“เสด็จพี่สะใภ้! ไม่เจอกันนานเลยเพคะ!” องค์หญิงน้อยทำการถวายคำนับตามธรรมเนียมในวัง
นางสวมชุดกระโปรงแบบสบายตัว ใบหน้าแดงระเรื่อ ลมหายใจหอบแฮ่ก ๆ
จากนั้นก็หันกลับมาถวายคำนับให้เซียวอวี้ต่อ
“คารวะฝ่าบาท!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนถามอย่างไม่แปลกใจ
“เหตุใดองค์หญิงจึงเข้าเมืองมาเล่า?”
ทหารศัตรูในเมืองนี้ถูกควบคุมตัวเอาไว้เกือบหมดแล้ว ทว่าไม่อาจรับประกันได้ว่าจะปลอดภัยทั้งหมด
ใบหน้าองค์หญิงน้อยยิ้มแย้มดุจดอกไม้ ไม่มีท่าทีกลัวการสู้รบแม้แต่น้อย
“ข้ามากับเสด็จพ่อ เสด็จพ่อเข้าเมืองมาส่งเสบียง ข้าสามารถช่วยได้นะ”
เซียวอวี้ไม่คิดเช่นนั้น
“เด็กน้อยคนหนึ่งอย่างเจ้า จะช่วยอะไรได้”
องค์หญิงน้อยเท้าสะเอวด้วยมือทั้งสองข้าง แล้วตอบอย่างไม่พอใจว่า
“เสด็จพี่ฮ่องเต้ ท่านอย่าดูถูกคนอื่น
“ข้าเติบโตในเมืองเซวียน สามารถบอกทางให้พวกเขาได้นะ!
“จริงสิ เหตุใดพวกท่านจึงอยู่ที่โรงพักแรมหลวงนี่ ไม่ไปพักที่จวนกั๋วกงล่ะ? ที่นี่อัตคัดเกินไปแล้ว”
เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“หากในเมืองมีข้าศึกเคลื่อนไหว การพักอยู่ที่โรงพักแรมหลวงจะนำทหารออกไปได้สะดวกกว่า”
องค์หญิงน้อยพยักหน้า จากนั้นสายตาก็ตกอยู่ที่มือของเฟิ่งจิ่วเหยียน นางถามด้วยสีหน้ากังวลใจทันที
“เสด็จพี่สะใภ้ ท่านได้รับบาดเจ็บหรือ?!”
“แผลเล็กน้อย” เฟิ่งจิ่วเหยียนดึงมือกลับ
เซียวอวี้หิ้วองค์หญิงน้อยไปด้านข้าง
“ในเมื่อมาเพื่อส่งเสบียง ก็ควรจะกลับไปได้แล้ว เรากับฮองเฮายังมีเรื่องสำคัญต้องปรึกษากัน”
ไม่รู้ว่าเสด็จลุงคิดยังไงกันแน่ ถึงได้พายัยเด็กเซียวหย่าคนนี้เข้ามาในเมืองเซวียน
องค์หญิงน้อยสะบัดตัวหนี แววตาจริงใจจ้องมองไปยังเฟิ่งจิ่วเหยียน
“เสด็จพี่สะใภ้ ข้าตั้งใจมาเพื่อขอบคุณท่านเป็นการเฉพาะ!
“ท่านไปภูเขาหิมะเทียนฉือ เพื่อที่จะขอยามาให้ข้า เกือบต้องประสบภยันตราย บุญคุณนี้ ข้าจำได้เสมอ!
“เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่นแม้จะเป็นเพียงน้ำหยดเดียว ก็ต้องรู้จักทดแทนบุญคุณ
“ชีวิตนี้ของข้าเป็นของท่านแล้ว ต่อไปหากมีเรื่องอะไรจะใช้ข้า ท่านบอกมาได้เลยนะเพคะ!”
เซียวหย่ามีความฝันอยากเป็นชาวยุทธภพ ทำนองการพูดจึงมีความกล้าหาญอย่างชาวยุทธภพอยู่บ้าง
เฟิ่งจิ่วเหยียนพยักหน้ายิ้ม ๆ
“ได้ ข้าจำไว้แล้ว”
ถึงอย่างไร เซียวหย่าก็เป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง จึงไม่อาจอยู่นานได้
ก่อนที่นางจะไป ก็แอบยัดถุงผลไม้เชื่อมให้เฟิ่งจิ่วเหยียน
“พี่สะใภ้ ท่านคือผู้กล้าผู้ปกป้องแคว้น ท่านต้องปกป้องตัวเองให้ดี อย่าบาดเจ็บอีกเล่า!”
เฟิ่งจิ่วเหยียนรับถุงผลไม้เชื่อมมา แล้วรับปากอย่างเอาจริงเอาจัง
“ได้”
เซียวหย่ามาอย่ารวดเร็วและจากไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน
เซียวอวี้พูดอย่างตรงไปตรงมากับเฟิ่งจิ่วเหยียน
คำพูดนี้ของฮ่องเต้หนานฉีช่างเหิมเกริมนัก!
จากนั้นราชทูตผู้นี้เองก็ไม่ยอมถอยเช่นกัน
แขนเสื้อของเขาโบกสะบัด เอ่ยปากพูดด้วยความมั่นอกมั่นใจอย่างยิ่งว่า
“ฮ่องเต้ฉี ด้วยความยิ่งใหญ่ของแคว้นเป่ยเยี่ยนแล้ว เพียงเกรงว่าแคว้นหนานฉีจะไม่อาจดูแลได้ไหวกระมัง!
“อีกอย่าง ใครว่าพวกเราพ่ายแพ้กัน?
“แนวป้องกันสองฝั่งของแคว้นท่านแตกแล้ว อันตรายอยู่เบื้องหน้า
“ยามนี้เป็นแคว้นเป่ยเยี่ยนเราที่เห็นการสงบศึกเป็นสำคัญ ถึงได้เสนอที่จะเจรจาสงบศึก
“สนามรบอยู่ในดินแดนของแคว้นท่าน หากยังยืดเยื้อไปอีกวัน ราษฎรก็ไม่อาจสงบสุขไปอีกวัน เหล่าราษฎรหวาดผวา นี่เป็นสิ่งที่ท่านต้องการเห็นหรือไร?
“อีกอย่าง ทหารกล้าของแคว้นเป่ยเยี่ยนเรามีนับล้าน ไม่เหมือนแคว้นต้าเซี่ยนั่น! หากในแคว้นมีกำลังทหารมากพอ ย่อมสามารถทำศึกกับแคว้นท่านจนถึงที่สุด!”
หลังจากเซียวอวี้ฟังคำพูดนี้จบก็โบกไม้โบกมืออย่างเหยียดหยาม
“ทหารกล้านับล้าน นั่นมันเมื่อก่อน”
“การมาโจมตีแคว้นหนานฉีในครั้งนี้ แคว้นเป่ยเยี่ยนรอบแรกและรอบหลังส่งกองทัพใหญ่มาทั้งหมดสามแสนนาย กำลังทหารในแคว้น อย่างมากก็ไม่เกินหนึ่งแสนห้าหมื่นนาย”
ราชทูตกำหมัดเบา ๆ แล้วแสร้งพูดอย่างหนักแน่นว่า
“แคว้นเป่ยเยี่ยนเรายังมีราษฎรอีกนับพันนับหมื่น...”
เซียวอวี้ส่งสายตาไป องครักษ์ก็เข้ามาจับกุมราชทูตผู้นั้นไว้และกดให้คุกเข่าลงบนพื้นทันที
ระหว่างที่ราชทูตพยายามดิ้นรน ก็ได้ยินเสียงด้านบนพูด
“เราต้องการดินแดนครึ่งหนึ่งของแคว้นเป่ยเยี่ยน ก็นับว่าเมตตาแล้ว กลับไปบอกเสีย ในเมื่อแคว้นเป่ยเยี่ยนไม่ยอม เราก็จะยกทัพขึ้นเหนือ เอาแคว้นเป่ยเยี่ยนของเจ้าทั้งหมด”
เมื่อได้ยินดังนั้น ราชทูตก็เบิกตากว้าง
เขายังไม่ทันจะขอความเมตตาอีกครั้ง ก็ถูกไล่ออกไปแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ปลดเหรียญไม่ได้ค่ะ รบกวนช่วยแก้ไขให้หน่อย...
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...