เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 942

หลังจากจับกุมพัศดีได้นั้น เขาหาได้มีท่าทีสำนึกผิดไม่

“ฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยทำสิ่งใดผิดไปงั้นหรือ…”

เฟิ่งจิ่วเหยียนหาได้คิดมองเขาไม่ นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชาพลางกล่าวออกมาว่า

“ในฐานะพัศดีนั้น กลับกระทำการรับสินบน ติดต่อกับศัตรูต่างแคว้น ย่อมต้องถูกโทษประหาร!”

พัศดีพลันมีสีหน้าซีดเผือดไปในทันที

เหตุใดถึง?

ฮองเฮาทรงทราบว่าเขาลอบทำสิ่งใดเช่นนั้นหรือ?

ผู้ใดเป็นคนทรยศเขากัน!

พัศดีพลันรีบก้มลง พร้อมโขกหัวลงบนพื้นเพื่อ ร้องขอความเมตตา

“ฮองเฮาได้โปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยมิกล้าอีกแล้ว! ฮองเฮาได้โปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยเถิด ได้โปรด...”

เฟิ่งจิ่วเหยียนหาได้คิดฟังเรื่องไร้สาระจากเขาไม่ พลางหันไปสั่งการกับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบคุกเทียนเหลาว่า

“ข้าจักให้เวลาพวกเจ้าสามวัน ไปทำการสืบค้นเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาของเจ้าเสีย”

“พ่ะย่ะค่ะ!” เจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้รับผิดชอบนั้นพลันก้มหน้าลงด้วยความละอายใจ

เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงหันไปกล่าวกับพัศดีคนอื่น ๆ ที่ยืนเนื้อตัวสั่นเทาว่า

“ภายในสามวันนี้ หากผู้ใดยอมสารภาพออกมาแต่โดยดี จักได้รับโทษสถานเบา หากว่าทำการสืบหาตัวมาได้เมื่อใดนั้น โทษทัณฑ์ที่ได้รับย่อมรุนแรงเป็นเท่าตัว!”

คุกเทียนเหลาเป็นสถานที่ที่เอาไว้คุมขังเหล่านักโทษที่มีความสำคัญ หากว่าพัศดีที่นี่กลับรับสินบน ทั้งยังส่งสารออกไปถึงบุคคลภายนอกละก็ แม้จักดูมิเป็นอันตรายแต่อย่างใด ทว่า แท้จริงแล้วคือการทุจริต

ลำต้นเริ่มเน่าเปื่อยจากภายใน

เรื่องนี้ จักต้องตรวจสอบอย่างละเอียด!

……

ห้องทรงพระอักษร

หลังจากเฟิ่งจิ่วเหยียนกลับมาที่วังนั้น นางก็ได้เล่าถึงการตัดสินใจของถานไถเหยี่ยนให้กับเซียวอวี้ฟัง ทั้งยังเอ่ยถึงการทุจริตที่เกิดขึ้นภายในคุกเทียนเหลาอีกด้วย

เซียวอวี้โมโหยิ่งนัก

“มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยงั้นหรือ?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนพลางส่งถ้วยน้ำชาให้กับเขา

“ท่านอย่าเพิ่งร้อนใจไป หม่อมฉันได้ส่งคนไปทำการสืบเรื่องนี้แล้วเพคะ”

เซียวอวี้ที่จิบชาอยู่นั้น เขายิ่งคิดยิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก

“เราจักสังหารพวกเจ้าหน้าที่ที่รับสินบนทุกคนเลย!”

เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงรีบเปลี่ยนหัวข้อเรื่อง พลางเอ่ยถามกับเซียวอวี้ขึ้นมา

“เรื่องของถานไถเหยี่ยนนั้น ท่านคิดเห็นอย่างไร? จักตอบรับคำขอ ที่เขาขอพบหน้ากับราชทูตแคว้นตงซานของเขาหรือไม่?”

เซียวอวี้จึงถามนางกลับมาว่า: “เจ้าคิดเห็นเช่นไร?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงเล่าความคิดเห็นของตนเองออกมา

“หม่อมฉันคิดว่า ตอบรับคำขอของเขานั้นหาได้ส่งผลเสียอันใดไม่เพคะ ทว่า อย่างไรก็คงต้องส่งคนไปลอบสังเกตการณ์พวกเขา

ระมัดระวังตัวเอาไว้ย่อมดีกว่า”

เซียวอวี้เองก็เห็นด้วยในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน

เขาแย้มยิ้มพลางจับมือนางขึ้นมา: “ถึงได้ว่าพวกเราเป็นสามีภรรยากัน จึงมีความคิดตรงกันเสียได้”

เฟิ่งจิ่วเหยียนที่เห็นว่า เซียวอวี้ยังต้องตรวจฎีกาอยู่นั้นก็มิคิดรบกวนเขาอีก

เมื่อนางกลับมาตำหนักหย่งเหอแล้วนั้น จึงเขียนจดหมายขึ้นมาหนึ่งฉบับก่อนให้คนนำไปส่งให้กับเจียงหลิน

ในครั้งนี้ หนานฉีเรียกร้องค่าชดเชยจากแคว้นพันธมิตรมาไม่น้อยเลยทีเดียว หนึ่งในนั้นคือเส้นทางการค้าของแคว้นพันธมิตรด้วย โดยเฉพาะเส้นทางการค้าของแคว้นตงซาน

นางอยากจะถามกับเจียงหลินว่า เรื่องสมาคมการค้าลับจากแคว้นซานตงมาถึงหนานฉีนั้น เขาสืบไปได้เช่นไรแล้วบ้าง

……

ด้านนอกพระราชวัง

ราชทูตแคว้นตงซานตกเป็นเป้าหมายของการวิพากษ์วิจารณ์จากผู้คน ทั้งยังมิได้รับการยอมรับจากแว่นแคว้นอื่นอีก

พวกเขาที่พักอยู่ภายในโรงพักแรมนั้น กำลังหารือถึงแผนการที่จะช่วยเหลือถานไถเหยี่ยน

หลี่หลิงเสนอแนะออกมา

“มิสู้พวกเราใช้เงินมากหน่อย ให้ผู้อื่นช่วยพวกเราแหกคุกเล่า?”

หยวนจั้นรีบห้ามปรามออกมาในทันที

“ไม่ได้ นับว่าเสี่ยงเกินไป โอกาสมีน้อยนักที่จะสำเร็จ”

“เช่นนั้นจักทำอย่างไร? พวกเราก็มิอาจนั่งรออยู่เฉย ๆ ได้!”

หยวนจั้นพลางเอ่ยออกมาด้วยความเย็นชาว่า

“สายเกินไปแล้ว หนานฉีมิยอมปล่อยถานไถเหยี่ยนออกมาแน่ ไม่ว่าจักเป็นเช่นไรพวกเราก็คงมิอาจนำตัวเขาออกมาได้”

ถานไถเหยี่ยนที่ยืนอยู่ข้างกำแพง ทั่วร่างของเขาราวกับซ่อนกายอยู่ในเงามืด มีใบหน้าเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นที่โผล่พ้นแสงออกมา

“ข้ามิใช่อาจารย์ของเจ้าอีกต่อไปแล้ว ทั้งยังมิคิดทำงานให้แคว้นตงซานอีกด้วย”

สีหน้าของหยวนจั้นพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“เพราะเหตุใดกัน?”

เขาถูกคนจากหนานฉีขู่บังคับงั้นหรือ?

น้ำเสียงของถานไถเหยี่ยนพพลางเอ่ยออกมาด้วยความสงบนิ่ง

“ข้าพบหนทางของตนเองแล้ว”

“หนทางของท่าน คือการทรยศต่อแว่นแคว้นเช่นนั้นหรือ?” หยวนจั้นพลางเอ่ยถามออกมาตามตรง ก่อนจะจ้องมองเขม็งไปที่ถานไถเหยี่ยน

“ข้า ถานไถเหยี่ยน เป็นคนของแว่นแคว้นที่เป็นมหาอำนาจเท่านั้น กระแสลมในใต้หล้าช้าเร็วย่อมตกเป็นของหนานฉี”

หยวนจั้นยิ้มเยาะออกมาด้วยความเย็นชา

“ท่านอาจารย์คิดผิดแล้ว มันเป็นของแคว้นตงซานต่างหากเล่า ท่านจักต้องเสียใจกับการตัดสินใจที่ท่านได้ทำไปในวันนี้”

สายตาของถานไถเหยี่ยนพลันเต็มไปด้วยความเฉยเมย

“เหตุผลที่ข้าเรียกเจ้ามาพบในวันนี้ ก็เพื่อต้องการจะมาบอกกับเจ้าว่า ล้มเลิกค้นหาตัวข้าได้แล้ว เจ้าสมควรที่จะไปตามหาหนทางของตัวเองเสียที”

หยวนจั้นที่รับรู้เจตนาที่แท้จริงของถานไถเหยี่ยนแล้วนั้น เขาหาได้ถูกคนของหนานฉีขู่บังคับไม่

ดังนั้น หยวนจั้นจึงมิสนใจความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์และอาจารย์อีกต่อไป

“ถานไถเหยี่ยน ฝ่าบาทรู้มานานแล้วว่าท่านมีใจโลเล ในยามนี้ท่านยังคิดทรยศต่อแคว้นตงซานอีก ท่านมิกลัวว่าพิษในร่างกายของท่านจะออกฤทธิ์หรืออย่างไร!”

ถานไถเหยี่ยนยังคงมีสีหน้าไร้อารมณ์

“ความตายหาได้มีสิ่งใดน่ากลัวไม่”

เขากลัวว่าตนเองจักต้องใช้ชีวิตต่อไปโดยมิได้เป็นบุคคลสำคัญเสียมากกว่า ถูกฝังอยู่ในแม่น้ำแห่งกาลเวลาอันยาวนาน หาได้เหมาะสมที่จะเป็นบุตรหลานตระกูลถานไถไม่

มุมปากของหยวนจั้นพลันกระตุกขึ้นมาเล็กน้อย พลางเผยให้เห็นถึงท่าทีเยาะเย้ยออกมา

หยวนจั้นค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้กับประตูห้องขัง ก่อนจะกระซิบเสียงเบา พร้อมเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกว่า

“หืม อะไรคือ‘หนทาง’? เกรงว่าจักเป็นความรู้สึกที่ยากจะข้ามผ่านกระมัง

“ถานไถเหยี่ยน ผู้ที่ทรยศแว่นแคว้น หาได้มีจุดจบที่ดีไม่

“ท่านต้องการอยู่ในแคว้นหนานฉีอย่างปลอดภัยเช่นนั้นหรือ? งั้นก็มาดูกันว่า ฮ่องเต้หนานฉีจักปล่อยท่านไปหรือไม่! ในฐานะที่เห็นแก่ความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์กับอาจารย์แล้ว ข้าจักลงมือจัดการปัญหาที่ต้นเหตุเกิดขึ้นจากท่าน เพื่อเติมเต็มความปรารถนาภายในใจให้ท่านเป็นอย่างไร?”

เพียงพริบตาเดียว ดวงตาอันสงบนิ่งของถานไถเหยี่ยนพลันปรากฏความเย็นชาขึ้นมาในทันที

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย