ซ่านชุนที่ได้รับหน้าที่อันใหญ่หลวง โดยการควบคุมทหารม้าของทั้งสี่แคว้นนั้น
เขารู้ดีว่า เฟิ่งจิ่วเหยียนคือขวากหนามที่เป็นอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับพวกเขา ในการโจมตีด่านเฉาอวี่๋ในครั้งนี้
นางเก่งในการนำทัพออกรบยิ่งนัก รัฐเหลียงที่อยู่แดนเหนือยังถูกนางตีจนแตกพ่ายกลายเป็นรัฐบริวารแล้ว นับว่าความสามารถของนางมิอาจดูถูกได้เลยจริง
ยิ่งกว่านั้น เมื่อวานนางยังสร้างความเสียหายให้กับพวกเขาอย่างแสนสาหัสอีกด้วย
สร้างเนินฝังศพขึ้นมา โหดเหี้ยมและน่าขวัญผวายิ่งนัก!
ทำเอาเขาอยากจะสังหารสตรีนางนั่นเดี๋ยวนี้เลย!
รองแม่ทัพพลางเอ่ยปลอบใจออกมาว่า “ท่านแม่ทัพวางใจได้ขอรับ สายลับของพวกเราสามารถสังหารกวนไหลอิ้งได้ เช่นนั้นย่อมต้องสังหารฮองเฮาแห่งหนานฉีได้เช่นกันขอรับ!”
ซ่านชุนนึกอยากกินเนื้อแกะขึ้นมาอีกแล้ว
ทว่า เมื่อนึกไปถึงโคลงตลกขบขันที่ชาวหนานฉีตั้งขึ้นมานั้น กล่าวว่าเขากินเนื้อวัวเนื้อแกะ ก็เพื่อกลบกลิ่นที่ติดตัวของตนเอง นั่นจึงทำให้เขาอดที่จะรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาไม่ได้
กลุ่มหนานฉีพวกนั้น! ช่างน่ารังเกลียดยิ่งนัก!
ซ่านชุนพลางเอ่ยออกมาอย่างเย็นชาว่า “หาใช่สตรีนางนั้นเพียงผู้เดียวไม่ ยังมีบัณฑิตน้อยที่ตะโกนด่ายั่วยุด้วย ข้าต้องการให้เขาตกตายไปด้วย!”
“ขอรับท่านแม่ทัพ!”
……
อีกด้านหนึ่ง
แดนใต้
รุ่ยอ๋องและหร่วนฝูอวี้ที่เดินทางมาถึงชายแดนใต้แล้วนั้น
ยามนี้ การป้องกันทางชายแดนใต้นั้นยังคงแข็งแกร่งไม่มีเปลี่ยน ยังมีเกราะป้องกันธรรมชาติเช่นหนานเจียงกำบังเอาไว้ เมื่อรวมกับกองกำลังห้าหมื่นนายที่รุ่ยอ๋องนำมาด้วยนั้น นับว่าเพียงพอที่จะต้านทานกองกำลังศัตรูจากภายนอกแคว้นได้แล้ว
รุ่ยอ๋องพาหร่วนฝูอวี้มาพักผ่อนที่โรงพักแรม ก่อนที่ตัวเขานั้นจะเข้าไปสำรวจตรวจตราภายในค่ายทหาร
ถึงแม้จักเป็นสามีภรรยากัน ทว่า หาได้อยู่ด้วยกันไม่
หร่วนฝูอวี้ก็หาอยากได้เป็นเช่นนี้
ระหว่างที่เดินทางมานั้น รุ่ยอ๋องเอาใจใส่นางมากเกินไปแล้ว หากให้เอ่ยออกมาตรง ๆ ละก็ เขาใส่ใจกับ “เด็ก” ในท้องมาเกินไปแล้ว
นี่หาใช่เรื่องดีไม่!
หร่วนฝูอวี้พยายามสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเสียหลายครั้ง เพื่อที่จะกำจัดเด็กที่ไม่มีอยู่จริงนี้ทิ้งไป ทว่า บุรุษผู้นั้นเฝ้าระวังนางเป็นอย่างยิ่ง นางจึงมิอาจหาโอกาสได้เลยแม้แต่น้อย
เวรกรรมจริง ๆ เลย!
ตกกลางคืน
หร่วนฝูอวี้ที่คิดว่ารุ่ยอ๋องจะมิกลับมาที่โรงพักแรมนั้น ยามที่กำลังจะเอนตัวลงนอน ด้านนอกลับมีเสียงที่นางคุ้นเคยดังขึ้นมา
“สำรับมื้อเย็นพระชายากินได้มากหรือไม่?” บุรุษผู้นั้นกระซิบเสียงเบา ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ราวกับว่าจะรบกวนคนที่อยู่ด้านในห้อง
องครักษ์จึงตอบกลับไปว่า “พระชายาหาได้ทานมากไม่ เหมือนเมื่อสองสามวันก่อนเลยพ่ะย่ะค่ะ”
รุ่ยอ๋องรู้สึกเป็นกังวลยิ่งนัก
นางกินน้อยมากเช่นนี้ เกรงว่าเด็กอาจจะมิโตเอาได้
ก๊อก ก๊อก!
รุ่ยอ๋องเคาะประตูเข้าไป พลันเห็นว่าหร่วนฝูอวี้กำลังนั่งพิงหัวเตียงอยู่ พลางจ้องมองเขาด้วยความสนใจ ก่อนจะเอ่ยยั่วยุออกมาโดยไม่กระพริบตาว่า
“เฮ้! คุณพ่อ คิดถึงพวกเราแม่ลูกแล้วงั้นหรือ?”
รุ่ยอ๋องเอ่ยตำหนิขึ้นมาว่า “เจ้าเป็นแม่ของเด็กแท้ ๆ เหตุใดจึงเอ่ยสาปแช่งเขาเช่นนั้น!”
ที่หร่วนฝูอวี้สามารถเอ่ยวาจามิเป็นมงคลเช่นนี้ออกมาได้
นั่นเป็นเพราะว่า ในท้องของนางหาได้มีเด็กอยู่ในนั้นไม่
มิรู้ว่าทำไม เมื่อเห็นภาพตรงหน้าแล้วนางถึงมิกล้าเอ่ยออกไปตามตรง
ยามนี้ รุ่ยอ๋องใส่ใจกับเด็กคนนี้เป็นอย่างยิ่ง หากเขารู้ว่านางโกหกเขาขึ้นมาละก็ เกรงว่าเขาคงนึกอยากที่จะฆ่านางขึ้นมาอย่างแน่นอนเลย
ยามที่ทั้งสองแคว้นกำลังร่วมมือกันเพื่อปกป้องศัตรูที่กำลังจะเข้ามารุกรานเช่นนี้ นางมิอาจเห็นประโยชน์อันน้อยนิดจนไปทำลายการณ์ใหญ่เอาได้
เมื่อคิดเช่นนี้ นางจึงได้แต่ต้องทนต่อไป พลางเอ่ยวาจายียวนออกมาว่า
“บ้าเอ๊ย ข้าเข้าใจแล้ว ท่านวางใจได้ เด็กคนนี้จักต้องอยู่รอดปลอดภัยแน่นอน”
รุ่ยอ๋องที่เชื่อคำโกหกของนางนั้น ดวงตาของเขาพลันกลับมาสงบอ่อนโยนอีกครั้ง
“ลูกของข้า จักต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน” เขาอดใจไม่ไหวพลันเอื้อมมือไปแตะที่หน้าท้องของหร่วนฝูอวี้
ทั่วร่างของหร่วนฝูอวี้พลันแข็งค้างไปในทันที
บุรุษหน้าเหม็น!
คิดจะกินเต้าหู้นางงั้นหรือ! ?
หร่วนฝูอวี้ที่รู้สึกผิดอยู่ลึก ๆ ในใจลึกนั้น นางจึงรีบผลักมือของรุ่ยอ๋องออกไป
มือของรุ่ยอ๋องที่ลอยอยู่ในอากาศ พลางจ้องมองนางด้วยความรู้สึกสงสัยเล็กน้อย
“เหตุใดเจ้าถึงมิให้ข้าสัมผัสลูกเล่า?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ปลดเหรียญไม่ได้ค่ะ รบกวนช่วยแก้ไขให้หน่อย...
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...