เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 537

ด้านนอกเมืองเซวียน รุ่ยอ๋องนั่งอยู่บนหลังม้า สายตาที่ดูเหมือนละมุนละม่อม กลับแฝงด้วยเจตจำนงของการสู้รบอย่างเต็มเปี่ยม

“บุก!”

เมื่อสูญเสียผนังทองแดงกำแพงเหล็กของประตูเมือง บวกกับไม่มีทหารมากพอที่จะสกัดกั้น ไม่นานก็ต้านทานแรงกระแทกของอาวุธที่ทำการพังประตูเมืองไม่ได้ จึงถูกกระแทกจนเปิดออก

กองทัพใหญ่ของรุ่ยอ๋องบุกเข้าไปในเมืองเซวียน ภายใต้เกือกม้าเหล็กทำให้ฝุ่นลอยตลบอบอวล

เหล่ากองทัพกบฏโกลาหลวุ่นวายขึ้นมาทันที เมื่อสูญเสียข้อได้เปรียบในการป้องกันที่มีอยู่เดิม ดูเหมือนจะเหลือเพียงสถานะที่ถูกฝ่ายตรงข้ามบดขยี้เท่านั้น

อย่างไรเสียกองทัพใหญ่ที่นำโดยราชสำนักก็มีจำนวนหลายหมื่นคน...

ในเวลาเดียวกันนั้น องครักษ์ใบ้ผู้นั้นทะยานตัวขึ้น และเตะหวังโซ่วเหรินผู้นำกองทัพกบฏตกลงจากหลังม้า

ทว่าหวังโซ่วเหรินสามารถนั่งอยู่ในตำแหน่งแม่ทัพได้ หาใช่มาดดีแต่ไร้ฝีมือไม่

หลังจากเขาตกลงจากหลังม้า ก็รีบลุกขึ้นยืน และชักกระบี่ออกมาเพื่อป้องกันตัวจากศัตรู

ทว่าสุดท้ายก็ยังพ่ายแพ้ต่อองครักษ์ใบ้ผู้นั้น ไม่เกินสิบกระบวนท่า เขาก็ถูกฝ่ามือขององครักษ์ใบ้ฟาดจนกระดูกซี่โครงหัก แม้แต่แขนที่ถือดาบก็ถูกบิดจนหักด้วย

ตามด้วยเสียงร้องที่เจ็บปวด หวังโซ่วเหรินก็ถูกควบคุมตัว

รุ่ยอ๋องนั่งอยู่บนหลังม้า และเอ่ยกับกองทัพกบฏเหล่านั้น

“ข้าได้รับคำสั่งให้มาปราบปรามการจลาจลในเมืองเซวียน ทว่าการจลาจลครั้งนี้ เกิดจากคนระดับบน มิใช่คนระดับล่าง หากพวกเจ้าต้องการเรียกร้องเบี้ยหวัดทหาร ราชสำนักจะมิทำให้พวกเจ้าต้องลำบากอย่างแน่นอน

“ณ ตอนนี้ ราชสำนักจะให้โอกาสพวกเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย

“หากวางอาวุธลงในตอนนี้ ก็จะไว้ชีวิตพวกเจ้า

“มิเช่นนั้น จะถือเป็นพวกคิดคดทรยศ จะต้องสังหารให้หมด!”

เหล่ากองทัพกบฏได้ยินเช่นนั้นต่างพากันมองซ้ายมองขวา

ทหารส่วนมากเริ่มหวั่นไหว

เซี่ยงเทียนแม่ทัพอีกผู้หนึ่งซึ่งยืนอยู่บนที่สูงก็ตะโกนว่า

“ฝ่าบาท! รุ่ยอ๋อง! กระหม่อมรู้ว่าตนมีความผิดมหันต์มิอาจให้อภัยได้ เพียงแต่ขอให้ราชสำนักเมตตาต่อทหารเหล่านี้ พวกเขาแค่ทำเพื่อเบี้ยหวัดทหารที่สมควรได้รับเท่านั้น!

“ข้าน้อยยอมตายเพื่อไถ่โทษความผิด!”

ขณะที่เขากำลังจะปาดคอ เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ดีดหินออกไปก้อนหนึ่ง จนกระแทกเข้ากับข้อมือของเขา ทำให้มีดเล่มนั้นแค่ถากผิวหนังของเขาไปเพียงเล็กน้อย

นางรีบพุ่งทะยานไป และแย่งมีดในมือของเขา

เจ้าหน้าที่ทหารหลายคนก้าวมาด้านหน้า หลังจากจับแขนของเซี่ยงเทียนไขว้ไว้ด้านหลัง และควบคุมตัวเขาแล้ว ก็โยนเขาพร้อมกับหวังโซ่วเหรินเข้าไปในกรงไม้ที่เตรียมไว้ก่อนหน้า

ในขณะนั้น หวังโซ่วเหรินก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

เขาตายก็ยังไม่สำนึกผิด มือจับอยู่ที่เสาไม้และเกาะอยู่ตรงนั้น พร้อมเอ่ยด้วยดวงตาแดงก่ำ

“ฆ่าเลย! ฆ่าเลย!

“หากพวกเจ้ามิสนใจความเป็นความตายของราษฎรเมืองเซวียน และมิสนใจความเป็นความตายของจู้กั๋วกงผู้นั้น ก็สังหารข้าเลย!

“ราชสำนักมิรักษาคำพูด เช่นนั้นก็ปล่อยให้พวกเขาตายไปพร้อมกัน!

“ฝ่าบาท จู้กั๋วกงคืออาแท้ ๆ ของท่าน! วันนี้ท่านจะต้องทำให้เขาตายแล้ว! ฮ่าฮ่า...”

ตงฟางซื่อที่ถูกหวังโซ่วเหรินจ้องมองอยู่ ในตอนนั้นก็โพล่งออกมาประโยคหนึ่งทำนองว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตน

“อย่ามองข้า ข้ามิใช่ฮ่องเต้”

หลังจากพูดจบก็ฉีกหน้ากากแปลงโฉมนั้นออกทันที

เมื่อเผชิญกับสายตาประหลาดใจของหวังโซ่วเหริน ตงฟางซื่อยิ้มและเอ่ยว่า

“เจ้ามองข้าด้วยเหตุใด หน้ากากหนังมนุษย์นี้อึดอัดชะมัด”

หวังโซ่วเหริน: !??

เขาพลันด่าทอด้วยความโมโห

“ไอ้บ้านี่ลูกของมารดาผู้ใด!! ฝ่าบาทเล่า! ฝ่าบาทมิได้เสด็จมาเมืองเซวียนรึ!”

ใบหน้าที่ดำมืดของตงฟางซื่อเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

ทว่าทันใดนั้น เขาหยิบกระบี่แทงเข้าไปที่ไหล่ของหวังโซ่วเหรินทันที ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกเจ็บปวดหรือไม่ ทั้งยังหมุนกระบี่...

หวังโซ่วเหรินเจ็บปวดจนเหงื่อซึมออกมา

ถึงแม้จะทำเรื่องที่โหดเหี้ยมเช่นนี้ ตงฟางซื่อยังคงยิ้มตาหยี ดวงตาหรี่ลงจนเป็นรอยตะเข็บ

เขากุมบาดแผลบนไหล่ และตะคอกอย่างโกรธเคือง

“พวกเจ้าทำสิ่งใดกันอยู่! สู้กลับ!

“อย่าลืมว่าราษฎรของเมืองเซวียนอยู่ในมือพวกเรา!

“พวกเจ้ากลัวสิ่งใด!”

ในเวลานี้ ท่ามกลางฝูงชนมีเสียงขลาดกลัวหนึ่งดังขึ้น

“ท่านแม่ทัพ ราษฎรในคุก...และยังมีจู้กั๋วกง ทั้งหมดถูกปล่อยตัวไปหมดแล้ว...”

“อะไรกัน!” หวังโซ่วเหรินมองทหารใต้บังคับบัญชาผู้นั้นด้วยความรู้สึกไม่อยากเชื่อ

มิน่าเล่าทหารใต้บังคับบัญชาผู้นี้ทันทีที่ออกไปก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

เขาโกรธมากจนร่างกายทั้งตัวสั่นเทา

คนในคุกถูกปล่อยตัวไปแล้ว ก็มิรู้หรือว่าไปจับหาที่ใดก็ได้! ในเมืองนี้ยังมีราษฎรอีกตั้งมากมาย!

พี่น้องใจเชื่อมถึงกัน

ในเวลาคับขัน หวังโซ่วอี้น้องชายของหวังโซ่วเหรินก็มาพร้อมกับกองกำลังกลุ่มหนึ่ง ส่วนคนที่อยู่ข้างหลังเขาเหล่านั้น เห็นชัดว่าเป็นราษฎรในเมือง!

“พี่ชาย! ข้ามาแล้ว! ข้ามาช่วยท่านแล้ว!!”

หวังโซ่วเหรินเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ ขอบตาแดงก่ำด้วยความปีติ

“น้องชายที่แสนดี!”

ในเวลากระชั้นชิดหวังโซ่วอี้จับราษฎรได้เพียงสิบกว่าคน ทั้งหมดเป็นหญิงสาวของหอคณิกา และเจ้าของโรงเตี๊ยม

ทว่าเขากลับคุยโวโอ้อวด

“รีบปล่อยพี่ชายข้าโดยเร็ว มิเช่นนั้นข้าจะสังหารราษฎรเหล่านี้ให้หมด!”

หลังจากเอ่ยจบ ลูกธนูคมดอกหนึ่งก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว และเจาะเข้าตรงหน้าผากของเขา!

เฟิ่งจิ่วเหยียนมองไปทางคนที่ยิงธนูโดยมิรู้ตัว ทว่ากลับเห็นเป็นองครักษ์ใบ้ผู้นั้น

ในเสี้ยววินาทีนั้น ใจนางรู้สึกสั่นไหว...

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย