ใบหน้าที่แก่ชราของโอวหยางเหลียน มีความชอบธรรมอย่างเห็นได้ชัด
“ท่านกับซู่ยวน คนหนึ่งเหมือนมารดา อีกคนเหมือนบิดา วันนี้เมื่อได้เห็นใบหน้า ซู่ยวนผู้นั้นไม่เหมือนบิดาของท่านซักนิด ต้องไม่ใช่ตัวจริงแน่!”
สีหน้าของมั่วซินหมัวมัวพลันซับซ้อน คิดอยากพูดโน้มน้าวโอวหยางเหลียนแต่ก็พูดไม่ออก
วันนี้ท่านประมุขได้พบกับใต้เท้าซู่ยวนก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ไม่แน่ว่าอาการป่วยอาจจะดีขึ้นก็ได้
ใต้เท้าโอวหยางเหลียนกลับเปิดเผยความจริงออกมาเช่นนี้ นี่มิใช่การทำให้อารมณ์ของท่านประมุขขึ้น ๆ ลง ๆ จนอาจจะส่งผลให้อาการป่วยแย่ลงหรอกหรือ?
ทว่าเมื่อหันไปดูท่านประมุขอีกครั้ง กลับดูไม่มีปฏิกิริยาอะไร
มั่วซินหมัวมัวจึงกล่าวเตือนอย่างวิตกกังวล
“ท่านประมุข...”
ประมุขแคว้นซีหนี่ว์ยกมือขึ้นอย่างอาจหาญ มั่วซินหมัวมัวจึงหยุดพูด
โอวหยางเหลียนพูดอย่างจริงจัง
“ท่านประมุข หม่อมฉันทราบว่าพระองค์ตัดสินใจที่จะมอบตำแหน่งประมุขให้ซู่ยวน ดังนั้นตัวตนของซู่ยวนเป็นจริงหรือปลอม เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก
“ขอพระองค์โปรดไตร่ตรองอีกครั้ง สืบให้ชัดเจนก่อน ค่อยตัดสินใจเถิดเพคะ”
ประมุขแคว้นซีหนี่ว์ตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“แล้วชิ้นส่วนครึ่งนึงของปิ่นปักผมนั้น จะอธิบายอย่างไรได้เล่า?”
โอวหยางเหลียนเงียบ
แน่นอนว่าปิ่นหยกนั้นเป็นของจริง
นางไม่อาจปฏิเสธเรื่องนี้ได้
ท่านประมุขเพิ่งจะตามหาน้องสาวที่หายไปนานเจอ ย่อมต้องถูกความสัมพันธ์ฉันท์ญาติบังตาเป็นแน่
นางรีบร้อนเกินไป
นึกไม่ถึงว่าประมุขแคว้นซีหนี่ว์จะกล่าวต่อว่า
“ชิ้นส่วนครึ่งนึงของปิ่นหยกนั้นเป็นของจริง ถ้าเช่นนี้แล้ว หลิวอิ๋งอาจจะรู้ว่าเจ้าของที่แท้จริงของปิ่นหยกนี้เป็นใคร
“ในเมื่อนางนำปิ่นหยกมา และปลอมตัวเป็นซู่ยวนเดินทางมาถึงแคว้นซีหนี่ว์ เราก็ไม่อาจแหวกหญ้าให้งูตื่นได้ เพื่อเลี่ยงไม่ให้นางทำตัวเป็นหมาจนตรอก แล้วไปทำร้ายซู่ยวนตัวจริงเข้า”
เมื่อฟังมาถึงตรงนี้ โอวหยางเหลียนและมั่วซินหมัวมัวต่างตกตะลึง
ที่แท้ท่านประมุขก็เตรียมการเอาไว้แต่แรกแล้ว
โอวหยางเหลียนถอนหายใจ
“ท่านประมุขทรงหลักแหลมนัก...”
ในคอประมุขแคว้นซีหนี่ว์พลันมีกลิ่นคาวเลือดสายหนึ่ง แล้วนางก็อาเจียนเลือดคั่งออกมา
“ท่านประมุข!” สองคนที่อยู่ที่นั่นตกตะลึงอย่างยิ่ง
มั่วซินหมัวมัวรีบตะโกนเรียก “หมอหลวง! รีบเรียกหมอหลวงมาเร็วเข้า!”
