เฟิ่งจิ่วเหยียนเดินเข้าไปในห้อง พลันเห็นมารดานั่งอยู่ข้างเตียง ใช้ผ้าเช็ดน้ำตาอยู่
แววตาของนางมืดลง ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปเร็วขึ้น
ครั้นนายหญิงเฟิ่งได้ยินเสียงคนเข้ามา จึงเงยหน้ามอง เห็นว่าเป็นเฟิ่งจิ่วเหยียน ก็รีบปาดน้ำตาทิ้ง เปลี่ยนจากความเศร้าเป็นยินดี
“ฮองเฮา...”
ถึงแม้จะเป็นแม่ลูกกัน และอยู่ในสถานที่ส่วนตัว นายหญิงเฟิ่งยังเคร่งครัดในกฎระเบียบ
นางไม่อยากให้บุตรสาวกังวล จึงหาข้ออ้างง่าย ๆ โดยไม่รอให้เฟิ่งจิ่วเหยียนเอ่ยถามก่อน
“แม่แค่คิดถึงเวยเฉียง มิรู้ว่านางอยู่ที่จางโจวนั้นเป็นอย่างไรบ้าง”
การร้องไห้เมื่อคิดถึงบุตรสาว เป็นธรรมดาของมนุษย์
หากเฟิ่งจิ่วเหยียนไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น ก็คงจะเชื่อแล้วจริง ๆ
นางเดินไปนั่งลงข้างกายของนายหญิงเฟิ่งอย่างเงียบ ๆ
“พูดมาตามตรงเถิด เกิดอะไรขึ้น”
นายหญิงเฟิ่งชะงักงันอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นกลับมาแย้มยิ้มทันที
“ก็เป็นดั่งที่พูดเมื่อครู่นี้ ฮองเฮา ไฉนเจ้าถึงออกจากวัง? มีเรื่องอะไรนอกวังหรือไร?”
นางยังต้องการจะเปลี่ยนเรื่องสนทนา ทว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนยังวกกลับมา
“ข้าเห็นคนพวกนั้นแล้ว พวกนางทำอันใดท่าน”
ยามกลางวันแสก ๆ กล้ามาก่อเรื่องที่จวนพลทหาร แอบอ้างบารมีของผู้ใดกัน!
เฟิ่งจิ่วเหยียนถือคติมีแค้นต้องชำระ มีบุญคุณต้องทดแทนตั้งแต่ยังเด็ก
ท่านผู้นี้คือมารดาผู้ให้กำเนิดของนาง ไม่ว่าอย่างไร ก็จะถูกผู้อื่นรังแกมิได้
นายหญิงเฟิ่งสบสายตาที่จริงจังของนาง ลังเลอยู่สักพัก ก่อนจะค่อย ๆ เอ่ย
“เรื่องนี้ หาได้เกี่ยวกับรุ่นหลังเช่นเจ้าไม่”
เฟิ่งจิ่วเหยียนมีท่าทีเด็ดขาด
“พี่สะใภ้ก็เป็นรุ่นหลังเช่นกัน หาได้เกี่ยวกับนางไม่ กลับต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย
“ท่านลองไปดูเองสิ การมีรอยตบบนใบหน้าเช่นนั้น ดูดีหรือไร?
“อย่าบอกนะว่าท่านเป็นคนตบเอง”
นายหญิงเฟิ่งรีบปฏิเสธ “ไม่ใช่ข้านะ”
ครั้นพูดจบแล้ว เบ้าตาก็แดงระเรื่ออีก
“เป็นน้าหญิงของเจ้า...”
เมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับน้องสาวของตนเอง นายหญิงเฟิ่งได้แต่ทนกล้ำกลืนลงไป
ถึงอย่างไร เรื่องนี้ยิ่งคิดก็ยิ่งคับข้องใจ และโกรธมากขึ้นเท่านั้น
ตอนนี้ถูกบุตรสาวเอ่ยถาม นางจึงทำได้แค่บอกความจริง
“น้าหญิงของเจ้ากำลังจะแต่งเข้าตระกูลเฟิ่ง”
เฟิ่งจิ่วเหยียนพลันย่นคิ้วด้วยความประหลาดใจ
น้าหญิง?
บิดาของนางผู้นั้น กำลังจะแต่งงานใหม่ กับน้าหญิงของนาง——น้องสาวแท้ ๆ ของมารดานาง!
นางไม่เอ่ยให้จบ เพียงแค่มองไปที่นายหญิงเฟิ่ง
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นายหญิงเฟิ่งพลันระบายความอัดอั้นออกมา
นางเอ่ยอย่างฉุนเฉียว
“ล้วนแต่เป็นความผิดของชายคนนั้น!
“เดิมเฟิ่งหลินตกหลุมรักน้าหญิงของเจ้าก่อน หลังจากมาเยี่ยนที่บ้าน และได้พบกับข้า กลับบอกว่าจะแต่งงานกับข้าแทน
“เป็นเขาเองที่หลายใจ ทำให้พวกเราสองพี่น้องต้องบาดหมางกัน! ตอนนี้เขาจะแต่งงานกับใครก็ช่าง และการแต่งกับน้าหญิงของเจ้า กลับทำให้ข้ารู้สึกโล่งใจ!”
ที่นางร้องไห้ หาใช่เพราะความหึงหวงไม่ แต่เป็นเพราะคำตำหนิของหลิวอิ๋ง ทำให้นางคิดถึงบิดามารดากับน้องชายผู้ล่วงลับ จึงรู้สึกไม่สบายใจ
นางกระชับมือของเฟิ่งจิ่วเหยียนไว้แน่น พลางเอ่ยชี้แนะด้วยความจริงจัง
“จิ่วเหยียน หลิวอิ๋งเป็นญาติฝ่ายครอบครัวมารดาที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว ไม่ว่าน้าหญิงของเจ้าจะร้ายอย่างไร ก็ยังเป็นผู้อาวุโสของเจ้า อย่าถือโทษโกรธนางเลย และอย่าได้มีปัญหากับนางด้วย
“ผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม มีแค่พี่สะใภ้ของเจ้าเท่านั้น...”
เอ่ยถึงเรื่องนี้แล้ว นายหญิงเฟิ่งพลันถอนหายใจยาว
เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่เคยใช้อำนาจแทรกแซงเรื่องของผู้อื่น แม้จะเป็นเรื่องของมารดาผู้ให้กำเนิดของตนเองก็ตาม
ในเมื่อมารดาไม่อยากคิดเล็กคิดน้อย นางก็จะไม่ทำให้เรื่องยุ่งยาก
กระนั้น มิได้บอกว่าจะไม่ถือสาเรื่องที่เกิดกับพี่สะใภ้
เมื่อเดินออกจากจวนพลทหารแล้ว เฟิ่งจิ่วเหยียนสั่งอู๋ไป๋ด้วยสีหน้าเย็นชา “ไปที่จวนตระกูลเฟิ่ง”
ก่อนจะยกม่านขึ้นแล้วเดินขึ้นรถม้าไป

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ปลดเหรียญไม่ได้ค่ะ รบกวนช่วยแก้ไขให้หน่อย...
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...