เฟิ่งจิ่วเหยียนดื่มสุราไม่เก่ง และยังกลัวจะมีปัญหาหลังดื่ม
เมื่อเห็นเซียวอวี้ยกสุราขึ้นดื่มจอกแล้วจอกเล่า นางจึงดื่มด้วยสักสองจอกอย่างไม่เต็มใจ
“ครั้นเรายังเยาว์วัย ก็ปรารถนาจะกวัดแกว่งกระบี่ท่องไปสุดหล้า เป็นคนที่เอ้อระเหยและอิสระเสรีคนหนึ่ง
“หลังจากที่เสด็จแม่สิ้นพระชนม์ ฮ่องเต้พระองค์ก่อนจึงส่งเราไปเล่าเรียนวิทยายุทธที่นอกวัง
“ครั้นได้ออกจากวังแล้ว จึงได้รู้ว่าแผ่นดินกว้างใหญ่เพียงใด แม้ว่าจะมีสถานะสูงศักดิ์ ในพระราชวัง ก็ไม่ต่างจากกบก้นบ่อ
“เรารู้ เจ้าซูฮ่วนออกเดินทางท่องยุทธภพตั้งแต่ยังอายุน้อย ย่อมจะต้องรู้สึกว่า เรากับเจ้าไม่เหมือนกันเลย
“เจ้าถูกบังคับโดยสถานะของเรา จึงทำแบบขอไปทีกับเรา...”
เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวอย่างใจเย็น
“ฝ่าบาท ท่านมิควรดื่มมากกว่านี้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“เรามีสตินัก”
เขาจดจ้องมองนางอย่างลึกซึ้ง
“ตั้งแต่เรานั่งบนบัลลังก์นี้ ก็ไม่มีสหายที่ดีเลย
“ซูฮ่วน เจ้าเป็นคนแรก
“ในการศึกที่เมืองเซวียน เราชื่นชมความสามารถที่สูงส่งของเจ้า
“ยุทธภพ จักปราศจากผู้มีคุณธรรมเช่นเจ้าไม่ได้
“สุราจอกนี้ เราขอดื่มคารวะให้เจ้า”
ในขณะนี้
ณ พระราชวัง
ในตำหนักวั่นโซ่ว
ไทฮองไทเฮาถอนหายใจไม่หยุดหย่อน
“หลังจากที่ฝ่าบาทเสด็จกลับวังแล้ว ก็มิเคยเสด็จไปหานางสนมอื่นใด นอกจากไปที่ตำหนักหย่งเหอเท่านั้น
“หรงเฟย ฝ่าบาทจริงจังกับราชกิจเช่นนี้ เจ้าควรเป็นฝ่ายรุกให้มากขึ้น
“อย่าปล่อยให้ฝ่าบาทลืมเลือนเจ้าเสียได้”
หรงเฟยซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างนั้นมีสีหน้าอ่อนหวาน
“เสด็จย่าเพคะ หม่อมฉันเพียงหวังว่าฝ่าบาทจะมีพระวรกายแข็งแรง สงบสุขและรุ่งโรจน์เท่านั้น
“ที่ซินเฟยได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาท นั่นเป็นเพราะวาสนาของนางเอง
“หม่อมฉันหวังว่านางจะมีข่าวดีในเร็ววันนี้ และให้กำเนิดองค์ชายของฝ่าบาทเพคะ”
ไทฮองไทเฮาเห็นว่านางใจกว้างขนาดนี้ จึงเอ่ยตำหนิ
“เจ้าจะคิดเช่นนั้นไม่ได้
“บรรดาสตรีในวังแห่งนี้ มีผู้ใดไม่คิดบ้างว่าอยากจะเป็นมารดาสูงส่งได้ดีเพราะลูก?
“ตอนนี้เจ้าเห็นว่าทุกคนดูมีน้ำใจต่อกัน แล้วในอนาคตเล่า?
“มิต้องมองอื่นไกล เพียงแค่มองดูไทเฮาตอนนี้สิ ในรัชสมัยนั้นนางเป็นเพียงนางสนมที่ไม่ได้รับความโปรดปราน ทว่าเพราะนางโชคดี จึงได้รับเกียรติเฉกเช่นในทุกวันนี้
“ดูฮองเฮาองค์ก่อนนั่นสิ มารดาของแผ่นดินที่ถูกเชิดชูเข้าประตูพระราชวังหลัก ก็มีจุดจบที่น่าหดหู่มิใช่หรือ...”
ไม่ว่าไทฮองไทเฮาจะเอ่ยอย่างไร หรงเฟยก็รับฟังอย่างสงบนิ่งเฉย
เมื่อกลับมาที่ตำหนักฉางเล่อ
หรงเฟยเอ่ยถามสาวใช้
“ฝ่าบาทยังไม่เสด็จกลับมาอีกรึ?”
“ใช่เพคะ หรงเฟย”
“จะแน่ใจได้อย่างไรว่า คนชุดคลุมสีขาวเหล่านั้นมาจากพรรคเทียนหลง?”
สำหรับประเด็นนี้เฟิ่งจิ่วเหยียนค่อนข้างมั่นใจ
“ในบรรดาเก้าราชานั้น มีราชามังกรขาว ที่จะสามารถ “ปีนบันไดขึ้นที่สูง” ได้ นั่นคือการใช้ลูกน้องเป็นบันไดมนุษย์ ต่อสู้จนได้เลื่อนระดับ
“กระหม่อมได้ประมือกับพวกเขาแล้ว พบว่าไม่ใช่ก็ใกล้เคียงพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวอวี้หวนนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น และอดถามมิได้
“บุรุษอาภรณ์ชุดขาวนั้นเอ่ยสิ่งใด จนทำให้เจ้าเสียสมาธิได้?”
ดวงตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนเคร่งขรึม
“เป็นกระหม่อมทำพลาดเอง”
เนื่องจากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับต้วนไหวซวี่ นางจึงมิได้เอ่ยกับเซียวอวี้มากนัก
ปัง!
ทันใดนั้นประตูลานบ้านพักถูกผลักให้เปิดออกโดยใครคนหนึ่ง
เฉินจี๋ตื่นตัวขึ้นมาทันที พลันชักกระบี่ออกมา
กลับได้เห็น ผู้มาเยือนคือผู้พิทักษ์ฝานจิ้นแห่งพันธมิตรอู่หลิน
เขาได้รับบาดเจ็บ!
เฟิ่งจิ่วเหยียดผุดลุกขึ้นและเร่งฝีเท้าเดินไปหาเขาทันที ก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียงเคร่งขรึม
“เกิดอะไรขึ้น! ใครทำร้ายเจ้า!”
ฝานจิ้นล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด และมองไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียนอย่างไร้สติ เอ่ยเสียงคลุมเครือ
“เกิดเรื่องกับ...พันธมิตรอู่หลินแล้ว!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...