หลังผ่านไปหนึ่งชั่วยาม
ภายใต้การรักษาของหมอหลวง อาการของประมุขแคว้นซีหนี่ว์ก็ดีขึ้น
หลิวอิ๋งและลูกเฝ้าอยู่ข้างเตียง สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
“ท่านพี่ ท่านเป็นอะไรหรือไม่? ยังรู้สึกไม่ดีตรงไหนหรือไม่?”
“ท่านน้า ท่านกับท่านแม่ของหม่อมฉันเพิ่งได้กลับมาพบกัน จะต้องอายุยืนเป็นร้อยปีแน่เพคะ!” เจิ้งจีถือผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตา พูดไปร้องไห้ไป
ประมุขแคว้นนอนราบอยู่บนเตียง แววตาแฝงด้วยรอยยิ้มอย่างอ่อนโยน
“ไม่เป็นไร หลานสาวของเรา แต่งงานไปแคว้นหนานฉี เหมาะสมอย่างยิ่ง ไว้ภายหลังเราส่งราชทูตไปแคว้นหนานฉีค่อยตัดสินใจ”
เจิ้งจียิ้มอย่างเบิกบาน
“ขอบพระทัยท่านน้าเพคะ!”
หลิวอิ๋งนึกไม่ถึงว่าประมุขแคว้นผู้นี้จะพูดง่ายเช่นนี้ ดูท่าจะรู้สึกติดค้างต่อซู่ยวนมาก หลังจากหาตัวพบก็รีบร้อนอยากชดเชยให้
จากนั้นประมุขแคว้นซีหนี่ว์ก็ถาม
“ซู่ยวน ที่แคว้นหนานฉียังมีคนในครอบครัวอยู่หรือไม่? ผู้ที่ช่วยเจ้าและเลี้ยงดูเจ้าเมื่อตอนนั้น เราอยากขอบคุณพวกเขาเสียหน่อย”
เมื่อหลิวอิ๋งได้ยินคำพูดนี้ก็ระมัดระวังขึ้นทันที
“ท่านพี่ ท่านพ่อท่านแม่ที่เลี้ยงดูข้ามาล้วนจากโลกนี้ไปแล้ว เหลือเพียงพี่สาวคนเดียว หลังจากนางแต่งเข้าตระกูลสูงศักดิ์ก็ไม่สนใจบ้านฝั่งแม่อีกเลย ตัดขาดความสัมพันธ์กับข้าไปนานแล้ว”
เจิ้งจีพลันโมโห “ท่านแม่ ท่านยังจะพูดถึงนางอีกทำไมกัน? หญิงผู้นั้นไม่คิดว่าท่านเป็นญาติเสียด้วยซ้ำ ต้องรู้อยู่แล้วว่าท่านไม่ใช่คนตระกูลหลิวเป็นแน่ ใจร้ายใจดำนัก”
ประมุขแคว้นซีหนี่ว์มองป่าต้นเฟิ่งที่อยู่ไม่ไกลออกไปด้วยสายตาลึกซึ้ง
ดูเหมือนว่านางจะต้องเขียนจดหมายถึงเฟิ่งจิ่วเหยียนแล้ว
......
เฟิ่งจิ่วเหยียนยังคงอยู่ที่ภูเขาหวูหยา
เรื่องดี ๆ มักไม่มีใครรู้ แต่เรื่องไม่ดีมักแพร่ออกไปไกลถึงพันลี้
เวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่วัน ศิษย์ในภูเขาหวูหยาต่างรู้กันทั่ว ฝ่าบาทบาดเจ็บถึงแก่นกาย จึงกลับมาให้อาจารย์ช่วยรักษา
ด้วยเหตุนี้หลายวันมานี้เซียวอวี้จึงไม่ได้ออกไปข้างนอกเลย
เฟิ่งจิ่วเหยียนเองก็ปลอบเขาอยู่หลายวัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ปลดเหรียญไม่ได้ค่ะ รบกวนช่วยแก้ไขให้หน่อย...
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...