เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 653

ยามเข้าสู่ต้นคิมหันต์ เซียวอวี้สวมเสื้อคลุมยาวครึ่งตัวผ้าโปร่งสีม่วงเข้ม แสงตะวันสาดส่องลงมา ยิ่งสง่างามเลิศล้ำ

ทุกคนในลานกว้างก็เข้ามาทำความเคารพตามแม่ทัพเมิ่ง ไม่เว้นฮูหยินเมิ่งด้วยเช่นกัน

เฟิ่งจิ่วเหยียนได้สติเป็นคนสุดท้าย จึงก้มลงทำมือคารวะ

“ถวายบังคมฝ่าบาท”

นางไม่คาดคิดว่า เซียวอวี้จะมาเยือน

โดยเฉพาะตอนนี้นางเอาแต่ครุ่นคิดเรื่องหยางเหลียนซั่วกับพรรคเทียนหลง การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเขา จึงทำให้นางรับมือไม่ทัน...

“ไม่ต้องมากพิธี”

เซียวอวี้ก้าวไปข้างหน้า พลันช่วยประคองเฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยตนเอง ครั้นนางยืดกายขึ้น เขาจึงถือโอกาสกระซิบข้างหูนาง

“ครบกำหนดสามเดือน เจ้าควรจะให้คำตอบแก่เราแล้ว”

สีหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียนไม่แปรเปลี่ยน “เพคะ”

แม่ทัพเมิ่งย่นคิ้วเบา ๆ

เหตุใดฝ่าบาทจึงเสด็จมายังชายแดนเหนืออีกแล้ว? ทรงไม่ไว้วางใจเขามากขนาดนั้นเชียวหรือ?

เซียวอวี้ยังต้องการจะพูดคุยกับเฟิ่งจิ่วเหยียนต่อ เมิ่งฉวีพลันก้าวไปข้างหน้า และทูลรายงานอย่างจริงจังเคร่งครัด

“ฝ่าบาท เรื่องความวุ่นวายในเมืองเซวียนนั้น กระหม่อมขอบังอาจแสดงความเห็น เพียงแค่จ่ายเบี้ยหวัดให้เหล่าทหาร เกรงว่าจะยังไม่เพียงพอพ่ะย่ะค่ะ ดังนั้น กระหม่อมได้ร่างแผนปรับโครงสร้าง ขอบังอาจ ร่วมหารือกับฝ่าบาทอย่างละเอียดพ่ะย่ะค่ะ...”

เซียวอวี้ : ?

ฮูหยินเมิ่งมีสายตาแหลมคม ย่อมเล็งเห็นว่าการเสด็จมาของฝ่าบาทนั้นมิใช่เพื่อราชกิจ ทว่าสามีผู้โง่เขลา กลับออกหน้าอย่างไม่มองสถานการณ์

“ท่านพี่ ท่านได้จัดการเรื่องเหล่าทหารเกณฑ์ใหม่ในค่ายทหารเรียบร้อยหรือยัง?”

กระนั้น เมิ่งฉวีหาได้รับรู้ถึงความหมายแฝงของฮูหยินไม่ เพียงต้องการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะขุนนางเท่านั้น

“ฮูหยิน เจ้ารีบไปที่ห้องหนังสือ และหยิบร่างแผนปรับโครงสร้างที่ข้าเขียนเอาไว้มาด้วย

“ฝ่าบาท เชิญเสด็จทางนี้กับกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ

“พ่อบ้าน ยังมัวแต่ยืนบื้ออยู่อีก รีบไปยกน้ำชาสิ”

เมิ่งฉวีได้ตระเตรียมหน้าที่ให้แก่ทุกคน ให้จบในคำพูดไม่กี่คำ

เซียวอวี้จะไปก็ไม่เต็มใจ จะอยู่ก็ไม่ดี เขามองไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียน พลางส่งสัญญาณทางสายตาให้นาง คล้ายจะบอกให้นางรอเขาก่อน

……

เมิ่งฉวีกระตือรือร้นยิ่งนัก เซียวอวี้ก็ไม่อยากจะบั่นทอนกำลังใจของเขา

ในตอนแรก เซียวอวี้ไร้ซึ่งกะจิตกะใจฟังร่างแผนปรับโครงสร้างที่เขาเอ่ย ได้แต่คิดถึงเฟิ่งจิ่วเหยียน และอยากจะถามนางว่า เหตุใดจึงไม่ยอมรับปิ่นหงส์นั้นไว้

หากนางปฏิเสธเขาอีกครั้ง แล้วเขาควรทำอย่างไร?

เมื่อเวลาผ่านไป ข้อคิดเห็นที่เฉียบแหลมของเมิ่งฉวีเสมือนกระแสน้ำไหลบ่า ชะล้างความคิดฟุ้งซ่านของเขาออกไป เข้าสู่โสต ทะลุถึงหัวใจของเขา

กว่าจะรู้ตัวอีกที ตะวันก็ลาลับขอบฟ้าแล้ว

ฮูหยินเมิ่งจัดงานเลี้ยง เพื่อเลี้ยงรับรองฮ่องเต้ที่เสด็จจากแดนไกล

อาหารเย็นพร้อมแล้ว คนทั้งสองยังหารือกันไม่จบสิ้น ฮูหยินเมิ่งก็มิกล้ารบกวนฝ่าบาท จึงทำได้แค่รอให้พวกเขาเสร็จงาน

โชคดีที่รอคอยไม่นาน สุดท้ายคนทั้งสองก็หารือเสร็จสิ้น

ในห้องนอน แม่ทัพเมิ่งผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ก่อนอาหารเย็น เพิ่งจะปลดเข็มขัดออก ฮูหยินเมิ่งก็พลันเดินเข้ามา

“ฮูหยิน เจ้า...”

“ท่านเก่งนักหรือ?” ฮูหยินเมิ่งเอ่ยถามด้วยสีหน้าบึ้งตึง

แม่ทัพเมิ่งตกอยู่ในความงุนงงชั่วขณะหนึ่ง

เฟิ่งจิ่วเหยียนก้มศีรษะลงเล็กน้อย

“สงบราบรื่นดีเพคะ”

จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง และเอ่ยขอบคุณด้วยใจจริง “ขอบพระทัยในความเมตตาของท่าน ที่มอบฐานะที่เหมาะสมให้แก่เวยเฉียงเพคะ”

เซียวอวี้จดจ้องมองนางอย่างลึกซึ้ง

มิได้เจอกันแค่สามเดือน เขากลับรู้สึกว่าผ่านมานานหลายปีอย่างไรอย่างนั้น

“จิ่วเหยียน เราอยากรู้ว่า เจ้าตัดสินใจอย่างไร”

ก่อนที่เฟิงจิ่วเหยียนจะตอบเขา ได้ยื่นกระบอกไม้ไผ่ส่งสาส์นขนาดเท่ากับนิ้วชี้ ที่มีกระดาษม้วนอยู่ข้างในให้เขา

เซียวอวี้ไม่รู้เหตุผล ทว่าในเมื่อนางมอบให้ เขาจึงรับเอาไว้

นางเปิดปากเอ่ย “พิมพ์เขียวปืนมังกรไฟเพคะ คราวนี้ ไม่มีข้อผิดพลาดแล้ว”

สีหน้าของเซียวอวี้พลันแข็งค้างทันที

“ปืนมังกรไฟ?”

จากนั้นพลันนึกถึงตอนที่พวกเขาติดอยู่ในเจดีย์เก้าชั้น นางกล่าวว่า ยามที่ได้เห็นกลไกภายในเจดีย์เก้าชั้นแล้ว นางก็คิดถึงชิ้นส่วนหนึ่งที่หายไปของปืนมังกรไฟ

ในเวลานั้นเขามิได้ตระหนักถึงมากนัก คาดคิดไม่ถึงว่า นางลงมือทำมันแล้วจริง ๆ

ทันใดนั้น หัวใจของเขาพลันตึงเครียดอย่างอธิบายไม่ถูกอีกครั้ง

เขากำลังสนทนาเรื่องส่วนตัวกับนาง ไยนางกลับเอ่ยเรื่องงานได้อย่างใจเย็นเช่นนี้เล่า? นอกเสียจาก...

“เจ้าคิดจะชดใช้ด้วยสิ่งนี้รึ?”

เป็นไปได้หรือไม่ว่า หากนางส่งมอบพิมพ์เขียวปืนมังกรไฟนี้แล้ว ระหว่างพวกเขาก็จะไม่ติดค้างกันอีก?

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย