ด้านนอกประตู แม่เล้าขวางทหารกบฏเหล่านั้นไว้
“ด้านในคือน้องชายของแม่ทัพหวัง...”
“เหตุใดจึงไม่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวใด ๆ ?”
“นี่...บางทีอาจจะเหนื่อยและหลับไปแล้ว?” แม่เล้าคาดเดา
“ไม่ชอบมาพากล! เปิดประตู!”
ภายในห้อง
เหตุการณ์คับขันไม่มีทางออกแล้ว องครักษ์ใบ้เห็นสถานการณ์เช่นนี้ ก็หันหลังจะกระโดดหนีออกไปทางหน้าต่าง
เฟิ่งจิ่วเหยียนขวางเขาไว้ และชี้ไปทางอ่างน้ำพร้อมส่งภาษามือให้เขา
แววตาของบุรุษดูเยือกเย็น
นี่จะให้เขาลงไปในอ่างน้ำหรือ?
เวลาคับขัน เฟิ่งจิ่วเหยียนมิพูดพร่ำทำเพลง ขณะที่เขากำลังลังเลไร้สติอยู่นั้น นางก็ผลักเขาลงไปในอ่างน้ำอย่างมิเกรงใจ
ไอ้บ้าเอ๊ย!
หลังจากบุรุษขึ้นมาจากน้ำ วินาทีแรกคือขยับหน้ากากบนใบหน้าของเขาให้ตรง
ทว่ากลับเห็นซูฮ่วนนำสตรีผู้นั้นซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้า จากนั้นก็สวมชุดคลุมตัวนอกของหญิงสาว พร้อมปล่อยผมดำขลับลงมาอย่างรวดเร็ว
จากนั้นนางก็ลงไปในอ่างน้ำ...
ปัง!
กองทัพกบฏใช้กำลังพังประตู
เห็นเพียงในอ่างน้ำภายในห้องนั้น หญิงสาวหันหลังให้พวกเขา กำลังดันตัวบุรุษไปที่ขอบอ่างน้ำ ท่าทางของทั้งสองคนนั้นดูใกล้ชิดแนบแน่น...
หลังจากแม่เล้าเห็นแล้ว นัยน์ตาพลันมืดมน
จากนั้นนางจึงรีบปิดประตูทันที และเอ่ยพร้อมยิ้มขออภัย
“แม่ทัพเซี่ยง พวกท่านก็เห็นแล้ว แม่นางตงเอ๋อร์กำลังปรนนิบัติใต้เท้าหวังอยู่!”
สีหน้าของเซี่ยงเทียนดูเคร่งขรึม
นักฆ่าผู้นั้นหนีไปที่ใดกันแน่!
“ไปค้นหาที่อื่น!”
“ขอรับ! ท่านแม่ทัพ!”
ภายในห้อง
เฟิ่งจิ่วเหยียนแสร้งซบลงบนตัวบุรุษ ท่าทางดูเหมือนใกล้ชิดแนบแน่น ความจริงแล้วตรงกลางกลับมีระยะห่างพอสมควร
หลังจากแน่ใจว่ากองทัพกบฏจากไปแล้ว นางจึงลุกขึ้น
ส่วนองครักษ์ใบ้ผู้นั้นก็ถูกนางผลักไปข้างอ่างน้ำ จากการเข้าใกล้ในระยะประชิดเช่นนี้ เขามองเห็นริมฝีปากของนางภายใต้หน้ากากอย่างชัดเจน
เขาตกอยู่ในภวังค์โดยมิรู้ตัว
เฟิ่งจิ่วเหยียนเดินไปที่ริมหน้าต่าง เพื่อจะดูว่ากองทัพกบฏเหล่านั้นที่อยู่ภายนอกกลับไปแล้วหรือไม่
การสังหารคนเหล่านี้มิใช่เรื่องยาก
ทว่าสิ่งที่นางต้องการคือ ทำให้พวกเขาโกลาหลกันเอง เพื่อจะถ่วงเวลาพวกเขา
จากนั้นนางก็ถามองครักษ์ใบ้ผู้นั้น
“องค์หญิงเล่า”
บุรุษมิได้ตอบนาง ทว่าจ้องมองที่ปากของนาง
เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้สึกว่าเขาดูแปลกชอบกล จึงขมวดคิ้วพร้อมถามอย่างสงสัย
“มองข้าด้วยเหตุใด”
บุรุษส่ายหัว และหันไปบิดน้ำออกจากแขนเสื้อเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
ทว่าในดวงตาลึก ๆ ของเขาแฝงไว้ด้วยความมืดมน
เขาคิดมากไปหรือไม่
......
ด้านประตูเมือง
ตงฟางซื่อกำลังค้นหาวิธีและทดลองทำภายใต้แสงจันทร์สลัว
บนหอประตูเมืองมีทหารลาดตระเวนอยู่ ทว่าความสนใจของพวกเขากลับอยู่ในที่ไกล
ตำแหน่งที่ตงฟางซื่ออยู่นั้นเป็นมุมอับสายตาของพวกเขา
สี่ชั่วยามผ่านไปแล้ว ในที่สุดเขาก็พบช่องทางบางอย่าง
ตงฟางซื่อรวบรวมพลังชี่ไว้กลางฝ่ามือ
ทันใดนั้น เงาร่างสองสายก็ปรากฏตัวตามติดกันมา และยืนขวางอยู่ด้านหน้าเขา
นั่นคือซูฮ่วน และยังมีองครักษ์ใบ้ของรุ่ยอ๋องผู้นั้น!
ทว่าคนหลังเป็นเพียงตัวเสริมสำหรับเขาเท่านั้น
ตราบใดที่ซูฮ่วนอยู่ เขาก็ไม่มีสิ่งใดต้องกังวลแล้ว
“เหตุใดเพิ่งมา”
แววตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนเย็นชา: “ไปพักทำสมาธิรวบรวมพลัง มิเช่นนั้นจะเอากำลังมาจากที่ใด ท่านยังต้องใช้เวลาอีกนานเท่าใด?”
ตงฟางซื่อสลายพลังชี่นั้น พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเหมือนอ่อนโยน
“ต้องลำบากแล้ว ขวางไว้อีกสองชั่วยาม”
หลังจากพูดจบ เขาก็หันกลับมาจัดการกับกลไกของค่ายกลกุญแจนั้นต่อไป
เฟิ่งจิ่วเหยียนหันหลังให้เขา น้ำเสียงดูสงบและผ่อนคลาย
“ได้”
หวังโซ่วเหรินมองพวกเขาอย่างเย็นชา
“พวกเจ้าเป็นผู้ใดกันแน่!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนฉีกชายเสื้อของนางออกต่อหน้าฝูงชน และนำแถบผ้านั้นพันไว้รอบแขน การเคลื่อนไหวไม่เร็วไม่ช้า เผยให้เห็นความสง่างามที่ดูเป็นธรรมชาติ
วิธีนี้หวังโซ่วเหรินคุ้นเคยเป็นอย่างดี ในสนามรบนี่เป็นหนึ่งในวิธีที่ทหารใช้ป้องกันอาการมือสั่น และเพิ่มพลังกับความแม่นยำของหมัด...
เฟิ่งจิ่วเหยียนมองพวกเขาพร้อมเอ่ยเบา ๆ
“ข้าซูฮ่วน กลุ่มพันธมิตรอู่หลิน!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ลูกนัยน์ตาของหวังโซ่วเหรินก็หดลงในทันที
ซูฮ่วน?
ซูฮ่วนรากษสพันเงาที่สังหารคนโดยไม่กระพริบตาผู้นั้น?!
เขามาปรากฏตัวได้อย่างไร!
บ้าชะมัด!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...