เตาหลอมยาเผาไหม้ตลอดทั้งคืน ผู้คนในพรรคเทียนหลงนั่งล้อมวงกัน เฝ้ารอยาวิเศษนั้นออกมาจากเตา
ต้วนเจิ้งเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ ในใจรู้สึกเย้ยหยัน
วันพรุ่งนี้จะเข้าโจมตีเมืองหลวงแล้ว และยังเป็นวันที่เขานัดหมายกับเฟิ่งจิ่วเหยียนไว้
วันนี้เขาจะต้องลงจากเขา
ทว่าตรงทางแยกของตีนเขา หญิงสาวที่สวมผ้าคลุมหน้าผู้นั้นขวางทางเขาอยู่
“ต้วนเจิ้ง เจ้าจะไปที่ใด พวกเราตกลงกันแล้วมิใช่หรือว่า จะให้เจ้าแอบช่วยพี่ไหวซวี่?”
ต้วนเจิ้งมีท่าทางที่ดูเย็นชา
“หร่านชิว ตัวคน ข้าจักต้องช่วยแน่นอน นั่นเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของข้า ข้ายิ่งห่วงใยเขามากกว่าเจ้า”
หร่านชิวเอ่ยด้วยเสียงต่ำ
“เจ้ารู้ก็ดีแล้ว ครั้งนี้พวกเราไม่มีทางถอย”
คืนพรุ่งนี้ทุกคนจะเข้าไปโจมตีเมืองหลวง ก็เป็นโอกาสดีสำหรับพวกเขาในการลงมือ
พี่ไหวซวี่ของนาง ในที่สุดก็จะได้เห็นแสงอาทิตย์อีกครั้ง
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ ในดวงตาของหร่านชิวก็มีน้ำตาอุ่น ๆ ที่แฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นดีใจ
......
เพื่อช่วยเหลือต้วนไหวซวี่ เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงเตรียมการอย่างเต็มที่
ลำพังอาวุธลับที่ซ่อนอยู่บนตัวก็มิใช่มีแค่หนึ่งหรือสองชิ้น
ก๊อกก๊อก!
ด้านนอกมีคนเคาะประตู
“ผู้ใด?”
จากนั้นประตูก็เปิดออก
คนที่เข้ามาคือเซียวอวี้
นางประหลาดใจกับการปรากฏตัวของเขา จึงถามเขาว่ามีธุระอันใด
เซียวอวี้เห็นเครื่องแต่งกายชุดนี้ของนาง ก็คาดเดาได้ว่านางจะไปทำสิ่งใด
ทว่าเขามิอาจเปิดเผยได้
เขาในท่าทางที่ดูเรียบเฉยเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ได้มอบปิ่นปักผมสำหรับบุรุษให้กับนาง
ปิ่นปักผมนี้มองดูธรรมดา ทว่าภายในซ่อนกลไกไว้
“ในฐานะสหาย เรายังมิเคยมอบสิ่งใดให้เจ้าเลย สิ่งนี้ทั้งใช้รวบผมและป้องกันตัวได้”
ทันทีที่แกะออก ปิ่นปักผมก็เปลี่ยนเป็นมีดบางที่มีความคม
เฟิ่งจิ่วเหยียนกำลังคิดจะปฏิเสธ ทว่าเซียวอวี้กลับเอ่ยว่า
“นักฆ่าของพรรคเทียนหลงโหดเหี้ยมเหิมเกริม หากเจ้าเกิดเรื่องขึ้นอีก อดีตฮองเฮาก็จักกังวลพระทัยอีก หากเจ้าไม่รับอาวุธชิ้นนี้ไว้ เช่นนั้นเราคงต้องเพิ่มกำลังคนตามคุ้มกันมากขึ้น”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงต้องรับไว้
นางมิคุ้นเคยกับการมีคนจำนวนมากติดตามอยู่ข้างกาย
“ขอบพระทัยฝ่าบาท”
นางประสานมือคำนับ เซียวอวี้ประคองแขนนางขึ้นมา ในดวงตาของเขาปกคลุมด้วยความมืดมัว “เราเคยบอกแล้วว่า ระหว่างเจ้ากับเรามิต้องมากพิธี”
เฟิ่งจิ่วเหยียนฟังออกถึงความสิ้นหวังภายใต้ภาพลักษณ์อันน่าเกรงขามของเขา
บางทีหลายวันมานี้ยุ่งอยู่กับงานราชกิจ ทั้งยังได้ยินว่าชาวยุทธภพเหล่านั้นถูกช่วยออกไป คิดดูแล้วเขาคงกลุ้มใจกับเรื่องนี้
“ฝ่าบาท เรือเมื่อจอดถึงท่าเรือก็จะตรงของมันเอง ปัญหาทุกอย่างย่อมมีทางออก”
เซียวอวี้มองนางอย่างลึกซึ้ง
ดวงตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันเปลี่ยนเป็นเยือกเย็น
กองทัพกบฏมาจากที่ใด!
นางมองไปทางต้วนเจิ้งโดยมิรู้ตัว
ทันใดนั้น นางมิพูดพร่ำทำเพลง ก็วิ่งตรงไปทางประตูเมืองหลัก
ต้วนเจิ้งเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดี จึงรีบตามนางไปทันที
“ไป!”
ไม่นานนัก ต้วนเจิ้งก็ขี่ม้าไปขวางด้านหน้า และบังคับให้เฟิ่งจิ่วเหยียนหยุด
เขาดึงบังเหียนไว้แน่น น้ำเสียงแสดงถึงความโมโห
“เจ้าต้องการจะไปทำสิ่งใด! พี่ชายข้ากำลังรอเจ้าอยู่!”
แววตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนเยือกเย็น “ล่อเสือออกจากถ้ำ ต้วนเจิ้ง ข้ามิควรเชื่อเจ้า!”
นางหันกลับและกำลังจะเปลี่ยนทิศทาง ทันใดนั้น ต้วนเจิ้งก็กระโดดลงจากหลังม้า และใช้ร่างกายขวางอยู่ข้างหน้าม้า
เสียงของเขาแหบพร่า
“เจ้าอยากจะไปใช่หรือไม่ เจ้าอยากจะไปช่วยฮ่องเต้สุนัขผู้นั้นใช่หรือไม่!
“เจ้าจักต้องเสียใจ!
“เจ้าคนเดียวสามารถต้านทานกองทัพกบฏเหล่านั้นได้หรือ? ข้าถึงกับต้องหลอกล่อให้เจ้าหนี? จะบอกเจ้าตามตรง คนที่ข้าโยกย้าย ก็คือคนของพรรคเทียนหลงเหล่านั้น จักต้องฉวยโอกาสที่พวกเขามาโจมตีเมือง พวกเราถึงจะช่วยคนได้!
“เฟิ่งจิ่วเหยียน หากเจ้ายังนึกถึงความดีของพี่ชายข้าอยู่บ้าง ก็รีบตามข้าไป! ฮ่องเต้มีกองกำลังนับหมื่นนับพัน มีคนนับไม่ถ้วนที่ช่วยเขา ทว่าพี่ชายข้า...พี่ชายข้ามีเพียงเจ้ากับข้าเท่านั้น! พี่สะใภ้!”
ดวงตาของต้วนเจิ้งแดงก่ำและเกือบจะหลั่งน้ำตาออกมา
เฟิ่งจิ่วเหยียนมองไปทางประตูเมือง สายตาก็ค่อย ๆ หม่นหมอง
ด้านหนึ่งคือต้วนไหวซวี่ อีกด้านหนึ่งคือเมืองหลวง...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...