เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 556

เซียวอวี้ไม่ได้เรียกเฟิ่งจิ่วเหยียนเข้าวังโดยตรง

ประการแรก ตอนนี้นางเป็นชาวยุทธภพแล้ว ไม่สะดวกสำหรับการเข้าออกพระราชวัง

ประการที่สอง เขากลัวว่านางจะสืบเรื่องพรรคเทียนหลงในพระราชวัง และคำโกหกจะถูกเปิดโปง

ดังนั้น เขาจึงทำได้เพียงมาที่บ้านพักหลังเล็กของนางเท่านั้น

หลังจากที่ทั้งสองได้พบกัน เฟิ่งจิ่วเหยียนก็เอ่ยอย่างเป็นงานเป็นการ

“...ดังนั้น คนชุดคลุมดำกับคนชุดคลุมสีขาวเหล่านั้น เป็นคนของพรรคเทียนหลังทั้งหมด จุดประสงค์ที่พุ่งเป้ามายังพันธมิตรอู่หลิน คือรวมยุทธภพให้เป็นหนึ่ง สำหรับการปลงพระชนม์ อาจจะต้องการแทรกแซงราชสำนัก

“ฝ่าบาท กระหม่อมคิดว่า ท่านสามารถตรวจสอบ บรรดาอ๋องที่ท่านได้ลดตำแหน่งให้ไปปกครองยังเมืองต่าง ๆ ว่าในหมู่พวกเขานั้น มีผู้ใดติดต่อกับพรรคเทียนหลงบ้างพ่ะย่ะค่ะ”

เซียวอวี้มองดูริมฝีปากที่เอ่ยเจื้อยแจ้วของนาง ด้วยจิตใจที่ตกอยู่ในภวังค์

ทว่า เขาก็ยังฟังคำพูดเหล่านี้ของนาง เป็นส่วนใหญ่เช่นกัน

“เจ้าสงสัยว่า บรรดาพี่น้องของเราเหล่านั้นมีเจตนาแอบแฝง ดึงพรรคเทียนหลงมาเป็นพรรคพวก สังหารฮ่องเต้เพื่อยึดบัลลังก์น่ะรึ”

เมื่อลองคิดเช่นนี้ ก็ค่อนข้างเป็นไปได้สูง

เรื่องที่ว่ามีนักฆ่าจากพรรคเทียนหลงอยู่ในวังนั้น เป็นเรื่องที่เขาสร้างขึ้นมาเอง

ทว่าในปีนั้นคนชุดคลุมดำของพรรคเทียนหลงซุ่มโจมตี และวางยาพิษวารีสวรรค์ใส่เขา นับเป็นเรื่องจริงแท้แน่นอน

ดวงตาของเซียวอวี้เริ่มเฉียบคมและเย็นชาขึ้นมา

เฟิ่งจิ่วเหยียนสันนิษฐานเบื้องต้น

“ในปีนั้น พันธมิตรอู่หลินได้กวาดล้างพรรคเทียนหลง ทว่าประมุขพรรคกับลูกน้องคนสนิทของเขาแกล้งตายเพื่อหลบหนีไปได้ ปีนี้ พวกเขาจึงพยายามกลับมายืนหยัดอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง

“และบรรดาอ๋องที่ถูกท่านขับไล่ไปยังเมืองอื่น ๆ เหล่านั้น ในหมู่พวกเขาจะต้องมีคน ที่บังเอิญมีอุดมการณ์ตรงกันกับพรรคเทียนหลง

“แม้จะพ่ายแพ้หรือเพลี่ยงพล้ำแต่พลังอำนาจยังคงอยู่ พรรคเทียนหลงจะช่วยเขาปลงพระชนม์ฮ่องเต้ ส่วนเขาสามารถใช้อำนาจของราชสำนัก เพื่อช่วยให้พรรคเทียนหลงกวาดล้างพันธมิตรอู่หลิน และรวมยุทธภพเป็นหนึ่งได้

“ในเหตุการณ์กบฏเมืองเซวียน หวังโซ่วเหรินเป็นเพียงหุ่นเชิดของพวกเขาเท่านั้น

“การให้ท่านเข้าไปเจรจาในเมืองเซวียน แท้จริงเพื่อต้องการชีวิตของท่านพ่ะย่ะค่ะ”

เซียวอวี้กดคางลงเล็กน้อย

“เราคิดว่า คำพูดของเจ้าสมเหตุสมผลดี”

ทว่าดวงตาของเขาสบเข้ากับดวงตาของนางอย่างไม่รู้ตัว และถูกสะกดนิ่งอยู่นาน

ทันใดนั้น เขาพลันเปลี่ยนหัวข้อสนทนา

“เรื่องนี้ต้องค่อย ๆ ปรึกษากันให้ดีก่อน ราชสำนักกับพันธมิตรอู่หลินจะร่วมมือกันกวาดล้างพรรคเทียนหลง รองผู้นำพันธมิตรซู กินมื้อเย็นหรือยัง?”

ในยามที่เฟิ่งจิ่วเหยียนสนทนาเรื่องสำคัญ ก็มักจะลืมเวลาเสมอ

เมื่อมองออกไปข้างนอก ท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว

เซียวอวี้ยื่นข้อเสนอ โดยไม่รอคำตอบจากนาง

“รองผู้นำพันธมิตรซูเพิ่งมาเยือนเมืองหลวงครั้งแรก เราควรจะทำหน้าที่ของเจ้าบ้านอย่างเต็มที่

“เฉินจี๋ ไปที่หอจุ้ยเซียน”

เฟิ่งจิ่วเหยียนผุดลุกขึ้นยืนทันที

“ฝ่าบาท ในหอสุรามีผู้คนมากมาย ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเป้าหมายของกากเดนพรรคเทียนหลง ท่านควรกลับไปเสวยมื้อค่ำที่วัง...”

เซียวอวี้เอ่ยขัดจังหวะของนาง ด้วยใบหน้าที่จริงจัง

“เรารู้ดี

“ดังนั้น เราจึงสั่งให้พวกเขาจัดเตรียมอาหาร และส่งมาที่นี่โดยตรง

“มีเพียงเราและเจ้าสองคน สงบดี”

เฉินจี๋ : บางทีเขาไม่คู่ควรจะเกิดเป็นมนุษย์

เขามีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าขันทีข้างกายฝ่าบาท เขากลับไม่รู้เลยว่าฝ่าบาทเสด็จไปที่ใดทุกคืน

หรงเฟยกลับมาที่ตำหนักฉางเล่อ พร้อมดวงตาที่เจือความเย็นชาเล็กน้อย

ในขณะนี้

นอกพระราชวัง

เมื่อถูกเฟิ่งจิ่วเหยียนซักถามถึงเบาะแสของนักฆ่าพรรคเทียนหลงซ้ำ ๆ เซียวอวี้ก็ได้แต่มองอย่างรู้สึกผิด

“เราสั่งให้คนไปสืบแล้ว ทว่านักฆ่านั้นเตรียมตัวมาอย่างดี จึงไม่พบสิ่งใดเลยสักอย่าง”

“หากท่านมีเรื่องใด เพียงให้ลูกน้องมาส่งข่าวก็พอ ไม่จำเป็นต้องมาที่นี่ด้วยพระองค์เองพ่ะย่ะค่ะ” เขามาที่นี่ทุกวัน จึงผิดปกติจริง ๆ

เซียวอวี้รู้ว่านางมีไหวพริบดี คำโกหกธรรมดาย่อมจะหลอกนางไม่ได้

เขาเอ่ยด้วยความเคร่งขรึม

“หลังจากฮองเฮาหนีไป ในวังช่างเงียบเหงา เราเพียงต้องการมีสหายรู้ใจ ร่วมดื่มใต้แสงจันทร์ ใช้สุราปลอบโยนความเดียวดาย”

เฟิ่งจิ่วเหยียนมีไฟสุมทรวง

เขากล้าเอ่ยเช่นนี้กับคนอื่นหรือ?

นางหนีไปงั้นรึ?

เห็น ๆ กันอยู่ว่าเป็นการหย่าร้างอย่างถูกต้อง

เซียวอวี้รีบย้อนถามทันที “รองผู้นำพันธมิตรซูเอาแต่นิ่งเงียบเช่นนี้ เป็นเพราะคิดว่าเราไม่คู่ควรจะเป็นสหายกับเจ้ากระมัง”

เฟิ่งจิ่วเหยียนตอบโดยจิตใต้สำนึก “กระหม่อมมิกล้า”

เซียวอวี้รีบคว้าโอกาสนี้ไว้

“เช่นนั้นก็ดี เฉินจี๋ ยกสุราเข้ามา!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย