พ่อซ่งแม่ซ่งต่างก็หันมามองดูเฟิ่งจิ่วเหยียนเป็นตาเดียว อดีตฮองเฮาผู้นี้
เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยออกมาด้วยท่าทีอย่างจริงจัง
“ข้าได้ยินมาว่าท่านหมอซ่งกำลงได้วิจัยยาปกป้องทารกในครรภ์ ซึ่งสามารถรักษาอาการของทารกในครรภ์ได้ เช่นนี้ทั้งสองท่านก็สามารถให้กำเนิดทายาทอีกคนขึ้นมาได้แล้ว”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้เอ่ยออกมานั้น ทำเอาทุกคนถึงกับตกตะลึงพูดไม่ออกไปในทันที
ใบหน้าของแม่ซ่งพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงก่อนจะซีดเผือดออกมา
นายท่านเฟิ่งพลางหันมาเอ่ยดุในทันที: “เรื่องของบุตรีในตระกูล เจ้ายังไปยุ่งเรื่องของทายาทบ้านอื่นอีก? รีบไปเดี๋ยวนี้!”
แม่ซ่งพลางหันไปมองสามีของตนเองด้วยความลังเลใจที่จะพูด
ทุกอย่างล้วนแต่อยู่ในสายตาของเฟิ่งจิ่วเหยียน
นางมิยอมสู้กับสิ่งที่ตนเองมิได้เตรียมพร้อมมาก่อนหรอก
ก่อนที่จะมาตระกูลซ่งนั้น นางขอให้อู๋ไป๋ไปสืบเรื่องนี้มา
พ่อซ่งหาได้มีงานอดิเรกใด ๆ ไม่ เขาเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการแพทย์ อีกทั้งเขายังชอบขลุกอยู่ในโรงหมอของตนเองอีกต่างหาก ทั้งยังละเลยฮูหยินและบุตรชายของตนเองเป็นเวลาหลายปี
เขากลับจวนมานับครั้งได้ มิต้องเอ่ยถึงการร่วมหอเลย
เนื่องจากความไม่สมดุลของหยินหยาง หลายปีที่ผ่านมานั้นทำให้ฮูหยินซ่งเกิดจุดด่างดำขึ้นมาบนใบหน้ามากมาย ทั้งยังมี สัญญาณของประจำเดือนที่มาผิดปกติอีก
ฉะนั้น ยิ่งทำให้เฟิ่งจิ่วเหยียนมั่นใจมากขึ้นไปอีกว่า การที่ตระกูลซ่งมีทายาทเพียงคนเดียวนั้น เกิดจากพ่อซ่งที่ล้มเหลวในการทำหน้าที่ในฐานะสามี
ยามที่นั่งอยู่นั้น พ่อซ่งยังคงแสดงสีหน้าเหมือนเดิม – ทั้งเย็นชาและเฉยเมยเป็นอย่างยิ่ง
“ใต้เท้าเฟิ่ง ดูเหมือนว่าพวกเรามิมีสิ่งใดให้ต้องหารือกันอีกแล้ว”
มิต่างอะไรกับเป็นการไล่แขกกลับไปเลยแม้แต่น้อย
นายท่านเฟิ่งเองก็ไม่อยากรั้งอยู่ที่นี่เช่นกัน
เฟิ่งจิ่วเหยียนมองไปที่แม่ซ่ง
“ฮูหยินเจ้าคะ คำพูดที่ข้าพูดไปเมื่อครู่นั้น หาได้ต้องการดูถูกดูแคลนฮูหยินไม่ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าเอ่ยออกไปเพียงแค่ต้องการอธิบายว่า เรื่องของทายาทนั้น หาใช่มิมีทางแก้ไขจนกระทั่งต้องตัดขาดความสัมพันธ์ของคู่รักไม่ เกรงว่าเช่นนี้อาจจะทำให้บุตรชายของท่านต้องทุกข์ทรมานไปชั่วชีวิต”
“ข้าเชื่อว่าท่านรู้จักบุตรชายของตนเองดีกว่าข้า เขานับว่าเป็นคนดื้อรั้นยิ่งนัก หากเขายึดติดกับสิ่งใดแล้วนั้นเขาย่อมอยู่กับสิ่งนั้นไปตลอดชีวิต”
แม่ซ่งพลันใจอ่อนในทันที
บุตรชายของนาง นางรู้จักเขาดี
ถึงแม้ว่าเขาจะถูกขังอยู่ในห้องโถงบรรพบุรุษมาเป็นเวลานานหลายวันแล้ว แต่เขาก็ยังคงยืนกรานที่จะแต่งงานกับเวยเฉียง
นิสัยเช่นนี้นั้น เหมือนกับนางในวัยเด็กยิ่งนัก
ยามนั้นเพื่อที่จะแต่งงานกับพ่อซ่งนั้น นางต้องเผชิญหน้ากับปัญหามากมาย ถึงขั้นจะคิดฆ่าตัวตายเสีย...
ฮูหยินเฟิ่งที่รู้ซึ้งถึงหัวอกคนเป็นแม่เป็นอย่างดี
เมื่อพ่อซ่งได้ยินเช่นนั้น ดวงตาทั้งสองข้างจึงฉายแววหม่นแสงลง
เขาพลันลุกขึ้นยืน “ข้าจักไปโรงหมอ มิจำเป็นต้องเปิดประตูให้ข้าอีก”
แม่ซ่งมองดูแผ่นหลังที่เดินจากไปไกล เมื่อคิดถึงตนเองที่ผ่านมายี่สิบปีนั้น สิ่งที่นางเห็นแทบจะเป็นแผ่นหลังของเขาเท่านั้น
ไม่เพียงแต่นางเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงบุตรของพวกเขาอีกด้วย สิ่งที่พวกเขาได้เห็น มักจะเป็นเพียงแผ่นหลังที่เดินจากไปของผู้เป็นพ่อ
เขาหาได้สนใจพวกนางแม่ลูกไม่!
เรื่องงานแต่งของบุตรชายตนเองนั้น เขาก็ไม่สนใจเช่นกัน
เขาเอาแต่บอกว่าทั้งหมดเพื่อตระกูลซ่ง
แต่พวกเราต่างก็เป็นมนุษย์!
มนุษย์เราต่างก็มีความชอบและไม่ชอบเป็นของตัวเอง
หลายปีที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่นางที่ต้องทนทุกข์ทรมาน แต่เขาในฐานะสามีของนางก็คงต้องทนทุกข์ทรมานเช่นกัน ท้ายที่สุด ยังต้องมาแต่งกับสตรีที่ตนเองไม่ได้รัก ยอมทนที่จะต้องนอนในโรงหมอมิยอมกลับมานอนร่วมเตียงกับนาง
นางมิอยากให้บุตรชายของนางเป็นเช่นเขา
เมื่อคิดเช่นนี้ แววตาของแม่ซ่งพลันเจือไปด้วยความเย็นชาในทันที
ในเมื่อเขาไร้จิตใจ ก็อย่ามาโทษว่านางใจร้ายแล้วกัน...

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
มีเหรียญใช้ไม่ มาหลายวันแล้ว แก้ไขให้ด้วย...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...