เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 924

“เสด็จพี่สะใภ้! ไม่เจอกันนานเลยเพคะ!” องค์หญิงน้อยทำการถวายคำนับตามธรรมเนียมในวัง

นางสวมชุดกระโปรงแบบสบายตัว ใบหน้าแดงระเรื่อ ลมหายใจหอบแฮ่ก ๆ

จากนั้นก็หันกลับมาถวายคำนับให้เซียวอวี้ต่อ

“คารวะฝ่าบาท!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนถามอย่างไม่แปลกใจ

“เหตุใดองค์หญิงจึงเข้าเมืองมาเล่า?”

ทหารศัตรูในเมืองนี้ถูกควบคุมตัวเอาไว้เกือบหมดแล้ว ทว่าไม่อาจรับประกันได้ว่าจะปลอดภัยทั้งหมด

ใบหน้าองค์หญิงน้อยยิ้มแย้มดุจดอกไม้ ไม่มีท่าทีกลัวการสู้รบแม้แต่น้อย

“ข้ามากับเสด็จพ่อ เสด็จพ่อเข้าเมืองมาส่งเสบียง ข้าสามารถช่วยได้นะ”

เซียวอวี้ไม่คิดเช่นนั้น

“เด็กน้อยคนหนึ่งอย่างเจ้า จะช่วยอะไรได้”

องค์หญิงน้อยเท้าสะเอวด้วยมือทั้งสองข้าง แล้วตอบอย่างไม่พอใจว่า

“เสด็จพี่ฮ่องเต้ ท่านอย่าดูถูกคนอื่น

“ข้าเติบโตในเมืองเซวียน สามารถบอกทางให้พวกเขาได้นะ!

“จริงสิ เหตุใดพวกท่านจึงอยู่ที่โรงพักแรมหลวงนี่ ไม่ไปพักที่จวนกั๋วกงล่ะ? ที่นี่อัตคัดเกินไปแล้ว”

เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“หากในเมืองมีข้าศึกเคลื่อนไหว การพักอยู่ที่โรงพักแรมหลวงจะนำทหารออกไปได้สะดวกกว่า”

องค์หญิงน้อยพยักหน้า จากนั้นสายตาก็ตกอยู่ที่มือของเฟิ่งจิ่วเหยียน นางถามด้วยสีหน้ากังวลใจทันที

“เสด็จพี่สะใภ้ ท่านได้รับบาดเจ็บหรือ?!”

“แผลเล็กน้อย” เฟิ่งจิ่วเหยียนดึงมือกลับ

เซียวอวี้หิ้วองค์หญิงน้อยไปด้านข้าง

“ในเมื่อมาเพื่อส่งเสบียง ก็ควรจะกลับไปได้แล้ว เรากับฮองเฮายังมีเรื่องสำคัญต้องปรึกษากัน”

ไม่รู้ว่าเสด็จลุงคิดยังไงกันแน่ ถึงได้พายัยเด็กเซียวหย่าคนนี้เข้ามาในเมืองเซวียน

องค์หญิงน้อยสะบัดตัวหนี แววตาจริงใจจ้องมองไปยังเฟิ่งจิ่วเหยียน

“เสด็จพี่สะใภ้ ข้าตั้งใจมาเพื่อขอบคุณท่านเป็นการเฉพาะ!

“ท่านไปภูเขาหิมะเทียนฉือ เพื่อที่จะขอยามาให้ข้า เกือบต้องประสบภยันตราย บุญคุณนี้ ข้าจำได้เสมอ!

“เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่นแม้จะเป็นเพียงน้ำหยดเดียว ก็ต้องรู้จักทดแทนบุญคุณ

“ชีวิตนี้ของข้าเป็นของท่านแล้ว ต่อไปหากมีเรื่องอะไรจะใช้ข้า ท่านบอกมาได้เลยนะเพคะ!”

เซียวหย่ามีความฝันอยากเป็นชาวยุทธภพ ทำนองการพูดจึงมีความกล้าหาญอย่างชาวยุทธภพอยู่บ้าง

เฟิ่งจิ่วเหยียนพยักหน้ายิ้ม ๆ

“ได้ ข้าจำไว้แล้ว”

ถึงอย่างไร เซียวหย่าก็เป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง จึงไม่อาจอยู่นานได้

ก่อนที่นางจะไป ก็แอบยัดถุงผลไม้เชื่อมให้เฟิ่งจิ่วเหยียน

“พี่สะใภ้ ท่านคือผู้กล้าผู้ปกป้องแคว้น ท่านต้องปกป้องตัวเองให้ดี อย่าบาดเจ็บอีกเล่า!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนรับถุงผลไม้เชื่อมมา แล้วรับปากอย่างเอาจริงเอาจัง

“ได้”

เซียวหย่ามาอย่ารวดเร็วและจากไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน

เซียวอวี้พูดอย่างตรงไปตรงมากับเฟิ่งจิ่วเหยียน

คำพูดนี้ของฮ่องเต้หนานฉีช่างเหิมเกริมนัก!

จากนั้นราชทูตผู้นี้เองก็ไม่ยอมถอยเช่นกัน

แขนเสื้อของเขาโบกสะบัด เอ่ยปากพูดด้วยความมั่นอกมั่นใจอย่างยิ่งว่า

“ฮ่องเต้ฉี ด้วยความยิ่งใหญ่ของแคว้นเป่ยเยี่ยนแล้ว เพียงเกรงว่าแคว้นหนานฉีจะไม่อาจดูแลได้ไหวกระมัง!

“อีกอย่าง ใครว่าพวกเราพ่ายแพ้กัน?

“แนวป้องกันสองฝั่งของแคว้นท่านแตกแล้ว อันตรายอยู่เบื้องหน้า

“ยามนี้เป็นแคว้นเป่ยเยี่ยนเราที่เห็นการสงบศึกเป็นสำคัญ ถึงได้เสนอที่จะเจรจาสงบศึก

“สนามรบอยู่ในดินแดนของแคว้นท่าน หากยังยืดเยื้อไปอีกวัน ราษฎรก็ไม่อาจสงบสุขไปอีกวัน เหล่าราษฎรหวาดผวา นี่เป็นสิ่งที่ท่านต้องการเห็นหรือไร?

“อีกอย่าง ทหารกล้าของแคว้นเป่ยเยี่ยนเรามีนับล้าน ไม่เหมือนแคว้นต้าเซี่ยนั่น! หากในแคว้นมีกำลังทหารมากพอ ย่อมสามารถทำศึกกับแคว้นท่านจนถึงที่สุด!”

หลังจากเซียวอวี้ฟังคำพูดนี้จบก็โบกไม้โบกมืออย่างเหยียดหยาม

“ทหารกล้านับล้าน นั่นมันเมื่อก่อน”

“การมาโจมตีแคว้นหนานฉีในครั้งนี้ แคว้นเป่ยเยี่ยนรอบแรกและรอบหลังส่งกองทัพใหญ่มาทั้งหมดสามแสนนาย กำลังทหารในแคว้น อย่างมากก็ไม่เกินหนึ่งแสนห้าหมื่นนาย”

ราชทูตกำหมัดเบา ๆ แล้วแสร้งพูดอย่างหนักแน่นว่า

“แคว้นเป่ยเยี่ยนเรายังมีราษฎรอีกนับพันนับหมื่น...”

เซียวอวี้ส่งสายตาไป องครักษ์ก็เข้ามาจับกุมราชทูตผู้นั้นไว้และกดให้คุกเข่าลงบนพื้นทันที

ระหว่างที่ราชทูตพยายามดิ้นรน ก็ได้ยินเสียงด้านบนพูด

“เราต้องการดินแดนครึ่งหนึ่งของแคว้นเป่ยเยี่ยน ก็นับว่าเมตตาแล้ว กลับไปบอกเสีย ในเมื่อแคว้นเป่ยเยี่ยนไม่ยอม เราก็จะยกทัพขึ้นเหนือ เอาแคว้นเป่ยเยี่ยนของเจ้าทั้งหมด”

เมื่อได้ยินดังนั้น ราชทูตก็เบิกตากว้าง

เขายังไม่ทันจะขอความเมตตาอีกครั้ง ก็ถูกไล่ออกไปแล้ว

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย