ทันใดนั้น มีคนสวมหน้ากากผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น และขวางทางเซี่ยงเทียนกับคณะของเขาไว้
“เจ้าเป็นผู้ใด!!” เซี่ยงเทียนระแวดระวังขึ้นมาทันที
เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่เอ่ยสิ่งใด พร้อมกระโดดขึ้นไปบนหลังคา
เซี่ยงเทียนรีบตามไปทันที และตะโกนว่า “จับนักฆ่า!”
อีกด้านหนึ่ง
ณ จวนจู้กั๋วกง
ในห้องโถงหลัก
หวังโซ่วเหรินกำลังสนทนากับคนผู้หนึ่ง คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามก็คือ บุรุษสวมชุดคลุมขาวผู้หนึ่ง บนใบหน้าสวมหน้ากาก มองเห็นหน้าตาไม่ชัดเจน ทว่าบนนิ้วมือมีแหวนน้าวสวมอยู่
หวังโซ่วเหรินมีท่าทีเคารพคนผู้นี้เป็นพิเศษ
“นายท่านวางใจได้ ทุกอย่างดำเนินตามแผนของนายท่าน...”
ทันใดนั้น คนชุดคลุมขาวรับรู้ถึงบางอย่าง เขาเหวี่ยงมือ อาวุธลับที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อก็พุ่งออกไป
ขณะที่ทั้งสองคนไล่ตามออกไป ก็เห็นเพียงเงาดำกระโดดข้ามออกจากกำแพงไป
หวังโซ่วเหรินเหงื่อแตกพลั่กในทันที
“นี่...”
คนชุดคลุมขาวสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา: “ไล่ตาม!”
ทันใดนั้น จู่ ๆ ก็มีคนสวมชุดคลุมขาวเหมือนกันหลายสิบคนปรากฏตัวออกมาจากในที่ลับ ราวกับลูกธนูคมไล่ตามคนชุดดำผู้นั้นไป
หลังจากองครักษ์ใบ้หนีออกมาจากจวนจู้กั๋วกง ก็มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก
ด้านหลังเขามีทหารไล่ตาม คนเหล่านั้นไม่ธรรมดา แต่ละคนมีทักษะวิชาตัวเบาที่ยอดเยี่ยม
ขณะวิ่งเข้าไปในตรอกแห่งหนึ่ง ก็กระแทกเข้ากับคนผู้หนึ่งอย่างจัง
เขามีไอสังหารชัดเจน เมื่อพินิจดูอีกครั้ง กลับมองเห็นอีกฝ่ายก็คือคนคุ้นเคยนั่นเอง
องครักษ์ใบ้: ...
เฟิ่งจิ่วเหยียน: ...
ศัตรูคู่แค้น!
ด้านหลังพวกเขาทั้งสองคนมีกองกำลังกลุ่มหนึ่งตามไล่ล่า
ทั้งสองฝ่ายจึงเผชิญหน้ากัน
เซี่ยงเทียนมองไปทางเฟิ่งจิ่วเหยียนตรงมุมหนึ่ง จากนั้นก็มองไปทางคนชุดคลุมขาวหลายสิบคนนั้น
คนชุดคลุมขาวมองไปทางคนสวมหน้ากากทั้งสองคน ก็ไม่แน่ใจว่าผู้ใดคือคนที่พวกเขากำลังไล่ตาม
ขณะที่พวกเขากำลังพิจารณาว่า จะสังหารทั้งสองคนเลยดีหรือไม่
ทันใดนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนก็รีบตะโกนใส่คนชุดคลุมขาวเหล่านั้น
“ยังตะลึงงันเพราะเหตุใด สังหารเซี่ยงเทียน!”
เหล่าคนชุดคลุมขาว: ?!
เซี่ยงเทียนเรียกสติกลับมาทันที
“พวกเขาเป็นพวกเดียวกัน! สังหาร!”
ช่างรวดเร็วกว่าที่คิด เฟิ่งจิ่วเหยียนรีบคว้าตัวองครักษ์ใบ้แล้ววิ่งหนีไปพร้อมกัน
......
เดิมทีเฟิ่งจิ่วเหยียนคิดจะหลอกล่อกองกำลังของเซี่ยงเทียนออกไป นึกไม่ถึงว่าสถานการณ์จะยิ่งวุ่นวายใหญ่โต
ยังดีที่เหล่ากองทัพกบฏกำลังยุ่งอยู่กับการดับไฟ และตามจับนักฆ่า จึงหยุดความสนใจที่ประตูเมืองด้านนั้นไว้ก่อน
ทว่านางไม่คาดคิดว่าเซี่ยงเทียนแรงดีไม่มีตก ยังคงไล่ตามพวกเขาต่อไป
ในภาวะคับขัน นางพาองครักษ์ใบ้ข้ามกำแพง และกระโดดขึ้นไป จากนั้นรีบเข้าไปในห้อง ๆ หนึ่งบนชั้นสองทันที
ในเวลานี้ มีเสียงฝีเท้าวุ่นวายและหนักหน่วงดังมาจากด้านนอก
จากนั้นก็เป็นเสียงตะเบ็งของเซี่ยงเทียนผู้นั้น
“มีนักฆ่าเข้ามาในเมืองเซวียน ข้าแม่ทัพต้องการจะตรวจค้น! ทุกคนจงยืนอยู่เฉย ๆ อย่าขยับ!”
ภายในห้อง เฟิ่งจิ่วเหยียนวางมีดชิดกับลำคอระหงของหญิงสาว พร้อมกับเอ่ยเสียงทุ้มข้าง ๆ หูนาง
“ร้อง”
หญิงสาวตกใจกลัว “ร้อง ร้องสิ่งใด? อย่าฆ่าข้า...ข้า ข้าร้องบอกชื่อก็ได้ ใช่แล้ว! ข้าชื่อตงเอ๋อร์...”
เฟิ่งจิ่วเหยียน: ?
“มิได้ถามว่าเจ้าชื่ออะไร แต่ให้ร้องเหมือนที่เจ้าร้องบนเตียงเมื่อครู่”
กองทัพกบฏค้นหาทีละห้อง ฝีเท้าของพวกเขาใกล้เข้ามาแล้ว
แววตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนเคร่งขรึม
“ร้อง!”
หญิงสาวเห็นมีดเข้ามาใกล้เช่นนั้นก็หวาดกลัวเป็นอย่างมาก
นางคิดจะร้อง แต่ในหัวกลับว่างเปล่า เสียงที่เปล่งออกมาเหมือนเสียงเลื่อยกำลังตัดไม้ ไม่ปะติดปะต่อและแหบพร่า
เมื่อเห็นว่าทหารกำลังจะตรวจค้นถึงแล้ว เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงคิดจะให้หญิงสาวร้องออกมาน่าฟังกว่านี้
“เจ้า...”
ทันทีที่นางเอ่ยปาก จู่ ๆ หญิงสาวก็ชักเกร็งและหมดสติไป
เฟิ่งจิ่วเหยียนโอบนางไว้ทันที อดมิได้ที่จะขมวดคิ้วแน่น
คนผู้นี้ตกใจกลัวจนหมดสติไปจริง ๆ
ทว่าในเวลานี้ กองทัพกบฏเหล่านั้นก็มาถึงนอกประตูแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...