ณ ลานประหาร มู่หรงหลันระเบิดเสียงหัวเราะราวกับคนสติฟั่นเฟือน
นางมองดูอาทิตย์ที่ใกล้ลาลับฟ้า หลั่งน้ำตาอย่างไม่ข่มกลั้น
ตามกฎหมาย ถึงแม้นางจะถูกตัดสินลงโทษแล้ว ยังต้องเลือกวันประหาร และทำการประหารในยามอู่
ทว่าฮ่องเต้แทบรอไม่ไหวแม้เพียงวันเดียว
เขามีเจตนาสังหารต่อนางรุนแรงนัก!
มู่หรงหลันหันไปมองบิดาของตนเอง และถามอย่างโกรธเคือง
“ท่านพูดสิ่งใดกับฝ่าบาท!”
มู่หรงเหลียนยอมรับการลงโทษอย่างใจเย็น “พูดความจริง รวมถึงภูมิหลังของเจ้าด้วย”
ทันใดนั้นหัวใจของมู่หรงหลันพลันบีบรัด
เป็นเช่นนี้เอง!
ฝ่าบาทรู้แล้วว่านางเป็นหลานสาวของหยางเหลียนซั่ว และเป็นสายเลือดของราชวงศ์แห่งแคว้นเฉิน ไม่น่าแปลกใจที่เขาอยากจะฆ่านาง!
“ฮ่าฮ่า...ท่านพ่อ! ท่านช่างเป็น ‘ท่านพ่อที่ดี’ ของข้าจริง ๆ ! ไฉนท่านถึงทำร้ายข้าเช่นนี้เล่า! ข้าไม่ใช่ลูกสาวแท้ ๆ ของท่านหรือไร? ท่านคิดจะลากข้าไปตายพร้อมท่านจริงรึ!”
นางเกลียดเขานัก!
หากไม่ใช่เพราะเขา ฝ่าบาทก็อาจจะไม่ใจดำต่อนางขนาดนี้!
นี่คือการประหารแล่เนื้อเชียว!
แววตาของมู่หรงเหลียนเฉยเมย ครั้นมองดูนาง ก็นึกถึงมารดาผู้ให้กำเนิดของนาง——สตรีนางหนึ่งที่ชอบหวาดระแวง และชอบหึงหวงมาก ๆ เหมือนกัน
พวกนางเป็นคู่แม่ลูกที่เหมือนกันมาก
นอกจากมีนิสัยคล้ายกันแล้ว พวกนางยังเป็นตัวหมากของหยางเหลียนซั่วอีกด้วย
มู่หรงเหลียนปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งลง
หลังจากวันนี้ไป ทุกอย่างจะจบสิ้นลงแล้ว...
เขายอมรับความตายได้อย่างสงบ มู่หรงหลันกลับทำไม่ได้
นางมองไปที่เพชฌฆาตคนนั้น และเอ่ยด้วยความโกรธ
“ข้าต้องการเข้าเฝ้าฝ่าบาท และอยากพบรุ่ยอ๋องด้วย!”
ทว่า ไม่มีผู้ใดในลานประหารที่สนใจนางเลย
พวกเขายังอุดปากนางไว้ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้นางส่งเสียงโวยวาย
การประหารแล่เนื้อ เป็นการเฉือนเนื้อของนักโทษออกทีละชิ้น เพื่อให้แน่ใจว่านักโทษจะไม่ขาดใจตายระหว่างการประหารชีวิต อาจเร็วเพียงไม่กี่ชั่วยาม หรือนานถึงสามวันก็ได้
นี่คือการลงทัณฑ์ที่ทำให้นักโทษทรมานแสนสาหัส
มู่หรงหลันไม่คาดคิดเลยว่า ตนเองจะมีจุดจบเช่นนี้
นางทำได้เพียงส่ายศีรษะ ทว่ามีดก็ยังเฉือนลงมาอย่างไร้ความปรานี...
บนลานประหารอาบไปด้วยโลหิตน่าพรั่นพรึง
ในโรงพักแรมที่เงียบสงบแห่งหนึ่ง
เฟิ่งจิ่วเหยียนกลับจากคุกเทียนเหลาตรงไปที่โรงพักแรม กลับไม่เห็นอาจารย์หญิงรออยู่
เสี่ยวเอ้อร์แจ้งกับนาง
“ฮูหยินได้รับเชิญจากสามีภรรยาคู่หนึ่ง กำชับว่าหากท่านกลับมาแล้ว ให้ตรงไปที่จวนตระกูลเฟิ่งขอรับ”
เฟิ่งจิ่วเหยียนนึกถึงเฟิ่งเหยียนเฉินสองสามีภรรยาทันที
นางไม่ได้พูดอะไร เพียงรีบตรงไปยังจวนตระกูลเฟิ่ง
นางหันไปถามเฟิ่งเหยียนเฉิน
“พวกท่านเชิญอาจารย์หญิงของข้ามาที่นี่รึ?”
ถึงแม้ว่าเฟิ่งเหยียนเฉินจะเป็นพี่ชายใหญ่ ครั้นเมื่อคิดว่าน้องสาวของเขาคือแม่ทัพน้อยเมิ่งที่สังหารศัตรูมานับไม่ถ้วน ก็รู้สึกประหม่าอยู่บ้าง
“ใช่ เป็นข้าเอง ข้าคิดว่า...”
“ครั้งต่อไปจะทำสิ่งใด ต้องบอกข้าก่อน” เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวอย่างเย็นชา
ต้องพึงระวังผู้ที่คิดร้ายไว้เสมอ นางกลัวว่าจะมีคนปองร้ายต่อคนตระกูลเฟิ่ง และลักพาตัวอาจารย์หญิงไป
เฟิ่งเหยียนเฉินผงกศีรษะอย่างไม่รู้ตัว
“ได้สิ ข้า ข้าจะจำไว้ นี่ จิ่วเหยียน เจ้ายังไม่ได้กินมื้อเย็นเลยสินะ...”
“อืม” เฟิ่งจิ่วเหยียนตอบ จากนั้นก็เดินไปอยู่ตรงเบื้องหน้าของพี่สะใภ้สกุลโจว
ฝ่ายหลังสะดุ้งเฮือก และผุดลุกขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว คิดจะย่อกายคำนับ
กลับเห็นว่า เฟิ่งจิ่วเหยียนได้มอบจี้กุญแจอายุยืนชิ้นหนึ่ง ให้เด็กหญิงตัวน้อยในอ้อมแขนของนาง
สกุลโจวรู้สึกปลื้มปีติ “ขอบคุณมาก จิ่วเหยียน”
อี๋เหนียงหลินเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งได้รับของขวัญ ทว่าตนเองหาได้รับอันใดไม่ พลันรู้สึกไม่ยุติธรรมโดยไร้เหตุผล ทว่ายังต้องแสดงออกอย่างสุภาพ
“จิ่วเหยียน ล้วนเป็นครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น มานั่งกินข้าวด้วยกันเถิด!”
ทันทีที่นางพูดจบ ก็มีคนข้างนอกเข้ามารายงาน
เป็นเฉินจี๋
“แม่นางเฟิ่ง ฝ่าบาทเชิญท่านกับฮูหยินเมิ่งไปรับประทานอาหารเย็นในวังขอรับ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...