เสี่ยวเชี่ยนถึงขนาดที่กำลังคิดว่าตัวเองมีญาณรู้ล่วงหน้า?
นี่มันจะแม่นไปหรือเปล่า?
เมื่อกี้เธอยังคิดเรื่องมือที่สามอยู่เลย ตอนคุยกับอวี๋หมิงหลางเมื่อครู่เธอยังคิดเล่นๆอยู่เลยว่าถ้าเรื่องนอกใจมาเกิดขึ้นกับเธอ เธอจัดการทั้งเมียน้อยทั้งผู้ชายเลวไม่เหลือซากแน่
แต่พอได้มาเห็นกับตากลับรู้สึกว่าเรื่องไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ประธานเชี่ยนรู้สึกว่าถ้าเอาความตกตะลึงของเธอในชาตินี้ทั้งหมดมารวมกันยังไม่เท่าตอนนี้เลยด้วยซ้ำ
คงเป็นความบังเอิญมากกว่า เขาไม่น่าจะโกหกเธอ
ถ้าคนอย่างอวี๋หมิงหลางนอกใจแล้วจะมีใครให้เชื่อใจได้อีก?
เวลานี้สมองของเสี่ยวเชี่ยนว่างเปล่า มีอยู่ความคิดเดียว ถ้านี่เป็นเรื่องจริง ไม่แน่เธอสามารถทำถึงขั้นระเบิดพลีชีพให้ตายพร้อมกันไปเลยยังได้—ความคิดที่ไร้เดียงสานี้เป็นความรู้สึกเดียวของเธอในตอนนี้
ความรู้ที่เรียนมา ความใจเย็นที่เคยมี การคิดวิเคราะห์อย่างมีสติ…
ไม่เหลืออยู่เลย
เหลือเพียงแต่ความผลีผลามบุ่มบ่าม
เสี่ยวเชี่ยนแทบอยากจะลงจากรถแล้วไปถามอวี๋หมิงหลางให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้
การหึงเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งของผู้หญิง ไม่เกี่ยวกับไอคิวและอีคิว พอเธอเห็นเหตุการณ์สิ่งแรกที่คิดได้คือลงไปถามอวี๋หมิงหลางให้รู้เรื่อง เธอไม่มีทางยอมให้เขาสวมเขาให้ได้ง่ายๆ ไม่ต้องคิดฟุ้งซ่านไปเอง ไปถามให้รู้เรื่องเลยดีกว่า
ขณะที่เสี่ยวเชี่ยนกำลังจะเคลื่อนรถก็มีรถบรรทุกขนาดใหญ่ขับเข้ามาบังเธอหมด
กว่ารถคันนั้นจะไปทิ้งไว้เพียงฝุ่นตลบอบอวล เสี่ยวเชี่ยนก็เห็นรถของอวี๋หมิงหลางขับออกไปไกลแล้ว
พอเธอขับตามไปก็คลาดกับรถของเขา
ข้างหน้าเป็นทางแยก ไม่รู้ว่าเขาไปทางไหน
สมองของเธอเหมือนปรากฏคำพูดหนึ่ง
ผู้หญิงไม่ต้องไปตามสืบร่องรอยของสามีตัวเองหรอก เว้นเสียแต่เตรียมหย่าไว้แล้ว
เชื่อใจหรือสงสัย นี่คือปัญหา
เสี่ยวเชี่ยนหลับตาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด
ควรจะเชื่อใจเขาดีไหม
เธอจอดรถข้างทางแล้วกดโทรออก
“เมียจ๋ามีอะไรเหรอ?”
“ฉันคิดถึงนาย”
เสียงหัวเราะคิกคักดังมาจากปลายสาย “ทำไมอยู่ๆก็ทำตัวอ้อนแบบเด็กๆล่ะ?”
“อืม วันนี้ไปจัดการเคสมีชู้มาเลยเครียดๆ อยากคุยกับนายน่ะ”
“เครียดก็กลับบ้านสิ เดี๋ยวผมกินเหล้านั่งคุยเป็นเพื่อนเอง ทำไรก็ได้แล้วแต่คุณ”
ถ้าไม่มีเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เธอเห็นกับตา นี่จะเป็นคำพูดที่แสดงถึงความห่วงใย แต่ในเวลานี้เสี่ยวเชี่ยนมีแต่ความไม่แน่ใจ
“อยู่ๆฉันก็นึกเคสนึงออกอยากคุยกับหัวหน้าหน่วยจิตวิทยาของนาย นายช่วยเรียกเขามาคุยหน่อยได้ไหม”
“เอ่อ…”
ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในหน่วยนี่ แล้วจะให้เรียกมาคุยได้ไง
“เอาแบบนี้ เดี๋ยวผมให้เขาโทรกลับหาคุณดีไหม? ตอนนี้ผมไม่ได้อยู่ใกล้เขา”
เสี่ยวเชี่ยนหึหึในใจ ไม่ได้อยู่ใกล้เหรอ ก็นายไม่ได้อยู่ในหน่วยนี่
“งั้นไม่ต้องละ เดี๋ยวฉันโทรหาเขาเอง” ก่อนเสี่ยวเชี่ยนวางสายได้ถามขึ้นมาหนึ่งคำถาม
“เคสที่ฉันเจอในช่วงสองวันนี้เป็นเคสให้คำปรึกษาเกี่ยวกับมือที่สามที่เข้ามาทำลายครอบครัวคนอื่น นายมีความคิดเห็นยังไงกับการนอกใจ?”
สายไม่ว่าง
ดีมาก อวี๋เสี่ยวเฉียงกำลังโทรไปเตี๊ยมอยู่ใช่ไหม?
รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเสี่ยวเชี่ยน ถ้าอวี๋เสี่ยวเฉียงกล้านอกใจเธอล่ะก็ หมอนี่ตายแน่!
เธอให้โอกาสเขาพูดความจริงแล้วแต่เขาก็ยังเลือกที่จะปิดบังเธอ
ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็อย่าโทษที่เธอต้องตามสืบ!
ก่อนหน้านี้ต้าอีเคยโทรหาเธอแล้วอ้ำๆอึ้งๆ เดิมเสี่ยวเชี่ยนไม่ได้เก็บมาใส่ใจ ตอนนี้อยู่ๆเธอก็นึกขึ้นได้
ต้าอีคงไปเห็นอะไรมาถึงได้จะมาเตือนเธอหรือเปล่า?
ซึ่งก็หมายความว่า อวี๋เสี่ยวเฉียงแอบทำเรื่องบางอย่างลับหลังเธอ คนอื่นๆรู้กันหมดแล้วมีแค่เธอไม่รู้?
เสี่ยวเชี่ยนกำโทรศัพท์นั่งคิดอยู่สักพัก
สืบหรือไม่สืบดี นี่คือปัญหา
ความรักที่เธอมีให้เขาบอกว่าให้เชื่อใจอวี๋หมิงหลาง แต่สติบอกเธอว่าให้เชื่อแค่สิ่งที่ตาเห็น
โดยเฉพาะก่อนหน้านี้เธอเพิ่งไปช่วยบำบัดจิตใจให้พี่สะใภ้ใหญ่ อีกทั้งยังเป็นพยานเห็นพี่ใหญ่เกือบถูกคนหลอกจนต้องเสียครอบครัวมากับตา เสี่ยวเชี่ยนในเวลานี้จิตใจกำลังอ่อนแอ เธอเข้าใจความรู้สึกสับสนของพี่สะใภ้ใหญ่ในตอนนั้นแล้ว
เพราะให้ความสำคัญมากเกินไป ดังนั้นพอเกิดปัญหาขึ้นมาหัวใจถึงได้เจ็บขนาดนี้
ห้านาทีต่อมาเสี่ยวเชี่ยนกดโทรหาต้าอี
ในใจของเธอยังคงเชื่อใจอวี๋หมิงหลาง สืบก็เพื่อพิสูจน์ว่าเธอไม่ได้รักคนผิด ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนอื่นที่กลุ้มเรื่องสามีจะรู้สึกเหมือนเธอในเวลานี้หรือเปล่า แต่เสี่ยวเชี่ยนก็ยังเชื่อว่าอวี๋หมิงหลางไม่มีทางทำเรื่องที่ผิดต่อเธอ
เธออยากได้แค่คำตอบเดียว คำตอบที่ไม่ทำให้เธอเสียใจ
โทรติดแล้วเสี่ยวเชี่ยนก็เข้าประเด็นทันที เธอรู้จักนิสัยของต้าอีดีว่าควรใช้วิธีพูดแบบไหน
“ต้าอี ฉันรู้เรื่องที่อวี๋หมิงหลางปิดบังไว้หมดแล้ว เธอช่วยบอกฉันมาตามความจริงว่าวันนั้นเธอเห็นอะไร”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย