เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 992

รอยยิ้มของเสวียนหลิงเฟิงที่อยู่บนแท่นสูงดูแข็งทื่อเล็กน้อย

เมื่อครู่ ฮองเฮาว่ากระไรนะ?

ฝ่าบาททรงบาดเจ็บถึงแก่นกายรึ?

จากที่เขารู้มา ความจริงไม่ใช่เช่นนี้

อย่าว่าแต่เสวียนหลิงเฟิงรู้สึกประหลาดใจเลย แม้แต่ตัวเซียวอวี้เองก็ยังตกตะลึงอย่างยิ่ง

ร่างกายของเขาแข็งแรงดีมาก ไม่เคยเกิดความผิดปกติมาก่อน

แต่เพียงครู่หนึ่งเขาก็พลันนึกได้

สามีภรรยาเป็นหนึ่งเดียวกัน จะให้กำเนิดบุตรได้หรือไม่ เป็นเรื่องของคนสองคน

หลังจากคิดได้แล้ว ปฏิกิริยาของเซียวอวี้ก็รวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง เขาคล้อยตามคำที่เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดเมื่อครู่ทันที เขาพูดกับเสวียนหลิงเฟิงผู้เป็นอาจารย์

“ใช่แล้วขอรับ ขอท่านได้โปรดตรวจและรักษาให้ศิษย์ด้วยเถิด”

มุมปากเสวียนหลิงเฟิงกระตุกเบา ๆ

เจ้าเด็กสองคนนี้นี่ โกหกคล่องปากเหมือนไม่ต้องคิดเลย!

เฟิ่งจิ่วเหยียนมั่นใจว่าเสวียนหลิงเฟิงผู้นี้ไม่มีทางปฏิเสธ

เขาเก่งกาจเพียงนี้ ย่อมรู้จุดประสงค์ที่พวกนางเข้ามาในเขา

ในเมื่อทราบถึงเรื่องนี้ แล้วยังส่งศิษย์ไปต้อนรับที่ประตูหุบเขา ก็พิสูจน์แล้วว่าเขามีใจที่จะรักษาโรคกลัวความหนาวให้นาง

ทว่าถูกห้ามไว้ด้วยกฎของภูเขาหวูหยา

ทันใดนั้นเสวียนหลิงเฟิงก็หัวเราะออกมาอย่างสดใส

เขาลูบเครายาวสีขาวพลางหัวเราะ

“ดี! ดี! นี่คิดจะให้ตาแก่อย่างข้าแสร้งแสดงละครตบตางั้นสิ!”

ถึงแม้จะไม่ใช่ความผิดโทษฐานลบล้างบรรพจารย์ ทว่ารสชาติของการถูกเด็กรุ่นหลังเอาเปรียบก็ไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีเอาเสียเลย

เพียงแต่ไม่รู้ว่า ไม้นี้ของฮองเฮา ฮ่องเต้ทรงรู้เรื่องด้วยหรือไม่

เสวียนหลิงเฟิงนั่งเงียบ แววตาดุจเปลวไฟมองไปที่เซียวอวี้อย่างตรวจสอบ

กลับเห็นแววตาแฝงความประหลาดใจของอีกฝ่าย จ้องเขม็งไปยังฮองเฮาที่อยู่ข้างกาย ท่าทางราวกับได้ยินเรื่องที่ตนเองป่วยเป็นครั้งแรก

เสวียนหลิงเฟิงเลิกคิ้ว ดูเหมือนว่าศิษย์ผู้นั้นของเขาจะไม่รู้เรื่องนี้

ก็คิดว่าเขาไม่กล้าหลอกลวงอาจารย์

ยามนี้ในใจของเสวียนหลิงเฟิงค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย

เซียวอวี้ เจ้าศิษย์ผู้นี้ นับว่าเขาเห็นมาตั้งแต่เด็ก จิตใจสุขุมนุ่มลึก ทั้งยังฉลาดและมีสายตายาวไกล ทว่าเมื่อเทียบกับฮองเฮาแล้ว ยัง “ประสบการณ์น้อยกว่า” อย่างเห็นได้ชัด

……

อีกด้านหนึ่ง

ณ แคว้นซีหนี่ว์

ภายใต้การคุ้มครองของราชทูต คู่แม่ลูกหลิวอิ๋งก็เดินทางมาถึงพระราชวังอย่างปลอดภัย

ระหว่างทาง หลิวอิ๋งใจเต้นระรัวตลอดเวลา

ได้ยินว่าซู่ยวนเป็นน้องสาวฝาแฝดของประมุขแคว้นซีหนี่ว์ เช่นนั้นก็มีโอกาสสูงมากที่คนทั้งสองจะมีหน้าตาเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน

ทว่านางรู้ตัวดี ตนเองหน้าตาเหมือนท่านแม่ ไม่น่าเป็นไปได้ที่จะเป็นซู่ยวน

ทว่าเมื่อราชทูตเหล่านี้เห็นใบหน้าของนาง กลับไม่เกิดความสงสัยใด ๆ

คำอธิบายเดียวคือ ถึงแม้จะเป็นฝาแฝดกัน แต่ประมุขแคว้นผู้นั้นหน้าตาแตกต่างจากซู่ยวน

เมื่อคิดได้เช่นนี้ นางก็ค่อย ๆ สงบใจลงได้

ยามนี้ได้แต่ก้าวไปทีละก้าว ใกล้จะถึงพระราชวังแล้ว รอพบท่านประมุขแคว้น ทุกอย่างก็จะชัดเจนแล้ว

ณ พระราชวัง

ประมุขแคว้นซีหนี่ว์ที่ล้มป่วยนอนอยู่บนตั่งนอน ประคับประคองตนขึ้นมาเปลี่ยนอาภรณ์เพื่อไปพบกับน้องสาวและหลานสาวที่พระตำหนักกลาง

ก่อนหน้านี้สองแม่ลูกเคยเข้าไปในพระราชวังแคว้นหนานฉีมาก่อน ยามนี้พอมาที่พระราชวังแคว้นซีหนี่ว์จึงไม่ได้ทำตัวระมัดระวังอย่างผู้ต้อยต่ำเหมือนก่อนหน้านี้

ทุกคนที่เจอ ต่างก็แสดงความเคารพต่อพวกนาง

รวมทั้งผู้ที่สวมชุดขุนนางเหล่านั้นด้วย

จนถึงยามนี้ เจิ้งจียังคงรู้สึกราวกับฝันไป

ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง

เช่นนั้นอาศัยแค่ปิ่นหักนี่ นางก็เป็นซู่ยวนอย่างไร้ข้อสงสัยแล้ว

ชั่วขณะนั้น น้ำตาของหลิวอิ๋งไหลลงมา “ท่านพี่! พระองค์เป็นท่านพี่ของหม่อมฉันจริง ๆ! สวรรค์มีตา ในที่สุดพวกเราสองพี่น้องก็ได้พบกัน!”

ประมุขแคว้นซีหนี่ว์เองก็น้ำตาคลอเช่นกัน

“ซู่ยวน เจ้ามาใกล้ ๆ นี่ ให้เราได้มองเจ้าชัด ๆ”

หลิวอิ๋งรีบก้าวขึ้นมา หยดน้ำตาอุ่นไหลพรากออกมา ดูตื้นตันใจนัก

นางย่อเข่า แล้วคุกเข่าลงไปด้านหน้าบัลลังก์มังกร กอดขาประมุขแคว้นร้องไห้ยกใหญ่

“ท่านพี่...”

ประมุขแคว้นซีหนี่ว์ยกมือขึ้นวางลงบนหลังนางแล้วตบเบา ๆ หลายครั้ง

“อย่าร้องไห้ การที่พี่น้องได้พบกันอีกครั้ง นี่เป็นเรื่องน่ายินดี ใครก็ได้ จัดงานเลี้ยงให้ยิ่งใหญ่ ฉลองที่เราหาญาติพบ!”

“เพคะ ท่านประมุข!”

งานเลี้ยงนี้จัดยาวเป็นเวลาหนึ่งวัน

ระหว่างงานเลี้ยง ร่างกายที่ป่วยของประมุขแคว้นทนไม่ไหว จึงกลับไปที่ตำหนักบรรทมพักผ่อนก่อน

นางเพิ่งจะก้าวเท้ากลับมาถึงตำหนัก ก็มีคนขอเข้าเฝ้า

“ท่านประมุข โอวหยางเหลียนขอเข้าเฝ้าเพคะ”

ประมุขแคว้นนั่งอยู่บนตั่งนุ่น แววตาฉายแววคมปลาบ “ให้นางเข้ามา”

หลังจากนั้นหญิงชราอายุมากผู้หนึ่งก็เข้ามาในตำหนัก

นางเป็นแม่นมของประมุขแคว้น ตอนนั้นที่ในวังเกิดความเปลี่ยนแปลง เป็นนางที่พาประมุขแคว้นที่อายุเพียงสองชันษาหนีออกจากวังไปขอความช่วยเหลือ ถือว่ามีความชอบอย่างยิ่ง

นางเป็นผู้ที่รู้ดีที่สุดว่าหน้าตาของบิดาผู้ให้กำเนิดประมุขแคว้นเป็นอย่างไร

“แม่นม มีเรื่องด่วนใดถึงมาเข้าเฝ้าเรา?” แววตาประมุขแคว้นดุจเปลวเพลิง ดูแล้วไม่เหมือนผู้ที่ป่วยจนเกินจะเยียวยาเลยซักนิด

โอวหยางเหลียนพูดอย่างไม่อ้อมค้อม

“ท่านประมุข ซู่ยวนผู้นี้ ไม่ใช่ตัวจริง”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย