เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 690

คืนวานเซียวอวี้สืบสวนคดีตลอดทั้งคืน จึงเหนื่อยล้าอย่างมาก

ทว่าแค่นึกถึงว่าจะได้กลับมาเจอเฟิ่งจิ่วเหยียน ก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่า

ใครจะคิดว่า ทันทีที่มาถึงห้องนาง ก็เห็น...เห็นนางกับเหลิ่งเซียนเอ๋อร์ผู้นั้นพลอดรักกัน!

เฟิ่งจิ่วเหยียนผลักเหลิ่งเซียนเอ๋อร์ออกไป และอธิบายกับเขา

“เข้าใจผิด”

ที่จริงแล้วมิใช่เข้าใจผิด

ทว่า เรื่องยังไม่ได้เกิด แต่เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็น นางจึงพูดได้เพียงเท่านั้น

เซียวอวี้มิใช่คนหลอกง่ายเช่นนั้น

เขาเดินไปอยู่ข้างกายเฟิ่งจิ่วเหยียน แววตาเยือกเย็นและน่าเกรงขาม พร้อมกับถามเหลิ่งเซียนเอ๋อร์

“เมื่อครู่เจ้าคิดจะทำสิ่งใด”

คำถามที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้ ไม่ไว้หน้าอีกฝ่ายเลยสักนิด และไม่คำนึงถึงความเหนียมอายของหญิงสาวบ้างเลย

หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น เกรงว่าคงจะอับอายและโมโหจนไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว

ทว่า เหลิ่งเซียนเอ๋อร์มิใช่คนทั่วไป

นางไม่หลบเลี่ยง ไม่หลบหนี กล้าทำก็กล้ารับ

ทว่าก็ไม่จำเป็นจักต้องอธิบายให้คนนอกฟัง

“นี่เป็นเรื่องระหว่างข้ากับซูฮ่วน”

มีความหมายเป็นนัย ๆ ว่า---เกี่ยวอะไรกับเจ้า?

เซียวอวี้เกือบจะหัวเราะออกมาด้วยความโกรธ

คนอื่นเขายุ่งเกี่ยวไม่ได้อยู่แล้ว แต่ผู้หญิงของเขาก็ต้องยุ่งเกี่ยวได้สิ!

เขาหันไปถามเฟิ่งจิ่วเหยียน

“เมื่อครู่นางต้องการลวนลามเจ้า เหตุใดเจ้าไม่ผลักนางออกไป?”

หากมิใช่เขาตะโกนห้ามได้ทันกาล พวกนางอาจจะ...อาจจะจูบกันแล้ว!

นางปฏิบัติต่อสตรีนั้น ดูเหมือนจะไม่ปฏิเสธใครเลยสักคน!

เฟิ่งจิ่วเหยียนตอบอย่างจริงจัง

“กำลังจะผลักออก ท่านก็กลับมาพอดี”

เหลิ่งเซียนเอ๋อร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย

ไม่เข้าใจว่า เหตุใดซูฮ่วนต้องอธิบายกับคนนี้ด้วย

อีกอย่าง การโผเข้ากอด การมอบรอยจูบ สิ่งเหล่านี้เหตุใดเมื่อออกจากปากเขาถึงเป็นการลวนลามไปได้เล่า?

เมื่อคืนนางสังเกตเห็น บุรุษผู้นี้พักอยู่กับซูฮ่วน ดูเหมือนจะเป็นสหายใหม่ของซูฮ่วนอีกด้วย

ในเมื่อเป็นเพียงสหาย ก็ควรมีขอบเขตที่เหมาะสมของสหาย

บนใบหน้าของเหลิ่งเซียนเอ๋อร์ไม่แสดงอารมณ์มากนัก และประสานมือคำนับ

“ข้าน้อยรองเจ้าสำนักเฉวียนเจิน เหลิ่งเซียนเอ๋อร์ ท่านเป็นใครกัน?”

แววตาของเซียวอวี้ดูเย็นชา

“เซียวเอ้อร์”

จากนั้นก็โอบไหล่ของเฟิ่งจิ่วเหยียนเบา ๆ และเอ่ยเสริมอย่างจริงจัง “ข้าเป็นผู้ชายของนาง”

นางหันหลังกลับทันที มือกำฝักกระบี่ไว้แน่น พร้อมกับสั่นเล็กน้อย

“พอแล้ว!”

เซียวอวี้ก็ชะงักไปชั่วขณะ หากมิใช่คนนอกอยู่ที่นี่ เขาก็อยากจะจูบให้ลึกซึ้งกว่านี้อีก

จิ่วเหยียนก็ไร้ความปราณีกับหญิงสาวจริง ๆ

ทว่า ก็ตรงกับความต้องการของเขา

เหลิ่งเซียนเอ๋อร์หันหลังให้พวกเขา เอ่ยด้วยใบหน้าหม่นหมอง

“ซูฮ่วน เพื่อช่วยชีวิตศิษย์ของสำนักเรา ร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส ข้าในฐานะรองเจ้าสำนัก มาเยี่ยมเจ้าเป็นการเฉพาะ เพียงเพื่อขอบคุณเท่านั้น ไม่มีเจตนาอื่น”

เฟิ่งจิ่วเหยียนปล่อยเซียวอวี้และอธิบายกับเหลิ่งเซียนเอ๋อร์อย่างจริงจัง

“ไม่ต้องขอบคุณข้า ข้าช่วยติงหยวนเอ๋อร์ ก็เพื่อสืบหาเรื่องบางอย่าง”

เหลิ่งเซียนเอ๋อร์ได้ยินนางพูดเช่นนี้ ในดวงตาลึก ๆ ฉายแววความผิดหวังจาง ๆ

“ได้ ทว่าศิษย์น้องติงร่างกายอ่อนแอ จึงต้องรบกวนเจ้าไปที่โรงพักแรม ศีรษะของอู๋ไป๋ ข้าก็ทิ้งไว้ที่โรงพักแรมเช่นกัน”

สายตาของเซียวอวี้ดูเย็นชา

คิดว่าเขาจะมองกลอุบายของนางไม่ออกจริงหรือ?

นางมาวันนี้ เหตใดไม่ถือโอกาสนำศีรษะนั้นติดมือมาด้วย

มิใช่ว่าคิดจะเซ้าซี้เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่เลิกหรอกหรือ!

“ข้าจะตามเจ้าไปด้วย” เซียวอวี้ดึงแขนเสื้อของเฟิ่งจิ่วเหยียนไว้

เหลิ่งเซียนเอ๋อร์มองไปทางเซียวอวี้ ในแววตาเผยให้แต่ความเยือกเย็น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย