กองทัพกบฏโจมตีกะทันหัน เมืองหลวงจึงตกอยู่ในความตื่นตระหนกทันทีทันใด
ราษฎรพากันตกใจและหวาดกลัว ทั้งก็เชื่อมั่นว่า อาณาจักรของโอรสสวรรค์ กองทัพกบฏมิอาจโจมตีเข้ามาได้
ทว่า ในเวลานี้กองทัพกบฏที่อยู่นอกเมือง มีจำนวนมากกว่าที่พวกเขาคาดการณ์ไว้มาก
ผู้นำกองทัพกบฏหวงปั้วเอะอะโวยวายอยู่ด้านล่างประตูเมือง
“ฮ่องเต้ทรราชไร้ความเมตตา พวกเราทำตามบัญชาสวรรค์ ราษฎรในเมือง หากมีผู้ใดมิยอมรับฮ่องเต้โง่เขลาเช่นเดียวกัน ก็ถืออาวุธลุกขึ้นมา เพื่อร่วมกันโค่นล้มกับข้า!!”
เหล่าทหารที่รักษาเมืองตะโกนด้วยความโกรธเคือง
“หวงปั้ว! คนคิดคดทรยศ อย่าหาข้อแก้ตัวที่ฟังดูเหมือนสูงส่ง! เจ้าตะโกนไปเถอะ ไม่มีผู้ใดเห็นด้วยกับเจ้าหรอก! รีบยอมแพ้และกลับไป มิเช่นนั้น วันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า!”
หวงปั้วถอยหลัง เหล่าทหารที่รักษาเมืองเข้าใจว่าเขาหวาดกลัว ทว่ากลับเห็นบุรุษผู้หนึ่งสวมเกราะเงิน พร้อมท่วงท่าสง่างามกำลังขี่ม้าขึ้นมาด้านหน้า
“ข้าคืออดีตรัชทายาทเซียวจั๋ว ฮ่องเต้องค์ก่อนทรงโง่เขลา ขุนนางชั่วก็ยึดกุมอำนาจ ทั้งปรักปรำข้า และถอดถอนข้าจากตำแหน่งที่ตำหนักบูรพา ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันก็ทรงโง่เขลา ทำลายกฎระเบียบของข้า ส่งเสริมธรรมเนียมการหย่าร้างโดยสมัครใจ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อชีวิตของราษฎร
“ดังนั้น สวรรค์จึงมอบภารกิจอันยิ่งใหญ่ ให้มาถอดถอนฮ่องเต้ทรราช และปกป้องราษฎร!
“วันนี้ได้รับความร่วมมือจากเหล่าผู้ทรงคุณธรรมในยุทธภพ จึงมาตามบัญชาสวรรค์!
“ด้วยคำนึงถึงความบริสุทธิ์ไร้ความผิดของพวกเจ้า จึงมิอยากต่อสู้กับพวกเจ้า
“ก็รู้ว่าพวกเจ้าทำตามหน้าที่ ดังนั้น หากมีผู้ใดเชื่อมั่นในตัวข้าเซียวจั๋ว ก็จงวางอาวุธ แล้วจะได้รับการไว้ชีวิต!”
เมื่อเหล่าทหารที่รักษาเมืองได้ยินว่าเป็นอดีตรัชทายาท ทุกคนถึงกับตระหนกตกใจ
หวงปั้วผู้นำกองทัพกบฏกล่าวเสริม
“อดีตรัชทายาทเซียวจั๋วเป็นคนมีเมตตา ก็เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาทุกคน!
“การมีกษัตริย์ที่มีเมตตาธรรมเช่นนี้ นับว่าเป็นความโชคดีของพวกเรามิใช่หรือ?
“จงรีบเปิดประตูเมือง เพื่อมิให้เกิดการนองเลือด!”
ด้านล่างประตูเมืองนั้นศัตรูมาประชิดแล้ว
ส่วนทางด้านพระราชวังนั้น เซียวอวี้ก็ได้รับข่าวเช่นกัน
คืนนี้เป็นคืนพิเศษ ตัวเขาก็ยังไม่ได้เข้าบรรทม
ทันทีที่ได้ยินว่าเริ่มมีการก่อจลาจลที่ประตูเมือง เขาก็สั่งการให้คนเตรียมม้าเพื่อออกจากตำหนักในทันที
ด้านนอกประตูตำหนัก รุ่ยอ๋องเฝ้ารออย่างนอบน้อม
เมื่อเห็นฮ่องเต้ เขารีบก้าวมาข้างหน้าเพื่อห้ามปราม
“ฝ่าบาท กบฏในยุทธภพกับอดีตรัชทายาทร่วมมือกันมาโจมตีเมืองหลวง ตอนนี้ดูเหมือนว่า กองทัพใหญ่จะมีประมาณสามหมื่นกว่าคน อีกทั้งยังพบกองทัพกบฏนิรนามอีกกลุ่มหนึ่งอยู่นอกเมือง สถานการณ์วุ่นวาย ท่านโปรดรออยู่ในเมืองหลวงจะดีกว่า เพื่อปกป้องพระวรกาย!”
สายตาของเซียวอวี้เย็นชา
“ในเมื่อเราเป็นโอรสสวรรค์ จะขี้ขลาดปกป้องแต่ตนเองได้อย่างไร ไปประตูเมืองเดี๋ยวนี้!”
รุ่ยอ๋องมิอาจโน้มน้าวเขาได้ จึงทำได้เพียงขี่ม้าตามไป
ข่าวกองทัพกบฏโจมตีเมืองแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นาน คนอื่น ๆ ในวังหลวงก็ได้ยินเรื่องนี้
ณ ตำหนักวั่นโซ่ว
ไทฮองไทเฮาทรงเปลี่ยนอาภรณ์เป็นชุดทางการ เพื่อเตรียมพร้อมอยู่ทุกเมื่อ หากเมืองหลวงมิอาจป้องกันได้จริง ๆ นางยอมจบชีวิตตนเอง ดีกว่าจะตกอยู่ในมือของกองทัพกบฏ
นางยังสั่งคนไปแจ้งเรื่องการตัดสินใจนี้กับตำหนักต่าง ๆ และให้สนมเหล่านั้นลุกขึ้นเปลี่ยนอาภรณ์
หลังจากเหล่าสนมเห็นสุราพิษที่เตรียมไว้ ส่วนใหญ่ก็ตกใจกลัวจนขาอ่อน
หนิงเฟยรีบมาที่ตำหนักฉือหนิง เพื่อขอเข้าเฝ้าไทเฮา
ไทเฮาทรงวิงวอนต่อหน้าพระพุทธรูป ปากก็ขมุบขมิบท่องบทสวดมนต์
“ท่านป้า กองทัพกบฏที่มาอย่างกะทันหันนี้มาจากที่ใด! ตอนนี้ผู้คนในวังหลวงพากันอกสั่นขวัญแขวน หญิงชราที่ตำหนักวั่นโซ่วผู้นั้นนึกไม่ถึงว่าต้องการให้พวกเราเตรียมพร้อมปลิดชีพ...”
“ซิ่วหว่าน คราวนี้ควรจะเชื่อฟังไทฮองไทเฮาจริง ๆ” ไทเฮาเอ่ยอย่างมิรีบร้อน
หากเมืองหลวงมิอาจปกป้องได้ ผู้คนในวังหลวงนี้ แน่นอนว่าต้องไม่มีจุดจบที่ดี
เพื่อรักษาหน้าตาของราชวงศ์ สตรีของฮ่องเต้ มิอาจถูกกองทัพกบฏหมิ่นเกียรติได้เด็ดขาด
อีกด้านหนึ่ง นางสนมเจียกอดนางสนมเจียงพร้อมกับร่ำไห้คร่ำครวญ
“ช่างมิยุติธรรมจริง ๆ! ฝ่าบาทในยามปกติก็มิเคยโปรดปรานพวกเรา ทว่าตอนนี้กลับต้องการให้พวกเราตายเพื่อเขา มีสิทธิ์อันใด!”
นางสนมเจียงมองขันทีที่อยู่ด้านนอกด้วยแววตาแน่วแน่
ขันทีผู้นั้นเป็นไทฮองไทเฮาส่งมา เพื่อเฝ้าระวังว่าจะมีสนมคนใดมิยอมปลิดชีพตนเอง
ช่างทำได้ตัดเยื่อใยจริง ๆ!
ณ ตำหนักฉางเล่อ
หรงเฟยนั่งอยู่หน้าคันฉ่อง ท่าทางดูผ่อนคลาย
จำนวนคนของกองทัพหวงปั้วยิ่งต่อสู้ก็ยิ่งลดลง
เซียวจั๋วถามผู้พิทักษ์ของพรรคเทียนหลงที่อยู่ข้างกายว่า “กองทัพใหญ่ของพรรคท่านจะมาสนับสนุนเมื่อใด?”
ผู้พิทักษ์มองดูเมืองหลวงแห่งนี้ที่มิอาจทะลวงเข้าไปได้ รู้สึกเพียงว่ากองทัพของหวงปั้วช่างไร้ประโยชน์อย่างมาก จึงส่งสัญญาณในทันที
ทันทีที่สัญญาณนี้ปรากฏ กรงเหล็กจำนวนมากก็เปิดออกพร้อมกัน จากนั้นมนุษย์โอสถจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งเข้ามายังประตูเมืองราวกับตั๊กแตนอพยพ
พวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดที่มิกลัวความเจ็บปวด ความเร็วและพละกำลังแตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไป
มนุษย์โอสถลักษณะเดียวกัน เซียวอวี้เคยเห็นอยู่ในห้องลับที่อารามเต๋า
ทว่าตอนนี้ มนุษย์โอสถที่อยู่ด้านล่างประตูเมืองมีมากกว่าหมื่นคน
เหล่าทหารที่รักษาเมืองมองเห็นสิ่งมีชีวิตประหลาดเหล่านี้ ก็หวาดกลัวการต่อสู้
พวกเขามิกลัวความเจ็บปวด หรือพูดได้ว่าดาบหอกฟันแทงไม่เข้า
ไม่ว่าสถานการณ์จะวิกฤตเพียงใด เซียวอวี้ก็มิได้ถอยหนี
เขายืนอยู่บนที่สูง และมองดูสรรพชีวิต
บางทีเฟิ่งจิ่วเหยียนอาจจะพูดถูก เขาเหนี่ยวรั้งนางไว้ เพราะเกิดจากความอ้างว้าง
ยิ่งอยู่ในที่สูงก็ยิ่งเหน็บหนาว
ข้างหลังเขาไม่มีสิ่งใดให้พึ่งพิง
“เฉินจี๋”
“กระหม่อมอยู่ที่นี่พ่ะย่ะค่ะ”
เซียวอวี้มองไปยังที่แสนไกล และเอ่ยอย่างหม่นหมอง “ส่งพลุสัญญาณ และถอนคำสั่งสังหาร”
ต้วนไหวซวี่ เขามิสังหารแล้ว
ในยามจื่อ นางไปช่วยคนตามที่ตกลง และกองทัพกบฏก็โจมตีเมืองในเวลานี้เช่นกัน
แผนการนี้ของต้วนเจิ้งเป็นการทรมานจิตใจ
นางได้ตัดสินใจแล้ว เขาก็ควรยอมแพ้และปล่อยวางเช่นกัน
เซียวอวี้สวมหมวกเกราะ ดึงกระบี่ของจักรพรรดิออกมา พร้อมทั้งออกคำสั่งอย่างเด็ดเดี่ยว
“ทุกคนฟังเราให้ดี จงป้องกันประตูเมืองอย่างสุดชีวิต!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...