ถ้ามนุษย์เราสามารถทำตัวเลือดเย็นได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็คงดี คนเลือดเย็นไม่มีทางคิดสงสารคนอื่น คนเลือดเย็นไม่เคยรู้สึกอะไรกับใคร คนเลือดเย็นสามารถมองทุกคนเป็นเพียงเศษหญ้า เห็นน้ำตาของคนอื่นก็พูดแดกดันว่าทำตัวเป็นแม่พระ
แต่เสี่ยวเชี่ยนทำไม่ได้
อวี๋หมิงหลางมองเธอร้องไห้อย่างเงียบๆ น้ำตาหยดลงบนพื้น เธอร้องไห้เขาก็เช็ดน้ำตาให้ ร้องออกมาได้เป็นเรื่องดีเสมอ
เสี่ยวเชี่ยนร้องไห้สักพักเขาถึงอุ้มเธอมานั่งบนตัก ลูบหลังเธอเบาๆพลางพูดอย่างอ่อนโยน
“คุณทำเพื่อพวกเขาเท่าที่คุณจะทำได้แล้ว ถึงตอนนี้ผลกรรมที่คนชั่วนั่นได้รับจะเทียบไม่ได้กับความเลวที่มันเคยทำ แต่คุณก็ได้ช่วยระบายความโกรธแค้นให้เหยื่อที่ตายไปแล้ว”
“ฉันรู้ว่าตัวเองทำสุดความสามารถแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกแย่อยู่ดี ตอนที่สะกดจิตฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นใคร ฉันถามตัวเองว่าฉันคือฉันหรือเป็นคนร้ายนั่นกันแน่ ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว”
เขาก็คือยาขนานเอกของเธอ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เศร้าเสียใจแค่ไหน เขาก็มักจะพาเธอออกมาจากวังวนแห่งความทุกข์ได้เสมอ
“ผมไม่ค่อยเข้าใจรายละเอียดในการรักษาของพวกคุณ แต่ถ้ามองในมุมของสามี ผมมีวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้คุณรู้ว่าตัวเองเป็นใคร”
“วิธีอะไร?” เธอมองเขาอย่างสงสัยด้วยดวงตาที่แดงก่ำจากการร้องไห้
อวี๋หมิงหลางทำมือบอกให้รอก่อน จากนั้นก็ไปโทรขอหยุดสามวันจากผู้บังคับบัญชา เดิมไม่ได้รับอนุญาต แต่อวี๋หมิงหลางเล่าสถานการณ์ของเสี่ยวเชี่ยนให้ฟัง ผู้บังคับบัญชาจึงลังเล
“ให้คนอื่นอยู่เป็นเพื่อนเขาไม่ได้เหรอ? ให้นักจิตวิทยาของหน่วยงานเราไปดูแลก็ได้” งานของอวี๋หมิงหลางไม่ธรรมดา อีกทั้งเบื้องบนยังให้ความสำคัญกับเขามาก
“ต่อให้มีหมอเก่งกว่านี้ก็สู้สามีไม่ได้หรอกครับ ผมขออนุญาตใช้วันลาตอนแต่งงานให้หมดครับ”
“ก็ได้ ผมอนุญาต”
“ขอบคุณครับ!”
“เดี๋ยว ฉันยังพูดไม่จบ!” ปลายสายเงียบไปสักพักแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“One คุณต้องดูแลหมอเฉินให้ดีๆนะ เธอเป็นคนเก่งที่หาได้ยาก”
“เธอจะเก่งหรือไม่ผมไม่แคร์ ผมรู้แค่ว่าเธอเป็นรักเดียวของผมในชาตินี้ ตอนนี้เธอต้องการผมครับ”
ประโยคนี้ดึงดูดสายตาของเสี่ยวเชี่ยนที่พร่ามัวไปด้วยน้ำตา ผู้ชายที่แทบไม่เคยพูดหวานคนนี้กลับพูดคำหวานออกมาในเวลาที่เธอต้องการที่สุด มันตราตรึงอยู่ในใจเธอ
การอยู่เคียงข้างเป็นคำสารภาพรักที่ยืนยาวที่สุด ขอบคุณที่ข้างกายเธอมีเขา
อวี๋หมิงหลางวางสาย เดิมเสี่ยวเชี่ยนอยากจะโผเข้ากอดเขาเพื่อแสดงถึงความซาบซึ้งใจ แต่ทันใดนั้นเธอก็เห็นเขาเริ่มถอดเสื้อผ้า
ไวมาก…
“นาย—” เธออยากถามเขาว่าจะทำอะไร แต่กลับถูกชิงถามก่อน
“บอกผมมาว่าคุณคือใคร”
“ฉันคือเฉินเสี่ยวเชี่ยน”
เธอหรี่ตามอง ตอบด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“ดีมาก ต่อ”
นี่เป็นการค้นหาที่ลึกลับเสียจนไม่อาจบรรยาย เป็นสงครามที่ช่วยให้เธอค้นหาตัวเอง เม็ดเหงื่อของเขาหยดลงบนตัวเธอ คล้ายกับว่ามันจะช่วยละลายจิตใจของเธอ สัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณของเธอ
ค่ำคืนนี้การค้นหาว่าคุณคือใครไม่ได้หยุดลง ทดสอบจิตวิญญาณ
“หุบปาก” เจิ้งซวี่สั่งให้อาข่าเงียบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
แต่ไม่ได้ทำให้อาข่าสงบสติอารมณ์ได้ เธอด่าแรงกว่าเดิม แต่คนขับงงหนักกว่า เขาหันไปเห็นฝรั่งด่าภาษาจีน แถมด่าไฟแลบอีกต่างหาก
“ทำไมพ่อนายถึงได้ปล่อยนายออกมาเพ่นพ่านนะ? ฉันน่าจะให้บอสฉันมาดูนายหน่อย”
“ทำไมต้องให้บอสเธอมาดูฉันด้วย?” เจิ้งซวี่ถาม
ลูกน้องแทบอยากจะก้มลงคำนับลูกพี่ทั้งตัว ปกติลูกพี่เขาไม่ได้ใจเย็นขนาดนี้ ผู้หญิงคนนี้พูดจาแย่มากลูกพี่ก็ยังจะคุยด้วย ไม่เห็นอดทนกับคนอื่นแบบนี้
“เพราะบอสฉันรักษาคนเป็นโรคประสาทโดยเฉพาะ ฉันว่านายเหมือนคนไข้โรคประสาท หลังจากที่นายเป็นโรคประสาทแล้วตัวเบาขึ้นเยอะเลยใช่ไหมล่ะ? ตดทีลอยไปชั้นห้า เบาหวิว!”
เจิ้งซวี่เส้นเลือดปูดตรงหน้าผาก ยัยหัวทองนี่พลังเยอะจริงๆ อยากจะหาอะไรยัดปาก
“หุบปาก”
“ฉันไม่หุบ! เก่งนักจับฉันมัดได้แน่จริงก็ปล่อยฉันสิ? มาสิ เดี๋ยวจะอัดให้แม่จำไม่ได้เลย!” ถ้าไม่ถูกมัดมือไว้อาข่าอยากจะชูนิ้วกลางด้วย
เจิ้งซวี่มองพ่านพ่านที่อยู่ในอ้อมกอด เด็กน้อยกำลังมองเขาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ จากนั้นเจิ้งซวี่ก็หันไปมองอาข่าที่ถูกมัดเหมือนบ๊ะจ่าง เขาถึงกับต้องนวดขมับ
จะปล่อยให้ยัยผู้หญิงคนนี้ด่าตามอำเภอใจไม่ได้แล้ว เดี๋ยวพาเด็กเสียคน
ครั้นแล้วเขาจึงล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมายัดปากอาข่า ทำเป็นไม่สนใจสายตาอาฆาตของเธอ
หมอนี่ รอเธอเป็นอิสระก่อนเหอะเดี๋ยวเจอสั่งสอน! อาข่าสาบานในใจ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย