เฟิ่งจิ่วเหยียนกับองครักษ์ใบผู้นั้น ทั้งสองคนกำลังสกัดกั้นกองทัพกบฏจำนวนนับไม่ถ้วน
ทว่ากองทัพกบฏทุกคนที่พุ่งเข้ามาด้านหน้า จะถูกเตะลอยคว้างและล้มลงด้วยความเร็วที่รุนแรงฉับพลัน
ส่วนทั้งสองคนนั้นดูเหมือนไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลย
หวังโซ่วเหรินนั่งอยู่บนหลังม้า และมองดูจากตำแหน่งที่ไม่ไกลนัก ในใจยิ่งรู้สึกหวาดหวั่น
มิได้การ!
จะเสียเวลาเช่นนี้ต่อไปอีกมิได้แล้ว!
เขาต้องทำตามคำสั่งของนายท่านให้สำเร็จโดยเร็ว สังหารฮ่องเต้ผู้นั้นเสีย!
หวังโซ่วเหรินหยิบคันธนูและลูกธนูออกมา และยิงออกไปทางฮ่องเต้ผู้นั้น
ทว่า ลูกธนูดอกนั้นเห็นชัดว่ายิงออกไปอย่างแม่นยำ และขณะที่ลูกธนูอยู่ห่างจากตัวฮ่องเต้เป็นระยะห่างสามฉื่อ มันกลับหยุดลงอย่างน่าประหลาด!
หวังโซ่วเหรินมิอยากเชื่อภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้ จึงรีบขยี้ตาในทันที
ตงฟางซื่อมีประสาทการรับรู้ต่อภัยอันตรายที่ฉับไวมาโดยตลอด
เขาใช้มือข้างหนึ่งทำให้ลูกธนูดอกนั้นลอยอยู่กับที่ เพียงโบกมือเบา ๆ ลูกธนูก็ร่วงลงพื้นแล้ว
ทว่าดูเหมือนเขาจะมิได้รับผลกระทบใด ๆ แม้แต่น้อย ยังคงจดจ่ออยู่กับการแก้กลไกลของค่ายกลประตูนั้น
หวังโซ่วเหรินมิอยากเชื่อ ลูกธนูที่ยิงออกไปติดต่อกันหลายดอก ทั้งหมดกลับถูกสกัดให้หยุดโดยไม่มีการยกเว้น
พลังภายในของฮ่องเต้ล้ำลึกถึงเพียงนี้เชียวหรือ!!
หวังโซ่วเหรินยิ่งกระวนกระวายใจยิ่งขึ้น
ในเวลานี้ท้องฟ้าเริ่มสว่างแล้ว
หวังโซ่วเหรินชักดาบออกมาพร้อมกับแผดเสียงก้อง: “ทุกคน บุกพร้อมกัน! สังหารพวกมัน!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนหยิบดาบบนพื้นขึ้นมา พร้อมยืนขวางอยู่ด้านหน้า และเอ่ยเตือนทหารเหล่านั้น
“พวกเจ้าล้วนเป็นทหารของหนานฉี ทหารของราชสำนัก ทหารของฝ่าบาท จะสังหารฮ่องเต้ กล้าบังอาจรึ?
เหล่าทหารกลุ่มนั้นต่างมองหน้ากัน
ก่อนหน้านี้ เฟิ่งจิ่วเหยียนต่อสู้กับพวกเขาด้วยมือเปล่า อย่างมากก็ทำให้พวกเขาบาดเจ็บหนัก ทำให้พวกเขาลุกขึ้นไม่ได้ ทว่ากลับไม่ได้ทำร้ายจุดสำคัญจนถึงแก่ชีวิตของพวกเขา
ตอนนี้นางหยิบอาวุธขึ้นมา นั่นก็หมายความว่า หากพวกเขาก้าวมาข้างหน้าอีก นางจะสังหารพวกเขา
แววตาของนางดูเคร่งขรึม ดาบในมือสะท้อนให้เห็นลูกนัยน์ตาที่ดูเยือกเย็นของนาง
องครักษ์ใบ้ที่อยู่ด้านข้างผู้นั้นก็มิด้อยไปกว่ากันเลย
รอบตัวเขามีศพอยู่นับไม่ถ้วน ความเคร่งขรึมดุดันในดวงตา ทำให้ผู้คนไม่กล้ามองมาตรง ๆ
หวังโซ่วเหรินเห็นทหารใต้บังคับบัญชารีรอไม่เคลื่อนไหว จึงตะคอกใส่
“สังหารฮ่องเต้แล้วจะอย่างไร! เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ราชสำนักยังจะปล่อยพวกเจ้าอีกรึ! มิสู้ก่อกบฏตามข้า!
“ฆ่าพวกเขาแล้ว ในภายภาคหน้าพวกเจ้าจะเป็นขุนนางที่มีความดีความชอบ! และจะได้รับการปูนบำเหน็จอย่างยิ่งใหญ่!”
“หยุดก่อน!” ในเวลานี้ แม่ทัพเซี่ยงเทียนก็มาพร้อมกับกองกำลัง
เมื่อได้ยินคำพูดนั้นของหวังโซ่วเหริน เซี่ยงเทียนถึงกับตื่นตระหนก
“หวังโซ่วเหริน เจ้ากล้าสังหารฮ่องเต้!? เจ้าลืมไปแล้วหรือ! พวกเรายึดกุมเมืองเซวียน เพียงเพื่อต้องการเงินเบี้ยหวัดทหารที่สมควรได้รับคืนมา!”
กำแพงเหล็กขนาดมหึมาล้มลงมา ฝุ่นลอยตลบอบอวลราวกับหมอกควันหนา ๆ
ผู้คนพากันเอามือหนึ่งปิดปากปิดจมูก อีกมือหนึ่งก็โบกปัดฝุ่นละอองที่อยู่ตรงหน้า
หวังโซ่วเหรินตะลึงงันชั่วขณะ
“นี่ นี่เป็นไปได้อย่างไร!!”
นั่นคือผนังทองแดงกำแพงเหล็กที่สร้างโดยปรมาจารย์ด้านกลไกอันดับหนึ่งของหนานฉี มันถล่มลงมาเช่นนี้จริงหรือ?!!
เมื่อพลุสัญญาณถูกยิงขึ้นไปบนท้องฟ้า ด้านนอกเมืองเซวียน กองกำลังนับหมื่นก็พุ่งออกมาจากป่าทึบทั้งสองฝั่งในทันที
พวกเขาแต่ละคนถืออาวุธอยู่ในมือ และมีคนกลุ่มหนึ่งก็แบกอาวุธพังประตูเมือง โดยกระแทกมันเข้าไปที่ประตูเมืองซ้ำ ๆ หลายครั้ง
คนที่เป็นผู้นำกองกำลังก็คือรุ่ยอ๋อง
การโจมตีเมืองในครั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือความรวดเร็ว
ไม่สามารถให้เวลากองทัพกบฏได้ตั้งสติ จะต้องทำลายประตูเมืองภายในเวลาที่สั้นที่สุด และโจมตีอีกฝ่ายให้รับมือไม่ทัน
มิเช่นนั้น หากรอให้กองทัพกบฏตั้งสติได้ ก็จะยกเรื่องราษฎรในเมืองขึ้นมาอ้าง
“แม่ทัพหวัง! ประตูเมืองป้องกันไม่อยู่แล้ว!” กองทัพกบฏตะโกนลั่น
หวังโซ่วเหรินก็ได้ยินเสียงกองกำลังนับหมื่นนับพันอยู่ด้านนอก มือไม้ของเขาสั่นไหว
จากนั้นเขาจึงสั่งลูกน้องในทันที
“ไป! รีบไปจับราษฎรที่อยู่ในคุกเหล่านั้นมาเดี๋ยวนี้! ยังมีจู้กั๋วกง ก็ไปพามาด้วย!”
เขายังมีตัวประกันอยู่ในมือ!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...