เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 859

เมืองหลวง

เวลานี้หอวั่งเจียงมีความคึกคักเป็นพิเศษ

เซียวอวี้มิอาจจัดงานเลี้ยงขอบคุณแก่กองทัพอินทรีเหินในพระราชวังได้อย่างเปิดเผย ด้วยกลัวผู้คนจะรู้ว่าฮองเฮาตั้งครรภ์เท็จ และแท้จริงออกไปทำภารกิจลับที่แคว้นซีหนี่ว์

ยามนี้จำต้องให้พวกเขาอดทนหน่อย โดยจัดงานเลี้ยงฉลองนอกพระราชวังเท่านั้น

ที่ชั้นล่างมีโต๊ะหลายสิบตัว ล้วนมีเหล่ากองทัพอินทรีเหินนั่งอยู่ทุกโต๊ะ

เหล่าองครักษ์เงานั่งอยู่เต็มทั้งสองโต๊ะ

หาได้มีผู้ใดสนใจหยิ่นฉีไม่

เป็นเพราะเขาสมควรได้ถูกทุบตีเหลือเกิน ตลอดการเดินทาง พู่กันด้ามนั้นมิเคยหยุดเคลื่อนไหวเลย

หยิ่นฉีรู้สึกน้อยใจยิ่งนัก

เขาเป็นผู้จดบันทึกภารกิจของฮองเฮาแท้ ๆ แต่เขายังเป็นผู้ที่ถูกทุบตี

ตอนนี้เขาได้เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว การเป็นผู้บันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์นั้นมิง่ายเลย

หลังจากนี้หน้าที่อันเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้คนนั้น....เขายังต้องทำ!

ณ ห้องส่วนตัวบนชั้นสอง

เฉินจี๋ยืนอารักขาอยู่ด้านนอก

ในห้องส่วนตัว ฮ่องเต้ฮองเฮากำลังนั่งรับประทานอาหารอย่างสงบสุขกันเพียงลำพัง

มองออกไปไกลเห็นแม่น้ำ ทิวทัศน์ยอดเยี่ยมนัก

เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยถึงภารกิจที่แคว้นซีหนี่ว์

“ประมุขแคว้นซีหนี่ว์มีน้องสาวที่หายตัวไปนานหลายสิบปีคนหนึ่ง และขอให้พวกเราช่วยนางตามหา จนถึงตอนนี้มีเพียงปิ่นหยกครึ่งท่อน เป็นเบาะแสอย่างเดียวเพคะ”

เซียวอวี้ไม่คิดจะสนใจเรื่องพรรค์นี้

“แค่ตามหาคน ในแคว้นซีหนี่ว์ของนางไม่มีคนช่วยเลยรึ?”

เขาแค่อยากจะรับประทานอาหารดี ๆ กับฮองเฮา เพื่อเลี้ยงฉลองให้นาง

ทว่า เฟิ่งจิ่วเหยียนเอาแต่กังวลเรื่องบ้านเมือง

นางเป็นฝ่ายถามก่อน

“ช่วงเวลาที่หม่อมฉันจากไป ถานไถเหยี่ยนมีความเคลื่อนไหวหรือไม่เพคะ?”

ใบหน้าของเซียวอวี้พลันเปลี่ยนเป็นจริงจัง

“จากรายงานของสายลับ เขาแสดงออกว่าจะช่วยเหลือหนานฉีป้องกันศัตรูอย่างจริงใจ…”

ขณะที่สนทนากัน พลันมีเสียงดังอยู่ข้างนอก

เซียวอวี้ขมวดคิ้ว

“เกิดอันใดขึ้น!”

นอกประตู เฉินจี๋ตอบด้วยความเคารพ

“ฝ่าบาท องครักษ์เงากับกองทัพอินทรีเหินกำลังท้าดื่มกันพ่ะย่ะค่ะ!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนผุดลุกขึ้นยืนทันที

ในเวลาเช่นนี้ ยังจะท้าดื่มอะไรกัน?

จักทำให้เมามายทั้งหมด

ที่ชั้นล่าง กองทัพอินทรีเหินหาได้ใช้คนมากรังแกคนน้อยไม่ โดยส่งคนออกไปจำนวนหนึ่ง เพื่อท้าดื่มสุรากับองครักษ์เงาแบบตัวต่อตัว

กลุ่มคนรอบข้างส่งเสียงและปรบมืออย่างครึกครื้น

“ดื่ม!”

“ดื่มเลย!!”

“หยุดเดี๋ยวนี้!” เฟิ่งจิ่วเหยียนยืนอยู่บนบันได และออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ฝ่าบาท หากปราศจากกฎเกณฑ์แล้ว ขอบเขตก็หามีไม่เพคะ” ท่าทีของเฟิ่งจิ่วเหยียนนั้นเด็ดขาด

เซียวอวี้จับมือนางเบา ๆ

“ผิดชอบหักล้างกัน ว่าอย่างไร?”

เขาหารือกับนาง

เฟิ่งจิ่วเหยียนมองเข้าไปยังดวงตาของเหล่ากองทัพอินทรีเหิน

นางก่อตั้งพวกเขาขึ้นมา ครั้งหนึ่งเคยได้ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กัน นางย่อมเข้าใจพวกเขามากกว่าผู้ใด

การท้าดื่มเป็นเพียงข้ออ้าง

กองทัพอินทรีเหินไม่ยอมรับองครักษ์เงา ไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจควบคุมของฮ่องเต้ เป็นสิ่งที่อยู่ในใจ

พวกเขาพร่ำบ่น——หากไม่สามารถเข้าสู่สนามรบเพื่อสังหารศัตรูได้ ทักษะดี ๆ ก็สูญเปล่า

เปรียบเสมือนใช้ม้าพันธุ์ดีไปเป็นล่อขนสินค้า ช่างน่าหงุดหงิดจริง ๆ

ตอนที่นางยกกองทัพอินทรีเหินให้เซียวอวี้ เป็นเพราะหมดหนทางแล้วจริง ๆ คิดแต่จะช่วยรักษาชีวิตพวกเขาไว้

ทว่า นางไม่เคยถามความต้องการของพวกเขาเลย เพียงตัดสินชะตากรรมของพวกเขาตามใจชอบ

หลังจากนั้นมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น ทั้งกบฏเมืองเซวียน และเจดีย์เก้าชั้น...นางเดินทางท่องโลกกว้างอย่างอิสระ

กลับไม่เคยคิดเลย ในวันและคืนเหล่านั้น เหล่ากองทัพอินทรีเหินได้แต่ติดอยู่ในวัง มิอาจบรรลุปณิธานได้

ในยามนี้หากพวกเขาต้องการระบาย ก็ปล่อยให้ระบายไปเถิด

เนื่องจากฝ่าบาทตรัสว่าไม่เป็นไร นางย่อมไม่พูดมากเช่นกัน

กระนั้น ถึงเวลาที่นางจะต้องให้คำอธิบายแก่พวกเขาทุกคน

ครั้นกลับมาที่ห้องส่วนตัวแล้ว จู่ ๆ เฟิ่งจิ่วเหยียนก็หันกลับมา เผชิญหน้ากับเซียวอวี้ ลดศีรษะลง ยกมือขึ้น วางไว้ใต้หน้าผาก เพื่อแสดงความเคารพต่อผู้ที่เหนือกว่า

“ฝ่าบาท หม่อมฉัน...มีเรื่องจะทูลขอเพคะ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย