เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 604

เซียวอวี้จำต้วนเจิ้งได้ และรู้ด้วยว่าเขาเป็นน้องชายร่วมสายเลือดของต้วนไหวซวี่

ดังนั้น จึงมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อต้วนเจิ้งไปตลอดการเดินทางนี้

หารู้ไม่ว่า ต้วนเจิ้งก็ทำเช่นเดียวกันกับเขา

ในใจของต้วนเจิ้งนั้น พี่ชายของตนเองดีกว่าฮ่องเต้ผู้โง่เขลาองค์นี้เป็นสิบเป็นร้อยเท่า

ไม่ช้าก็เร็ว เฟิ่งจิ่วเหยียนสตรีพิษคนนี้จักต้องนึกเสียใจ!

สองวันต่อมา คณะเดินทางก็มาถึงเชิงภูเขาอวี้หลิง

ภูเขาอวี้หลิงนั้นสูงตระหง่านโดดเด่น เหนือยอดเขามีเมฆบังหมอกปกคลุม ดุจแดนสวรรค์

ที่ซึ่ง เซียน และมารอยู่ร่วมกัน

เฟิ่งจิ่วเหยียนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสังหารที่รุนแรงนัก

เป็นตามที่คาดไว้ ทันทีที่พวกเขาลงจากรถม้า พลันมีองครักษ์ลับหลายร้อยคนปรากฏตัวขึ้น และปิดกั้นทางเข้าไว้

“ผู้มาเป็นใคร!”

ต้วนเจิ้งร้อนอกร้อนใจอยากจะเปิดเผยตัวตนเต็มที

“ฮ่องเต้อยู่ที่นี่ พวกเจ้ายังไม่รีบคุกเข่าลงอีก!”

เขาเพียงคิดง่าย ๆ เจดีย์เก้าชั้นแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตอำนาจของราชสำนัก ลองคิดดูแล้วหากฮ่องเต้ตรัสเพียงคำเดียว พวกเขาทั้งหมดต้องหลีกทางให้อย่างเชื่อฟัง และการให้หนานซานอ๋องเปิดประตูทางเข้าเจดีย์เก้าชั้น ก็ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ

กลับคาดไม่ถึง องครักษ์ลับเหล่านั้นยืนหยัดอย่างมั่นคงนัก

“สถานที่สำคัญนี้อยู่ภายใต้เขตอำนาจของหนานซานอ๋อง แม้ฝ่าบาทเสด็จมาเอง ก็มิอาจเข้าไปได้! เชิญกลับไป!”

ต้วนเจิ้งยิ้มเยาะ

“วางมาดใหญ่โตเสียจริง”

เซียวอวี้ได้คาดเดาสถานการณ์เช่นนี้ไว้แล้ว พลันมองไปที่เอวของเฟิ่งจิ่วเหยียน

สิ่งที่แขวนอยู่ตรงนั้น เป็นป้ายหยกที่เขามอบให้นางก่อนหน้านี้

เฟิ่งจิ่วเหยียนเข้าใจตรงกันได้ทันที จึงโยนป้ายหยกให้เขา

เขาพลันชูป้ายหยกขึ้นทันที และเอ่ยอย่างเฉียบขาด

“ให้หนานซานอ๋องออกมาพบเรา”

“พ่ะย่ะค่ะ!”

รอเพียงไม่นานนัก หนานซานอ๋องก็เดินทางลงจากภูเขา

เขาอยู่ในช่วงวัยสี่สิบย่างห้าสิบปี แต่งกายเหมือนราษฎรทั่วไป ทั่วอาภรณ์เต็มไปด้วยรอยปะชุนทุกขนาด ช่างดูไม่เหมือนท่านอ๋องผู้นำกองทัพขนาดใหญ่เอาเสียเลย

“กระหม่อม ถวายบังคมฝ่าบาท” หนานซานอ๋องแสดงท่าทีเคารพ หากดูจากคิ้วตา จักรู้เลยว่าเขามีอุปนิสัยที่ดื้อรั้น

เมื่อได้ทราบว่าจุดประสงค์ที่ฮ่องเต้เสด็จมาคือการทำลายเจดีย์เก้าชั้น ความเคารพของหนานซานอ๋องพลันอันตรธานไป

เขาโต้แย้งด้วยเหตุผล

“ฝ่าบาท! ในอดีตนั้นท่านกระทำสิ่งใด กระหม่อมล้วนอดทนเสมอ

“ทว่า เจดีย์เก้าชั้นแห่งนี้เกี่ยวพันถึงโลหิตหงส์! ไม่ว่าจะอย่างไรกระหม่อมก็ไม่เห็นด้วยพ่ะย่ะค่ะ!

“หากท่านยังจะดึงดันให้ได้ เช่นนั้นก็อย่าโทษที่กระหม่อมล่วงเกินแล้ว!

“ทหาร นำแส้ต่าหวังมาให้ข้า!”

นี่เป็นจำนวนมากมายเท่ากับกองทัพชายแดน แสดงให้เห็นว่าราชวงศ์ให้ความสำคัญกับโลหิตหงส์แห่งภูเขาอวี้หลิงยิ่งนัก

ฝั่งเซียวอวี้มีกองทัพเพียงสามหมื่นนาย

ในเชิงปริมาณ หนานซานอ๋องย่อมได้เปรียบ

นอกจากกองทัพแบบเผชิญซึ่งหน้าเหล่านั้นแล้ว ยังมีพลธนู และองครักษ์ลับ ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดอีกมากมาย

เซียวอวี้มุ่งมั่นที่จะทำลายเจดีย์เก้าชั้นนี้ ไม่เพียงทำเพื่อเฟิ่งจิ่วเหยียน ยังทำเพื่อความสงบสุขของแคว้นหนานฉีด้วย

สิ่งที่เรียกว่าโลหิตหงส์ หากเชื่อก็มี หากไม่เชื่อก็ไม่มีจริง

ชะตากรรมของหนานฉีจะต้องได้รับการหล่อเลี้ยงจากคนชั่วร้ายเหล่านั้น มันเหลวไหลสิ้นดี!

ดวงตาของเซียวอวี้เย็นชา และเอ่ยถามหนานซานอ๋องเป็นครั้งสุดท้าย

“ยอมหรือไม่”

หนานซานอ๋องโกรธเกรี้ยวจนหนวดสั่น

“ฮ่องเต้ทรราช!!! ท่านก็ข้ามศพของกระหม่อมไปก่อนเถอะ!”

ในม่านตาของเซียวอวี้แคบลงและเย็นชา

“ดี เช่นนั้นก็อย่าได้ตำหนิเรา...”

เขาเพิ่งจะเปิดปากเอ่ย ทันใดนั้นกลับรู้สึกชาที่ท้ายทอย

ครั้นหันกลับมา ก็เห็นเฟิ่งจิ่วเหยียนมองเขาด้วยสายตาที่เย็นชา

เพียงไม่กี่อึดใจต่อมา เขาก็รู้สึกว่าสายตาพร่ามัว และล้มไปข้างหน้า

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย