ราชทูตจากเป่ยเยี่ยนที่รักตัวกลัวตายนั้น เขาย่อมรู้ดีว่านิสัยของอดีตฮ่องเต้เป็นคนเช่นไร จึงมิคิดหาเรื่องเดือดร้อนให้กับตนเอง
เขารีบพาทหารทั้งหลายที่ถูกถอดชุดเกราะปลดอาวุธกลับเป่ยเยี่ยนไปในทันที มิคิดรั้งอยู่หนานฉีเลยแม้แต่วินาทีเดียว
เมื่ออดีตฮ่องเต้เห็นทุกคนออกไปกันหมดแล้วนั้น เขาถึงรู้สึกตัวขึ้นมาได้ว่า เขาถูกทิ้งเอาไว้ที่นี่แล้วจริง ๆ
วินาทีนั้น เขาโกรธโมโหยิ่งนัก พร้อมทั้งไอสังหารที่แผ่ไปทั่วทุกที่
“อ๊าก! ตาเฒ่า! ข้าเป็นบุตรแท้ ๆ ของท่าน ท่านกล้าทำเช่นนี้กับข้าเลยหรือ!”
เขาทั้งสองข้างพลันคุกลงบนพื้น ก่อนจะร้องคำรามไปมามิต่างอันใดกับสุนัขที่บ้าคลั่ง
……
แคว้นตงซานที่อยู่ห่างออกไปพันลี้นั้น
หลังจากที่ราชทูตทั้งสองกลับมาแล้วนั้น พลางนำข่าวที่ตนเองถูกพวกหนานฉีบังคับให้ทำการค้าขายด้วยมารายงานในทันที
ฮ่องเต้แคว้นตงซานที่ได้ยินเช่นนั้น พลันหัวเราะออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว
“เรารู้ดีว่า หนานฉีจักไม่ยอมหยุดเพียงเท่านี้แน่!”
ราชทูตหลี่หลิงที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นนั้น
“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมมิอาจช่วยราชครูกลับมาได้ ทว่า พวกกระหม่อมได้ทิ้งสายลับเพื่อติดตามหาเบาะแสของตงฟางซื่อเอาไว้แล้ว จักต้องจับตัวเขาเอาไว้ได้อย่างแน่นอนเลยพ่ะย่ะค่ะ!”
ฝ่าบาทหาได้สนใจเรื่องนี้ไม่ หลังจากไล่ส่งหลี่หลิงออกไปแล้วนั้น เขาจึงหันมาถามกับหยวนจั้นว่า
“เจ้าได้เรียนรู้อะไรจากการไปหนานฉีในครานี้บ้าง?”
หยวนจั้นโค้งกายคำนับ ก่อนจะทูลกลับไปว่า
“หลังจากผ่านศึกครั้งใหญ่ในครานี้ไป หนานฉีเองได้ติดป้ายประกาศเกณฑ์ทหารขึ้นมา อีกทั้งทุกฝ่ายต่างก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เกรงว่าจำนวนทหารของกองทัพหนานฉีจะเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นอย่างมากพ่ะย่ะค่ะ
“การจะรับมือกับหนานฉีอีกนั้น ย่อมเป็นเรื่องยากมากกว่าเดิม”
จักรพรรดิขยับริมฝีปากเล็กน้อย “ก็แค่ยากขึ้น ทว่า หาใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ ใช่หรือไม่?”
หยวนจั้นพยักหน้าลงอย่างใจเย็น
“พ่ะย่ะค่ะ
หนานฉีที่ได้รับดินแดนจากแคว้นพันธมิตรมากมายนั้น ดูภายนอกราวกับว่าได้ขยายอาณาเขตของตนออกไป แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น มันจักทำให้เกิดปัญหามากมายตามมาเช่นกัน
“ท้ายที่สุดแล้ว ดินแดนเหล่านั้นล้วนแต่เป็นดินแดนต่างถิ่น ภายในมีคนจากแคว้นอื่นอาศัยอยู่มากมายนัก การพิชิตดินแดนนั้นแสนง่าย หากแต่พิชิตผู้คนนั้นยากเข็น”
“การจะจัดการกับปัญหานี้ได้นั้น อย่างน้อยต้องใช้เวลาราว ๆ สิบปี”
ฝ่าบาทเดินเข้าไปเบื้องหน้าหยวนจั้น ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ
“ภายในห้าปี เราจักให้เจ้าคุมทัพใหญ่ นำทัพไปบุกตีหนานฉีเสีย!”
หยวนจั้นกำหมัดแน่น ก่อนจะโค้งกายทำความเคารพ
“พ่ะย่ะค่ะ!”
ตั๊กแตนที่ไล่ตามจั๊กจั่นนั้น หาได้รู้ไม่รู้ว่ามีนกขมิ้นรั้งรออยู่เบื้องหลัง
หนานฉีที่คิดว่าตนเองได้ชัยแล้วนั้น แท้จริงแล้วมีแคว้นตงซานเช่นพวกเขาคอยลอบสังเกตการณ์อยู่
แม่ทัพแต่ละคนนั้น มีความชื่นชอบกลยุทธ์ในการนำทัพที่แตกต่างกัน
เขาได้ทำการคาดคะเนแนวทางและกลยุทธ์ในการต่อสู้ของหนานฉีเอาไว้หมดแล้ว
สิ่งที่แคว้นตงซานจักต้องทำต่อไปนั้น ก็คือหาหนทางในการโต้กลับ เพื่อเอาชนะยุทธวิธีของแม่ทัพทุกคนในหนานฉี
เมื่อหยวนจั้นเงยหน้าขึ้นมานั้น ดวงตาของเขาพลันเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะ
……
หนานฉี
อากาศภายในเดือนแปดเย็นลงเล็กน้อย
ถ้าเทียบกับช่วงเช้าและเย็นนั้น อากาศในตอนเที่ยงจักร้อนขึ้นมานิดหน่อย
เฟิ่งจิ่วเหยียนที่ทำการสืบเรื่องราวของมนุษย์โอสถมานานหลายวันนั้น พร้อมทั้งติดต่อกับหมอเทวดาเหยียนอยู่บ่อย ๆ
เมื่อหมอเทวดาเหยียนทำการวินิฉัยโรคให้กับเสี่ยวจางฉวนแล้ว
เขาก็สรุปออกมาได้ว่า “ฮูหยินท่านนี้ ถูกมนุษย์โอสถวางยาจริง ๆ”
สิ่งแรกที่นางคิดก็คือ ตระกูลเฟิ่งของเฟิ่งเหยียนเฉิน
อู๋ไป๋ที่ฉลาดเฉลียวนั้น พลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงคนอื่น ก่อนจะกระซิบเสียงเบาเอ่ยรายงานให้กับเฟิ่งจิ่วเหยียน
“หลายวันมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมมักจะเห็นว่ามีสตรีนางหนึ่งเข้าออกจวนตระกูลเฟิ่งเป็นประจำ บางครั้งก็ตัวติดกับนายท่านเฟิ่งอีก พฤติกรรมของพวกเขาดูผิดปกติยิ่งนัก วันนี้กระหม่อมยังเห็นข้ารับใช้ของตระกูลเฟิ่งออกไปซื้อของด้วย เสมือนกับเป็นของที่เอาไว้ใช้ในการสู่ขอแต่งงาน”
เมื่อเฟิ่งจิ่วเหยียนฟังจนจบนั้น ภายในใจราวกับมีคลื่นลูกใหญ่โหมกระหน่ำไปในทันที
บิดาได้ทำการหย่าร้างกับมารดาของนางไปแล้วนั้น ถึงแม้จักตบแต่งใหม่อย่างไร เรื่องนี้ก็หาได้เกี่ยวข้องอันใดกับนางไม่
ระหว่างที่เดินทางกลับมายังวังหลวงนั้น นางจึงให้อู๋ไป๋ขับรถม้าอ้อมไปดูจวนท่านนายพลเสียหน่อย
ช่างบังเอิญเหลือเกิน ยามที่นางลงมาจากรถม้านั้น ก็พบกับสตรีนางหนึ่งที่เดินออกมาจากจวนพอดี สตรีนางนั้นมีผู้คนรายล้อมรอบกาย ทั้งยังมีท่าทีหยิ่งผยองยิ่งนัก
อู๋ไป๋จึงเข้ามากระซิบข้าง ๆ เฟิ่งจิ่วเหยียนในทันที
“นายท่าน เป็นนางผู้นั้น!”
ใบหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันเจือไปด้วยความเย็นชาเล็กน้อย
ในเมื่อนางคือฮูหยินคนใหม่ที่บิดาจะแต่งด้วยนั้น เหตุใดนางจักต้องมาที่จวนนายพลด้วยเล่า?
คงมิใช่มาเพื่อพบลูกเลี้ยงของตนเองหรอกกระมัง
หลิวอิ๋งที่เดินนำหน้านั้น พร้อมสตรีมากมายที่รายล้อมรอบตัวนางกำลังเอ่ยพูดคุยกับอย่างสนุกสนาม หาได้มีผู้ใดสังเกตเห็นเฟิ่งจิ่วเหยียนที่สวมใส่อาภรณ์ของบุรุษอยู่ฝั่งตรงข้ามของถนนไม่
หลังจากที่เฟิ่งจิ่วเหยียนเดินเข้าจวนมานั้น พี่สะใภ้ของนางโจวซื่อก็วิ่งออกมาต้อนรับในทันที
พร้อมด้วยใบหน้าที่มีรอยตบอยู่ครึ่งหนึ่ง นางพยายามที่เก็บกั้นอารมณ์ของตนเองเอาไว้ “ฮองเฮาเพคะ...”
ยามกลางวันเช่นนี้ บุรุษมากมายต่างก็ไปเข้าเวรทำงาน ภายในจวนจึงเหลือเพียงสตรีที่อยู่เฝ้าเรือนเท่านั้น
เฟิ่งจิ่วเหยียนที่สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติไป จึงเอ่ยถามนางขึ้นมาว่า
“ผู้ใดตบท่านกัน?”
โจวซื่อที่พยายามกลั้นหยาดน้ำตาของตนเองไว้เมื่อครู่ พลันน้ำตาไหลพรากออกมาในทันที
“ฮองเฮาไปเยี่ยมมารดาก่อนเถิดเพคะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ปลดเหรียญไม่ได้ค่ะ รบกวนช่วยแก้ไขให้หน่อย...
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...