เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 941

เฟิ่งจิ่วเหยียนมาพบกับถานไถเหยี่ยนอีกครั้ง แววตาของเขายังคงสงบเงียบดังเดิม ทว่า มิได้ไร้ชีวิตชีวาเหมือนดังแต่ก่อนอีกด้วย

“ถานไถเหยี่ยน เจ้ารู้หรือไม่ว่า แคว้นตงซานได้ส่งราชทูตมาขอพาตัวเจ้ากลับไปจัดการด้วย?”

ถานไถเหยี่ยนพลางเอ่ยออกมาด้วยท่าทีเฉยเมย

“คิดไว้แล้วว่าจักต้องเป็นเช่นนี้

“พวกเขาหาได้มาเพื่อข้าไม่ แต่มาเพื่อ ‘ใยแมงมุม’ ของตระกูลถานไถต่างหาก”

เฟิ่งจิ่วเหยียนมีท่าเคร่งขรึมไปในทันที

“เจ้าจึงคิดใช้ประโยชน์จากคนทุกคน รวมไปถึงแคว้นตงซานด้วยหรือ”

ถานไถเหยี่ยนพลันหัวเราะเยาะตนเองออกมา

“ดังนั้น ชีวิตนั้นแสนสั้น อย่างไรย่อมต้องถูกผู้อื่นสังหารตามอำเภอใจ”

เขารู้ดีว่า หากตนเองกลับไปถึงแคว้นตงซานเมื่อใดนั้น จุดจบคงมิได้ดีนัก

ทว่า เขาหาได้กลัวตายไม่ ทั้งยังมองดูความตายอย่างไม่ยี่หระอีกด้วย

เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงเอ่ยตรงเข้าประเด็นในทันที

“เจ้าคิดดีแล้วหรือ”

เรียวคิ้วดวงตาที่งดงามของถานไถเหยี่ยน พลันเผยให้เห็นท่าทีเด็ดขาดออกมา

หากเขายังตัดสินใจไม่ได้ เขาคงมิมาขอพบนางเช่นนี้

“กระหม่อมเต็มใจที่จะช่วยให้หนานฉีรวมใต้หล้าเป็นหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ” พูดจบ เขาพลันโค้งกายคำนับเฟิ่งจิ่วเหยียนในทันที

ร่างผอมเพรียวโค้งกายลงมา พร้อมด้วยดวงตาที่ฉายแววลึกล้ำ

เฟิ่งจิ่วเหยียนหาได้แปลกใจกับผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นเช่นนี้ไม่

ผู้ที่มีจิตใจทะเยอทะยานเช่นถานไถเหยี่ยนนั้น มีเพียงแว่นแคว้นที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะสามารถฉุดรั้งเขาเอาไว้ได้

แคว้นตงซานที่ไม่มีแม้แต่ความสามารถที่จะช่วยปกป้องเขานั้น ถึงอย่างไรย่อมต้องถูกถานไถเหยี่ยนเขี่ยทิ้ง

เฟิ่งจิ่วเหยียนรับการโค้งคำนับของเขาไว้ ทั้งยังใช้สองมือโค้งกายคำนับกลับด้วยความเคารพเช่นกัน

“อาจารย์เป็นยอดคนเช่นท่าน ย่อมสมควรได้รับตำแหน่งสำคัญ ทว่า...”

เฟิ่งจิ่วเหยียนพลางเปลี่ยนหัวข้อ

“ถึงอย่างไรต้นเหตุของข้อพิพาทระหว่างแคว้นพันธมิตรนั้นก็เกิดขึ้นมาจากเจ้า หากว่าปล่อยตัวเจ้าออกไปง่ายดายเช่นนี้ คงยากที่จะโน้มน้าวใจผู้อื่นได้

“ฉะนั้นแล้ว คงต้องรบกวนให้เจ้าอยู่ในคุกเทียนเหลาต่อไป อีกทั้งให้เจ้าสอนเหล่าบัณฑิตที่สถาบันทางการทหารอยู่ที่นี่ด้วย”

“ข้าเองก็จะทูลขอคุกที่เงียบสงบสักห้องกับฝ่าบาทให้เจ้า”

หลังจากได้ยินเฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยออกมาเช่นนี้ แววตาของถานไถเหยี่ยนพลันตกตะลึงไปเล็กน้อย

หลังจากนั้น เขาพลันยิ้มจาง ๆ ออกมา

“เพื่อโน้มน้าวคนอื่น ๆ หรือว่า... ท่านยังไม่ไว้ใจในตัวกระหม่อมกันแน่?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเองก็หาได้เอ่ยพูดอ้อมค้อมออกมาแต่อย่างใด พลางกล่าวออกมาอย่างตรงไปตรงมาว่า

“แคว้นพันธมิตรต่างก็ตกอยู่ในกำมือเจ้าแล้ว ข้าย่อมต้องระวังตัวเอาไว้จักเป็นการดีเสียกว่า”

การรั้งเขาเอาไว้ที่หนานฉีนั้น นับว่าเป็นการกระทำที่เสี่ยงยิ่งนัก

“เรื่องที่สาม กระหม่อมต้องการพบราชทูตแคว้นตงซานเพื่อชี้แจงเรื่องราวพ่ะย่ะค่ะ”

เรื่องนี้ ทำเอาเฟิ่งจิ่วเหยียนถึงมีท่าทีลังเลไปเล็กน้อย

ทว่า เพียงแค่ราชทูตสองคนนั้น หาได้มีกำลังเพียงพอที่จะแหกคุกออกไปได้ไม่

“ข้าจักนำเรื่องนี้ขึ้นทูลต่อฝ่าบาทเอง”

เฟิ่งจิ่วเหยียนมิได้ตัดสินใจในทันที

ยามที่นางกำลังจะก้าวออกไปนั้น ถานไถเหยี่ยนจึงเอ่ยเรียกนางขึ้นมาอีกว่า

“เพื่อแสดงความจริงใจของกระหม่อม ยังมีอีกเรื่องหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ…”

เมื่อราตรีย่ำกรายเข้ามา บรรยากาศภายในคุกเทียนเหลาทั้งมืดและอับชื้นยิ่งนัก ในขณะที่ด้านนอกคุกกลับมืดสนิท ราวกับหุบเหวที่คอยกลืนกินผู้คนลงไป

เฟิ่งจิ่วเหยียนที่เดินออกมาจากคุกนั้น พร้อมด้วยพัศดีหลายคนที่ออกมาส่งนางด้วยท่าทีเคารพ

สายตาของนางพลันหยุดไปที่คนผู้หนึ่ง

บุรุษผู้นี้มีใบหน้าที่ตอบผอม ทั้งยังมีร่างกายที่ผอมกะหร่อง

เฟิ่งจิ่วเหยียนพลันสั่งการออกมาด้วยความเด็ดขาด

“จับคนผู้นี้ไว้!”

พัศดีผู้นั้นถึงกับตื่นตระหนกไปในทันที

“ฮองเฮา! ฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ เพราะเหตุใดกัน!”

เขาพยายามดิ้นรนหลบหนี แต่ก็ถูกเหล่าองครักษ์จับกดลงพื้น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย