เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 615

เฟิ่งจิ่วเหยียนมองดูหน้ากาก แตกจน สวมไม่ได้แล้ว

แต่นางก็ไม่กลัวว่าคนที่นี่จะรู้จัก หันหลังเดินจากไปโดยตรง มุ่งหน้าไปบนชั้นหก

ข้างหลัง คนที่แพ้ให้กับนาง ก่อนตายได้พูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ

“หากไม่ใช่เพราะข้า...ถูกดูดพลังไปครึ่งหนึ่ง ก็ไม่ถึงกับ ไม่ถึงกับต้องพ่ายแพ้...”

เฟิ่งจิ่วเหยียนค่อยรู้ว่า คนพวกนี้ล้วนถูกดูดพลังภายในไปส่วนหนึ่ง

แววตาของนางเยือกเย็น

ไม่ว่ายังไง นางก็ชนะแล้ว

ยังเหลือเจดีย์อีกสี่ชั้น นางก็จะสามารถได้เจอต้วนไหวซวี่

แต่นางเหนื่อยมากนัก...

เซียวอวี้รีบประคองนางไว้ “พักก่อน”

เฟิ่งจิ่วเหยียนส่ายหัว

“ไม่ ไม่ช้าข้า...”

เซียวอวี้ไม่พูดอะไรกับนางมาก ลงมือตีนางสลบทันที

เขามองเห็นถึงความเหนื่อยล้าของนาง ปล่อยแบบนี้ต่อไป ยังไปไม่ถึงชั้นที่เก้า นางก็จะหมดแรงจนตาย

เขาโน้มศีรษะลง จูบบนหน้าผากของนาง พร้อมพูดขึ้นมาอย่างอ่อนโยน “เรารู้ว่าเจ้าไม่ต้องการ ทว่า พึ่งพาเราบ้างเป็นบางครั้งก็จักดี”

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน

ตอนที่เฟิ่งจิ่วเหยียนฟื้นขึ้นมา ก็ไม่รู้ว่าตนเองอยู่ชั้นที่เท่าไรแล้ว

นางนั่งอยู่ข้างกำแพงหิน ลืมตาขึ้นมา สิ่งที่ปรากฏให้เห็น คือใบหน้าเยือกเย็นชาของเซียวอวี้

บนตัวเขามีบาดแผลหลายแห่ง บาดแผลบนหลังมือดูน่าสะเทือนใจที่สุด เนื้อหนังโผล่ออกมา เผยให้เห็นกระดูกสีขาวข้างใน...

นางสะดุ้งตกใจพร้อมพูดขึ้นมา “ที่นี่คือที่ไหน ! ”

ที่นี่คับแคบมาก เหมือนห้องขังที่ถูกแยกออกมา บริเวณโดยรอบก็มองไม่เห็นคนอื่น

“ชั้นที่แปด” เสียงเซียวอวี้แหบแห้ง ราวกับคนเดินบนทะเลทรายมานาน ไม่ได้รับความชุ่มชื้น พูดแต่ละคำต้องใช้ความพยายามมาก

แต่เขาก็ยังพยายามอธิบายให้นางฟัง

“ข้างบนก็เป็นชั้นที่เก้าแล้ว เราคิดว่า ก่อนการต่อสู้ครั้งใหญ่ พวกเราควรพักผ่อนปรับตัวก่อน จึงหาสถานที่ค่อนข้างปลอดภัย...”

“ท่านต่อสู้คนเดียวมาจนถึงชั้นแปดหรือ ! ?” เฟิ่งจิ่วเหยียนประหลาดใจมาก

เซียวอวี้ฉีกยิ้มให้กับนาง

“ทำไม เราอ่อนแอมากหรือ?”

สายตาเฟิ่งจิ่วเหยียนมองดูบาดแผลบนหลังมือของเขา แววตาเต็มไปด้วยความซับซ้อน

นางไม่พูดอะไร หยิบยารักษาแผลภายนอกที่พกติดตัวออกมา ทำแผลอย่างง่ายให้กับเขา พร้อมฉีกเศษผ้าสะอาดที่แบบชิดตัวออกมา พันแผลให้กับเขา

เห็นนางเงียบเช่นนี้ เซียวอวี้พูดเยาะเย้ยตัวเอง

“เราคิดว่า เจ้าจะพูดคำปลอบโยนออกมาบ้าง”

เฟิ่งจิ่วเหยียนปล่อยมือของเขา เงยศีรษะขึ้นมา พร้อมพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ท่านหาเรื่องเอง”

เซียวอวี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย

ไม่ทันรอให้บาดแผลในใจของเขาแตกสลาย ทันใดนั้นมุมปากก็อ่อนโยนลง

เฟิ่งจิ่วเหยียนเงยคางขึ้นมา จูบตรงมุมปากของเขา

สายตาของนางยังคงเยือกเย็น แต่น้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นมาเล็กน้อย

“ขอบคุณ ทว่า...อย่าทำแบบนี้อีก ท่านต้องมีชีวิตอยู่”

เซียวอวี้หัวเราะขมขื่น

“ชั้นสุดท้ายนี้ จักต้องคิดหาวิธีรับมือให้ดีก่อน”

เขากลัวนางร้อนใจที่จะช่วยต้วนไหวซวี่ จนโยนสติสัมปชัญญะทิ้งไปที่สุด

ความร้อนใจที่จะอยากประสบความสำเร็จ ถือเป็นข้อห้ามสำหรับนักยุทธศาสตร์การต่อสู้

เฟิ่งจิ่วเหยียนมองดูใบหน้าของเขาที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ชวนให้นึกถึงภาพบางภาพในเวลาที่ไม่เหมาะสม หัวใจสั่นไหวเล็กน้อย จากนั้นก็เอามือของเขาออกไปทันที

“ถูกต้อง”

หลังจากนั้น นางก็ตั้งใจครุ่นคิดขึ้นมา

เผชิญกับคู่ต่อสู้ที่ไม่สามารถเอาชนะได้ จะจู่โจมโดยตรงอย่างโง่เขลาไม่ได้ จะต้องลงมือตรงจุดอ่อน จุดอ่อนของหยางเหลียนซั่ว คือลูกชายของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่นางถามคนมาตั้งมากมายขนาดนี้ ไม่มีใครเคยเห็นว่างซูฮวา

“เดิมข้าคาดเดาว่า หยางเหลียนซั่วจะให้คนในเจดีย์เก้าชั้นอยู่ภายใต้อำนาจ ทว่าดูจากการลงมือของเขาที่โหดเหี้ยมอำมหิต และภายใต้เคล็ดวิชาดาราโรยหมื่นวิถี สามารถที่จะดูดเอาพลังภายในของพวกเขามาครอบครองได้ทั้งหมด

“ที่แปลกก็คือ เขาสามารถดูดพลังภายในของคนเหล่านี้ได้ทั้งหมด ทว่าเหตุใดจึงยังเก็บพวกเขาไว้? เป็นเพราะต้องการให้พวกเขาทำงานหนัก ตามหาว่างซูฮวาอย่างนั้นหรือ?”

เซียวอวี้พูดถึงอีกเรื่องหนึ่งขึ้นมา

“เป็นไปได้มาก เราสืบรู้มา หยางเหลียนซั่วบีบบังคับให้พวกเขาขุดหาไปทั่ว ทว่าที่ผิดปกติก็คือ หยางเหลียนซั่วไม่ได้บอกอย่างชัดเจนว่าคืออะไร”

เฟิ่งจิ่วเหยียนขมวดคิ้วสงสัย ลุกขึ้นมามองดูสภาพแวดล้อมโดยรอบ

“หากเป้าหมายชัดเจน ก็ควรให้พวกเขารู้ว่าขุดหาอะไรถึงจะถูก นอกเสียจาก...สิ่งที่หยางเหลียนซั่วต้องการหา ไม่ใช่ว่างซูฮวา ทว่าเป็นอะไรอย่างอื่น”

นางยืนนิ่ง มือลูบบนกำแพงหินตรงหน้า “หน้าผาหินนี้สูงชัน สามารถซ่อนอะไรไว้ได้บ้าง คงไม่ใช่ทรัพย์สมบัติ...”

ได้ยินเช่นนี้ เซียวอวี้คิดอะไรขึ้นมาได้ ดวงตาแฝงไปด้วยความประหลาดใจอย่างไม่รู้ตัว

ทันใดนั้นเขาดึงชายเสื้อของเฟิ่งจิ่วเหยียน ที่ยืนอยู่ด้านข้าง

“เรารู้แล้วว่า...พวกเขาต้องการอะไร”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย