เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 906

ในกระโจมทหาร รุ่ยอ๋องเผยไหล่ครึ่งหนึ่ง มีหมอทหารช่วยขับพิษให้เขา

หมอทหารถือมีดคมกริบ รุ่ยอ๋องกัดม้วนผ้าไว้ในปาก ดูเหมือนจะต้องเผชิญความเจ็บปวดมาก นางจึงเอ่ยถามทันที

“มิใช่ดึงลูกศรพิษออกมาแล้วหรือ? นี่กำลังจะทำอันใด?”

องครักษ์หลิวหวาตอบกลับ “หมอทหารกล่าวว่า ต้องเฉือนเนื้อเพื่อขับพิษขอรับ”

ครั้นหร่วนฝูอวี้ได้ยินเช่นนี้ พลันหัวเราะออกมา

“เฉือนเนื้อ? ข้าว่า หมอทหารคนนี้จะเป็นสายลับจากแคว้นศัตรูเสียแล้วกระมัง?”

เมื่อหมอทหารได้ยินดังนั้น พลันหยุดชะงักมือที่เคลื่อนไหวลง

พระชายารุ่ยอ๋องผู้นี้ จักเอ่ยโจมตีใส่ร้ายคนอื่นอย่างชั่วช้าได้อย่างไร!

รุ่ยอ๋องเงยหน้าขึ้นมองนาง เนื่องจากมีม้วนผ้าอยู่ในปาก จึงใช้สายตาเตือนนาง——พูดให้น้อยลง

หร่วนฝูอวี้เดินตรงเข้าไป หลังจากเบียดหมอทหารลุกออกไปแล้ว จึงก้มลงมองดูบาดแผลบนไหล่ของรุ่ยอ๋อง

บาดแผลลึกมาก และการดึงลูกศรพิษออกทำให้เนื้อหนังปริแตกออก แถมฤทธิ์ของพิษทำให้บาดแผลเป็นสีดำ ช่างน่าตกใจ

หากเป็นสตรีทั่วไปได้เห็นบาดแผลเช่นนี้ ย่อมอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วอย่างหวาดกลัว

หร่วนฝูอวี้แตกต่างโดยสิ้นเชิง

นางเดาะลิ้นพลางส่ายศีรษะ

“ข้าคิดว่ามันจะร้ายแรงขนาดไหน ที่แท้ก็เท่านี้เอง”

หลิวหวาทนมองไม่ไหว

“พระชายา ลูกธนูอาบยาพิษ สมควรให้หมอทหารขับพิษให้ท่านอ๋องโดยเร็วขอรับ!”

หร่วนฝูอวี้หัวเราะเหอะเหอะ

“ก็แค่ยาพิษ ไม่จำเป็นต้องเฉือนเนื้อทิ้ง ดูของข้านี่!”

นางหยิบขวดใบเล็กขวดหนึ่งออกจากอกเสื้อ

หมอทหารคิดว่าเป็นยาถอนพิษวิเศษ

หลิวหวาก็คาดเดาเช่นเดียวกัน

กลับได้เห็น เมื่อเปิดปากขวดแล้ว หร่วนฝูอวี้หยิบหนอนตัวอ้วน ๆ สีขาวยาวราวหนึ่งนิ้วมือและหนาราวสองนิ้วมือออกมาด้วยมือเปล่า!

จากนั้นก็โยนหนอนลงไปที่บาดแผลของรุ่ยอ๋องโดยตรง

หมอทหารอุทานออกมา “ท่านอ๋องระวัง! มันคือหนอนกู่!”

“ท่านอ๋อง!” หลิวหวาก็อุทาน

หนอนกู่จะเป็นสิ่งที่ดีได้อย่างไร!?

สตรีนางนี้ร้อยเล่ห์มากพิษ คิดจะทำอันใดกับท่านอ๋องกันแน่!

หร่วนฝูอวี้ขมวดคิ้ว

“เสียงดังอะไรกัน! หากทำให้ลูกรักของข้าตกใจ ข้าจะทำให้พวกเจ้าได้เห็นดี!”

หมอทหารดูสะพรึงกลัว

หนอนกู่ของหนานเจียง มีพิษร้ายแรง!

พระชายารุ่ยอ๋องผู้นี้คิดที่จะใช้พิษต้านพิษหรือไร?

รุ่ยอ๋องกลับเชื่อใจหร่วนฝูอวี้ และไม่คิดจะหลีกเลี่ยงตั้งแต่ต้น เพียงปล่อยให้หนอนกู่คลานอยู่บนบาดแผลของเขา

สัมผัสที่เย็นและนุ่มทำให้เขารู้สึกไม่สบายในตอนแรก ทว่าหลังจากนั้น มันเริ่มดูดพิษออกจากบาดแผลของเขา ความไม่สบายตัวกลายเป็นความแสบร้อน และเจ็บปวดอย่างแรง

เขาดึงม้วนผ้าออกจากปาก แล้วถาม

“นี่คืออะไร?”

ยากนักที่หร่วนฝูอวี้จะอธิบายอย่างอดทนเช่นนี้

“นี่คือหนอนกู่ที่ข้าหลอมอย่างเอาใจดูแลเป็นที่สุด มันเพิ่งจะคลอดได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน ก็สามารถดูดพิษออกจากร่างกายมนุษย์ได้แล้ว”

คลอด?

ตอนนี้รุ่ยอ๋องเพิกเฉยต่อคำแปลก ๆ นี้ก่อน

เขารู้สึกเพียงความเสียวปลาบที่บาดแผลนั้น

หมอทหารและหลิวหวาที่อยู่ด้านข้างก็ตกตะลึง

ลูกหนอนกู่ตัวนี้ มีสรรพคุณมากขนาดนั้นจริงหรือ?

เคร้ง!

มีดในมือหมอทหารร่วงหล่นลงบนพื้น

ครึ่งชั่วยามให้หลัง

“ใช่แล้ว รู้จักกันมาหลายปีนี้ ไม่มีใครรู้จักนางดีไปกว่าข้า

“นางผู้นี้ ดูเป็นคนที่แข็งแกร่งและซื่อตรง อันที่จริงแล้วมีไหวพริบมากกว่าผู้ใด

“คราวนี้ที่สูญเสียชายแดนตะวันออก ต้องเป็นเพียงการถอยเพื่อรุก และล่อศัตรูให้ถลำลึกยิ่งขึ้น ช่างน่าขันที่คนโง่เหล่านั้นยังหลงดีใจอยู่ได้

“ข้าคิดว่า ศึกครั้งนี้ใกล้จะจบลงแล้ว ขอเพียงพวกเราพิทักษ์ชายแดนใต้ไว้ได้ ก็จะเป็นการช่วยเหลือนางครั้งใหญ่ ท่านพี่ของข้า กล้าหาญที่สุด~”

รุ่ยอ๋องทอดสายตามองไปไกล และเอ่ยเสียงแผ่วเบา

“ฝ่าบาทก็กล้าหาญเช่นกัน”

หร่วนฝูอวี้โต้แย้งทันที “ถุย! ฮ่องเต้ของท่านเก่งแต่ซ่อนตัวอยู่ในวัง!”

ใบหน้าของรุ่ยอ๋องมืดลง “‘ของข้า’ อะไรกัน ระวังคำพูดของเจ้าด้วย อย่าให้ผู้อื่นจับจุดอ่อนไว้เล่นงานได้!”

“เฮอะ! เหนื่อยจะโต้เถียงกับท่านแล้ว ถึงอย่างไรซูฮ่วนก็ยอดเยี่ยมที่สุด คนของท่านคนนั้น รู้จักแต่เกาะติดซูฮ่วน และท่านก็ประจบเขาอย่างไร้เหตุผล”

เมื่อพูดจบแล้ว หร่วนฝูอวี้ก็เดินจากไป

แววตาของรุ่ยอ๋องแสดงความไม่พอใจ แทบจะหายใจไม่ออก

ฮองเฮาเก่งกาจมากจริง ๆ ทว่าฝ่าบาทเป็นเจ้าเหนือหัวของหนานฉี! ยิ่งกว่านั้น ฝ่าบาทยังเคยนำทัพออกสู่สมรภูมิด้วยพระองค์เอง และช่วยแว่นแคว้นที่กำลังสั่นคลอนไว้ได้ทันการ ยังไม่กล้าหาญมากกว่าฮองเฮาอีกหรือ?

หร่วนฝูอวี้ผู้นี้ แค่มีตาแต่หามีแววไม่!

……

เมืองหลวง

เซียวอวี้สวมชุดเกราะ มีถุงหอมใบหนึ่งที่ดูไม่เข้ากันแขวนอยู่ที่เอว ระหว่างคิ้วคมกริบ ปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายสังหารเข้มข้น

“ออกเดินทาง!”

เหนือขึ้นไป ฝูงอินทรีสยายปีกบินอยู่เหนือน่านฟ้าหนานฉี มองเห็นทุกสิ่งอย่าง

พวกมันมองเห็นได้ชัดเจน ผู้คนจากทั่วสารทิศ ต่างก็มุ่งหน้าสู่สถานที่เดียวกัน นั่นคือเมืองเซวียน...

อินทรีบินจากเมืองหลวงไปยังกานโจวทางตะวันออก ยามที่ส่งเสียงร้อง พร้อมโฉบลงไปจับเหยื่อ ดวงตาของอินทรีพลันสะท้อนภาพของสตรีที่อยู่บนหอประตูเมือง

เฟิ่งจิ่วเหยียนยืนอยู่บนหอคอยสูง ชายเสื้อคลุมลอยลิ่วตามลม พลางออกคำสั่งด้วยสายตาเฉียบคม

“เคลื่อนพลทั้งกองทัพ ไปยังเมืองเซวียน!”

ศึกที่เมืองเซวียนครั้งนี้ ดินแดนกว่าครึ่งของทุกแคว้นเหล่านั้น หนานฉีต้องได้ครอบครอง!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย