เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 758

นายท่านเฟิ่งโกรธมากจนปากเบี้ยวคิ้วตก คล้ายเป็นอัมพาตครึ่งซีก

เขาตวาดใส่อี๋เหนียงหลิน

“คราวหน้า หากเจ้ายังตัดสินใจโดยพลการเช่นนี้อีก ก็ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าเสีย!”

อี๋เหนียงหลินทำอะไรไม่ถูก ความเพ้อเจ้อก่อนหน้านี้พลันอันตรธานไปสิ้น

เดิมนางคิดว่า รอจนกว่าบุตรสาวตระกูลเฟิ่งกลับมาจากชนบท ตนเองก็จะแสดงอำนาจในฐานะ “ฮูหยิน” อย่างสง่าผ่าเผย

เมื่อครู่กลับบอกนางว่า หญิงบ้านนอกคนนั้นกำลังจะได้เป็นฮองเฮา?!

เฟิ่งเวยเฉียงเคยได้เป็นฮองเฮา บัดนี้เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ยังจะได้เป็นฮองเฮาด้วย

เหตุใดบุตรสาวของสกุลหลิวถึงได้เป็นฮองเฮาทุกคน!

นังแพศยานั่นช่างมีวาสนาอะไรเช่นนี้!

อี๋เหนียงหลินเงยหน้าขึ้น จากนั้นก็ได้เห็นที่ในลานกว้าง——เฟิ่งหมิงเซวียนบุตรชายของตนที่กำลังหยอกเล่นกับนกเหล่านั้น

ตระกูลเฟิ่งให้กำเนิดฮองเฮาผู้มีคุณธรรม ไฉนตนเองจึงไม่สามารถให้กำเนิดบุตรสาวได้! ให้กำเนิดบุตรชายยังไม่พอ ยังไร้ประโยชน์ได้ขนาดนี้!

อี๋เหนียงหลินเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง

นางริษยา ทว่ายังทราบหลักการรุ่งโรจน์ผู้เดียวพลอยรุ่งเรืองทั้งหมด จึงรีบเรียกสาวใช้เข้ามาสั่งการ ให้ไปยกเลิกสัญญากับแม่สื่อ และยังจ่ายเงินปิดปากแม่สื่อด้วย

ช่างน่าเสียดายที่นางลงทุน โดยเปล่าประโยชน์ และยังโดนตำหนิอีก

……

พระราชวัง

ในห้องทรงพระอักษร

รุ่ยอ๋องทูลถวายบันทึกคำสารภาพของมู่หรงเหลียน

หลังจากที่เซียวอวี้ได้อ่านแล้ว หว่างคิ้วก็ขมวดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ

จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมอง และเอ่ยอย่างไร้ความเมตตา

“ลงโทษมู่หรงเหลียน ด้วยการประหารแล่เนื้อ”

ประหารแล่เนื้อยังเบาไปด้วยซ้ำ!

ความชั่วที่คนผู้นี้กระทำ แม้ตายร้อยครั้งก็ยังไม่สาสม!

ใส่ร้ายอดีตรัชทายาทในข้อหากบฏ ส่งผลให้ตำหนักบูรพาไร้ผู้ปกครอง เหล่าองค์ชายต้องแก่งแย่งชิงดี และเข่นฆ่ากันเอง

นอกจากนี้ยังมีครอบครัวของราชครูเฉิน ทั้งเสียชีวิต และถูกเนรเทศ

รุ่ยอ๋องเอ่ยด้วยความไม่แน่ใจ

“ฝ่าบาท โทษนี้รุนแรงเกินไปหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ? มู่หรงเหลียนถูกพรรคเทียนหลงควบคุม ในยามนี้เขายอมสารภาพออกมาเอง บางทีควรจะได้รับโทษที่เบากว่า...”

เซียวอวี้เอ่ยอย่างเย็นชา

“ยอมสารภาพออกมาเอง หรือไม่มีทางเลือกกันแน่?

“หากตระกูลมู่หรงทั้งหมดไม่ถูกจับกุมแล้วไซร้ มู่หรงเหลียนจะยอมรับสารภาพเรื่องเหล่านี้รึ

“เจ้าคิดว่าเขากลับเนื้อกลับตัวแล้วหรือ แต่เราคิดว่า เขาเพียงถูกบังคับให้ตกสู่ทางตันเท่านั้น”

มิเช่นนั้น ผ่านมาเนิ่นนานหลายปีแล้ว ไฉนจึงไม่เห็นมู่หรงเหลียนยอมรับสารภาพอย่างบริสุทธิ์ใจ?

นางออกไปได้แล้วจริงหรือ?

ไทฮองไทเฮาเป็นผู้ช่วยชีวิตนางไว้ หรือเป็นฝ่าบาทที่เห็นแก่มิตรภาพครั้งเยาว์วัย จึงปล่อยให้นางเป็นอิสระ?

นางลุกขึ้นยืนอย่างตัวสั่นงันงก ใบหน้าอาบด้วยความสุข

ทว่าหลังจากนั้น พัศดีเข้ามาล่ามโซ่ตรวนไว้รอบข้อเท้าของนาง——เพื่อป้องกันนักโทษหลบหนี

นางงุนงง

ผู้ที่ได้ออกจากคุก ไม่จำเป็นต้องถูกล่ามโซ่เช่นนี้

จนกระทั่ง นางถูกนำตัวไปยังลานประหาร

เวลานี้ที่ลานประหาร ยังมีมู่หรงเหลียนบิดาของนางอยู่ด้วย

ทันใดนั้นนางก็ตระหนักได้ว่า ตนเองกำลังจะโดนตัดศีรษะ..

มู่หรงหลันถูกบังคับให้คุกเข่าลงกับพื้น รอบ ๆ ลานประหารมีฝูงชนมามุงดูความครึกครื้น ในหมู่พวกเขาบางคนจดจำนางได้ และกำลังชี้ไปที่นาง

“นี่คือนางสนมที่ได้รับความโปรดปรานมากที่สุดในตอนนั้น กลับสมรู้ร่วมคิดกับพวกกบฏเสียได้ ช่างน่าเสียดายนัก”

“ตระกูลมู่หรงจบสิ้นแล้ว!”

มีภาพความทรงจำมากมายปรากฏขึ้นในใจของมู่หรงหลัน ส่วนใหญ่ล้วนเป็นความทรงจำในวัยเด็ก

สมัยนั้น นางกับฝ่าบาท และรุ่ยอ๋อง ล้วนเป็นศิษย์ร่วมสำนักเดียวกัน พึ่งพาสนับสนุนซึ่งกันและกัน ปฏิบัติต่อกันอย่างจริงใจ

พวกเขาสัญญากันไว้อย่างชัดถ้อยชัดคำ ชั่วชีวิตนี้ พวกเขาสามพี่น้องจักเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันตลอดไป...

ตอนนี้ พวกเขากลับรวมหัวกันฆ่านาง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย