เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 943

ปั้ง!

ถานไถเหยี่ยนยกมือขึ้นข้างหนึ่ง หยวนจั้นที่ตกใจจนมิทันได้ป้องกันตนเองนั้น ก็ถูกกำลังภายในอันแข็งแกร่งกระแทกออกไปในทันที

หยวนจั้นที่ได้สติกลับมานั้น จึงปรับสมดุลกำลังภายในในร่างกายของตนเองให้มั่นคง ทว่า ก็ยังไม่อาจยืนหยัดได้อย่างมั่นคงนัก

ร่างกายของหยวนจั้นซวนเซถอยหลังไปสองสามก้าว พร้อมทั้งแผ่นหลังที่ไปกระแทกเข้ากับประตูห้องขังที่อยู่ด้านหลังเขา

เมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองนั้น พลันเห็นว่าถานไถเหยี่ยนได้ทำลายกุญแจประตูห้องขัง ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้ามาหาเขา...

หยวนจั้นเอามือกุมหน้าอกของตนเองเอาไว้ ดวงตาค่อย ๆ หรี่ลง พร้อมด้วยเปลือกตาของเขาที่สั่นไหวไปเล็กน้อย

คนผู้นี้ มีความสามารถล้ำลึกถึงเพียงนี้เลยหรือ?

เพียงไม่กี่อึดใจเดียว ถานไถเหยี่ยนก็เดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของเขา พลางยกมือขึ้นมาวางบนไหล่ของหยวนจั้น

หยวนจั้นที่คิดว่าถานไถเหยี่ยนจะลงมือกับตนเองนั้น กลับเห็นว่าเขาเพียงแค่ปัดฝุ่นออกจากหัวไหล่ให้ตนเองเท่านั้น

เสมือนกับว่า เขายังคงเป็นอาจารย์ที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนในความทรงจำของเขาอยู่

จากนั้น ถานไถเหยี่ยนพลันจัดแจงอาภรณ์ที่เต็มไปด้วยรอยยับให้เรียบร้อย พวกเขาราวกับศิษย์อาจารย์ที่ยังมีความรักใคร่ห่วงใยต่อกัน หากแต่คำพูดที่กล่าวออกมานั้น ทำเอารู้สึกขนหนาวลุกชันขึ้นมายิ่งนัก

“อยากรู้หรือไม่ ว่าเหตุใดข้าถึงอยากเจอเจ้า?

“นั่นก็เป็นเพราะว่าเจ้าชอบออกนอกลู่นอกทาง

“หยวนจั้น ชีวิตของเจ้าเป็นข้าที่ช่วยกลับมา เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงคิดไม่เชื่อฟัง ทั้งยังไม่เคารพต่อข้า

“อย่าคิดว่าการที่ข้าอยู่ในคุกเทียนเหลาเช่นนี้ จักมิอาจขัดขวางมิให้เจ้าก่อเรื่องได้เล่า

“หากเจ้าคิดก่อเรื่องในหนานฉีขึ้นมาเมื่อใด ในฐานะที่ข้าเป็นอาจารย์ของเจ้า……ข้าจักจัดการตัดหัวเจ้าด้วยตนเอง”

หยวนจั้นได้แต่เม้มริมฝีปากจนกลายเป็นเส้นตรง

เมื่อเผชิญกับคำเตือนของถานไถเหยี่ยนนั้น เขาได้แต่อดกลั้นมิเอ่ยสิ่งใดออกมา

……

ด้านนอกคุกเทียนเหลา

ราชทูตหลี่หลิงที่รั้งรออยู่ด้านนอกด้วยความเป็นกังวลนั้น

เมื่อเห็นหยวนจั้นออกมานั้น เขาจึงรู้สึกโล่งใจยิ่งนัก

“ท่านแม่ทัพหยวน ท่านมิเป็นอันใดใช่หรือไม่? คนของหนานฉีมิได้ทำอะไรท่านใช่หรือไม่?”

คุกเทียนเหลาหาใช่สถานที่ธรรมดาทั่วไป

สีหน้าของหยวนจั้นพลันดูน่าเกลียดยิ่งนัก ทั้งยังดูเย็นชาผิดปกติ

หยวนจั้นหาได้เอ่ยอันใดออกมาไม่ เพียงผลักหลี่หลิงออกไปพร้อมก้าวเดินไปข้างหน้า

หลี่หลิงเหม่อมองไปยังแผ่นหลังของหยวนจั้น ก่อนจะหันกลับไปมองประตูที่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่งของคุกเทียนเหลา ด้วยจิตใจที่เต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ

หนานฉี มิอาจรั้งอยู่นาน

ภายในคุกเทียนเหลา

หลังจากที่ถานไถเยี่ยนพังประตูห้องขังออกมาแล้วนั้น เขาก็กลับเข้าไปด้านในห้องขังอย่างเงียบ ๆ ทั้งยังลงกลอนประตูให้ใหม่อีกครั้งด้วย

เขาทำทีเฉยเมย ราวกับเมื่อครู่หาได้มีอันใดเกิดขึ้นไม่

ใบหน้าซีดเผือกของเขา มิได้ปรากฏคลื่นอารมณ์อันใดออกมาเลยแม้แต่น้อย

วังหลวง

องครักษ์เงาจึงได้กลับมารายงานทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนเองได้ยินมาในทันที

ทว่า ด้วยระยะห่างที่มีความจำกัด ยามที่หยวนจั้นและถานไถเหยี่ยนส่งเสียงกระซิบคุยกันนั้น เขาหาได้ยินครบทุกคำพูดไม่ เพียงแต่ได้ยินแว่ว ๆ ออกมาว่า ถานไถเหยี่ยนกำลังเตือนหยวนจั้นมิให้ก่อเรื่องในหนานฉี

เซียวอวี้หาได้คิดอันใดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ เนื่องจากเขาเองก็มีราชกิจที่ต้องยุ่งจัดการอยู่มากมาย

ทว่า มีเรื่องหนึ่งที่ทำเอาเขาคิดไม่ตกก็คือ

ในเมื่อถานไถเหยี่ยนสามารถทำลายประตูห้องขังของคุกเทียนเหลาได้เช่นนี้ นั่นหมายความว่า คุกเทียนเหลาหาได้สามารถกักขังเขาเอาไว้ได้ไม่ เช่นนั้น เพราะเหตุใดเขาถึงยินยอมมาเป็นนักโทษของหนานฉีด้วยเล่า?

……

มิคิดเลยว่าชะตากรรมเช่นนี้จักวกกลับมาหาตระกูลเจียงแล้ว

เรียวนิ้วของเฟิ่งจิ่วเหยียนจึงเปลี่ยนไปในทันที

“หกเดือน”

เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้ดีว่า ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือนนี้ ตระกูลเจียงกอบโกยเงินทองจากสงครามในครานี้มาได้มากมายนัก

เจียงหลินรีบยอมรับออกมาแต่โดยดี ทั้งยังกัดฟันกล่าว: “ได้! หกเดือนก็หกเดือน! มิอาจมากไปกว่านี้ได้อีกแล้ว!”

เขาได้แต่จับถุงเงินของตนเองเอาไว้แน่น ก่อนจะก่นด่าสาปแช่งกับตนเองว่า - ซูฮ่วนช่างใจร้ายใจดำยิ่งนัก! ทั้งยังโลภมากมิต่างอันใดกับฝ่าบาทเลยแม้แต่น้อย!

ทว่า เจียงหลินเองก็หาใช่คนที่ยอมเสียเปรียบไม่

เขาแย้มยิ้มพลางเอ่ยถามออกมาว่า

“กำไรหกเดือนนั้น ข้าให้ได้

“ข้าเองก็ได้ยินมาว่าในครานี้ หนานฉีเองก็ได้รับสินไหมตอบแทนมาไม่น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะเส้นทางการค้าของแคว้นพันธมิตร เจ้าลองดูว่า… จักสามารถพิจารณาตระกูลเจียงของข้าก่อนได้หรือไม่?”

น้ำเสียงของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันเต็มไปด้วยความแข็งกร้าวในทันที

“กินเยอะขนาดนี้ มิกลัวท้องแตกตายหรืออย่างไรกัน? หากตนเองมีความสามารถก็ไปช่วงชิงมาด้วยตนเองเสีย”

หากว่านางคว้ามันมาด้วยส่วนตัวนั้น แล้วให้เจียงหลินไป นั่นหาได้เป็นปัญหาอันใดไม่

ทว่า ทุกอย่างนั้นล้วนแต่เป็นของราชสำนัก นางมิอาจเป็นคนตัดสินใจเรื่องนี้ได้ ทั้งยังมิอยากแสดงความลำเอียงออกมาด้วย

เจียงหลินที่เป็นคนมีเหตุผลนั้น เมื่อเห็นว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนมิยอมตกปากรับคำ เขาจึงมิคิดรบเร้าแต่อย่างใด

เฟิ่งจิ่วเหยียนพลางยกสุราขึ้นมาจิบ ก่อนจะเอ่ยถาม

“เรื่องสมาคมการค้าลับนั้น สืบหาไปได้เท่าใดแล้ว?”

เจียงหลินพลันรีบเก็บท่าทีสบาย ๆ ของตนเองลงไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยท่าทีจริงจัง

“ข้าพบเจออะไรบางอย่างเข้าจริง ๆ ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย