มที่แฝงความเศร้า

“ท่านนายทหาร ข้าน้อยทำการค้าประเวณี อีแปะเดียวก็ยังดี ท่านควรจะให้บ้าง จะย่ำยีหญิงสาวของเราที่นี่เปล่า ๆ มิได้หรอก!”

ทหารผู้นั้นใช้กำปั้นทำให้นางเงียบปาก และทิ้งท้ายประโยคหนึ่ง

“เจ้าเป็นคณิกาที่ถูกผู้คนมากมายย่ำยีและด่าทอ ข้ายังรู้สึกรังเกียจเลย!”

แม่เล้าชราผู้นั้นใบหน้าบวมช้ำ แต่ยังคงฝืนลุกขึ้น

ด้านหลังมีโคมไฟหลากสี ดูสว่างไสวเรืองรอง ทว่ากลับมีเสียงร้องน่าเวทนาไม่หยุด

เฟิ่งจิ่วเหยียนยืนอยู่ในที่ลับ และมองดูด้วยสายตาเยือกเย็น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย