ตอนนี้อยู่ในฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศค่อนข้างเย็น แต่หลังของเฉียวเจิ้นกลับเต็มไปด้วยเหงื่อ
ทางด้านอวี๋หมิงหลางไม่ได้พูดอะไรแต่กลับส่งสัญญาณมาว่าให้ถอย ซึ่งทำให้ทุกคนที่ผ่านการฝึกมารู้เลยว่าข้างในอาจมีวัตถุที่ไม่อาจบรรยาย
เฉียวเจิ้นยืนนิ่งอยู่ข้างนอกเหมือนท่อนไม้ มองไปทางห้องที่อวี๋หมิงหลางอยู่ด้วยใบหน้าเคร่งเครียด หายใจไม่ทั่วท้อง กลัวว่าถ้าเผลอแล้วจะได้ยินเสียงอะไรที่ไม่ดี กลัวยิ่งกว่าคือการที่อาจจะสูญเสียเพื่อนร่วมงานที่เขาเคารพมากที่สุดภายในชั่วพริบตา คำว่าเพื่อนไม่เพียงพอที่จะบรรยายถึงมิตรภาพระหว่างเขากับอวี๋หมิงหลาง ร่วมเป็นร่วมตายกันมาหลายครั้ง มันเกินคำว่าเพื่อนมานานแล้ว
คนอื่นๆก็อยู่ในอารมณ์ที่ไม่ต่างกัน
มีเพียงคนเดียวที่คิดไม่เหมือนคนอื่น นั่นก็คือหลิวเหมียว
เธอคิดว่าตัวเองการศึกษาสูงกว่าเสี่ยวเชี่ยน แถมยังทำงานที่ศูนย์วิจัย เรื่องแบบนี้กลับให้เสี่ยวเชี่ยนออกไปทำเอาหน้า เธอไม่ยอม
“นี่ นายน่ะ นายนั่นแหละ!” หลิวเหมียวชี้เฉียวเจิ้น
เวลานี้เฉียวเจิ้นจิตใจจดจ่ออยู่ที่เสี่ยวเชี่ยนกับอวี๋หมิงหลาง พอได้ยินหลิวเหมียวตะโกนแบบนั้นจึงเอามือชี้หน้าตัวเอง นี่พูดกับเขาอยู่เหรอ?
“นายนั่นแหละ! ฉันว่ายัยเฉินเสี่ยวเชี่ยนนั่นเอาไม่อยู่หรอก เป็นแค่นักเรียนแถมยังมีแค่ใบอนุญาตระดับต่ำสุด ไม่มีทางจัดการคนร้ายได้อยู่แล้ว ดูจากยศนายแล้วน่าจะสูงที่สุดในนี้ นายเข้าไปบอกซิว่าให้เปลี่ยนฉันเข้าไป!”
หลิวเหมียวคิดว่าตัวเองพูดด้วยความเกรงใจมากแล้ว อีกทั้งยังมั่นใจเต็มเปี่ยมว่านอกจากตัวเองก็ไม่มีใครเหมาะไปมากกว่านี้ นึกไม่ถึงว่าพฤติกรรมของตัวเองจะสร้างความไม่พอใจให้กับทุกคนที่กำลังเครียดอยู่
ทุกคนกำลังเป็นห่วงเสี่ยวเชี่ยนกับอวี๋หมิงหลาง แล้วจะทนฟังคำพูดแย่ๆแบบนี้ได้ยังไง?
เฉียวเจิ้นเพ่งมอง เอามือทำอะไรบางอย่างอยู่ข้างหลัง “หืม? คุณอยากเข้าไปเปลี่ยนกับพี่สะใภ้ของพวกเรา?”
“แน่นอน เขาเข้าไปนานขนาดนี้แล้วก็แสดงว่าทำไม่สำเร็จ เทียบกับปล่อยให้เขาเป็นตัวถ่วงทำOneตายไปด้วยกัน ไม่สู้เปลี่ยนฉัน—”
“ปัง!”
เสียงดังสนั่นตรงแถวหลิวเหมียว เธอสะดุ้งเอามือกุมหัวกรีดร้องออกมา
เฉียวเจิ้นเอาเท้าออก
เสียงนั้นเป็นเสียงเฉียวเจิ้นเหยียบขวดน้ำดื่มที่ฝาถูกปิดสนิท เสียงเลยดังมาก
“แค่ขวดน้ำดื่มยังทำให้คุณขวัญเสียขนาดนี้ แล้วคุณจะเอาอะไรมาสู้พี่สะใภ้ของพวกเรา?” เฉียวเจิ้นยกนิ้วกลางให้หลิวเหมียว ขออภัยที่เขาต้องพูดตรงๆ นังขยะ!
“นาย! ฉันจะร้องเรียน!” หลิวเหมียวโมโหกระทืบเท้า เฉียวเจิ้นขี้เกียจเสียเวลาพูดด้วย เขาหันไปพูดกับคนข้างหลัง
“ลากตัวออกไป อย่าให้มาเกะกะตรงนี้”
“พวกแกกล้าเหรอ! ทางศูนย์ส่งฉันมา ฉันไม่ไปแล้วพวกแกจะทำไม!” หลิวเหมียวไม่ยอม
“ลาก ออก ไป!” เฉียวเจิ้นเน้นย้ำทีละคำ มีคนรับคำสั่งทันที รำคาญผู้หญิงคนนี้ที่เอาแต่โวยวายเลยจับล็อคไว้บนรถพร้อมเอาผ้ายัดปาก
สามชั่วโมงนี้ต้าอีก็ผ่านไปอย่างยากลำบากเช่นกัน
ที่นั่นคือสนามรบของOneกับภรรยา ภายในสนามรบที่พิเศษนี้ สองสามีภรรยาได้ต่อสู้กันตามลำพัง ไร้ซึ่งการช่วยเหลือจากทุกคน อีกทั้งคู่ต่อสู้ของพวกเขาคือคนร้ายที่สติปัญญาดี ทั้งสองคนทำภารกิจที่ยากจะสำเร็จนี้ลุล่วงไปด้วยดี!!
เวลานี้ในสมองของทุกคนคล้ายกับเห็นภาพตอนที่อวี๋หมิงหลางนำทุกคนสาบานต่อธงชาติเพื่อเข้าเป็นสมาชิกของหน่วยเสินเจี้ยน
ทหารหน่วยรบพิเศษนั้นต้องสามารถเข้าถึงจิตใจคนร้ายเพียงลำพังได้ ทำภารกิจที่ดูเหมือนไม่มีทางสำเร็จได้!
พวกเขาทำได้แล้ว!
ตอนที่ทุกคนขึ้นไปจับคนร้าย พอผลักประตูเข้าไปก็ต้องตกตะลึง
เสี่ยวเชี่ยนนั่งอยู่บนโต๊ะ อวี๋หมิงหลางนั่งเฝ้าระเบิดที่ถูกรื้อกับตัวประกัน ส่วนคนร้ายที่เป็นตัวสร้างปัญหามากมายนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นด้วยสภาพเนื้อตัวสั่นเทาเหมือนหวาดกลัวอะไรสักอย่าง
กระดาษคำถามคำตอบที่ทั้งสองคนใช้ได้ถูกฉีกกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อย ซึ่งก็เป็นฝีมือของคนร้ายที่ทำตอนสติแตกเมื่อครู่
“ดูสิ คนพวกนั้นที่ถูกแกทำร้ายได้กลายเป็นวิญญาณหมดแล้ว ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน? แผนต่อไปของพวกเขาคือแกหรือ ‘ลูก’ ที่เป็นความหวังของแก?” เสี่ยวเชี่ยนพูดคำพูดโหดร้ายด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“อย่าเข้ามานะ! ห้ามทำร้ายเด็ก!” คนร้ายตัวสั่น ในช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาเขาต้องเจอกับเทคนิคจู่โจมจิตใจอันโหดร้ายของเสี่ยวเชี่ยนมากมาย สติถึงได้ฟั่นเฟือนแบบนี้
“พวกเขาบอกแล้วว่าจะไม่ตามรังควานคนเลวสุดขั้วที่ไม่ได้ผุดได้เกิดอย่างแกหรอก แต่พวกเขาไม่มีทางปล่อยลูกของแก ความหวังเดียวของแกก็คือลูกสินะ พวกเราจะบอกเขาว่า แกเป็นคนยังไง จะทำให้เขาเกลียดแกไปทั้งชีวิต ลองเดาดูสิ เด็กที่มีพ่ออย่างแกจะถูกคนดูถูกไปทั้งชีวิตไหม? แกมันไร้อนาคต ไร้ความหวัง แกมันไม่มีอะไรเลย!”
การโจมตีจิตใจที่โหดร้ายที่สุดก็คือเน้นย้ำแต่ละคำพูดสร้างความสะเทือนใจให้อีกฝ่าย ในเมื่ออีกฝ่ายกลัวตายงั้นก็ต้องทำให้ลิ้มรสสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความตายเป็นพันเป็นหมื่นเท่า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย