“งั้นผมทิ้งเบอร์ติดต่อไว้นะครับ ถ้าเขากลับมารบกวนให้เขาโทรหาผมด้วย ฝากด้วยนะครับ”
อวี๋หมิงหลางเดินออกจากร้าน เขามองถุงที่อยู่ในมือพลางครุ่นคิด
คนแบบไหนกันที่ตั้งใจมาลองใช้ชีวิตในร้านขายโจ๊ก แถมยังแจกของราคาแพงแบบนี้ด้วย?
แล้วทำไมเขาต้องพาลูกเชี่ยนมากินไกลขนาดนี้ด้วย?
อวี๋หมิงหลางกลับไปที่รถ เขานั่งมองขวดเหล้าพลางคิดอีกสักพัก แล้วสมองก็ปรากฏภาพเหตุการณ์
นึกออกแล้ว ตอนที่เขาไปปรึกษาศาสตราจารย์หลิวเรื่องโรคกลัวการแต่งงาน ในตอนท้ายศาสตราจารย์หลิวได้พูดออกมา
แถวนี้มีร้านโจ๊กที่เปิด24 ชั่วโมง ซาลาเปาน้ำไข่ปูของที่นั่นอร่อยมาก บอกให้เขามีเวลาก็พาเสี่ยวเชี่ยนไปบำรุง เสี่ยวเชี่ยนต้องทำงานดึกๆข้ามคืนบ่อยๆไม่ดีต่อร่างกาย
ศาสตราจารย์หลิวแนะนำก็แสดงว่าเป็นเรื่องบังเอิญ ส่วนผู้ชายที่ชื่อเซวียนคนนั้นก็น่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ…หรือเปล่า
เขารู้ว่าพอกลับถึงบ้านเสี่ยวเชี่ยนจะต้องถามเรื่องเหล้าขวดนี้อย่างแน่นอน อวี๋หมิงหลางไม่อยากให้เธอกลุ้มใจ ครั้นแล้วจึงตั้งใจขับรถไปหาพี่รองเพื่อให้เหล้าขวดนี้เอาไปวางประดับในห้องทำงาน
รอจนผู้ชายที่ชื่อเซวียนโทรหาเขาเมื่อไรค่อยเอาไปคืน
จากการวิเคราะห์เบื้องต้นผู้ชายคนนั้นไม่ได้มีท่าทีเป็นภัยต่อเสี่ยวเชี่ยน อย่างไรเสียการที่อยู่ๆเขาก็จับจ้องเสี่ยวเชี่ยน บางทีอาจเป็นสไตล์การใช้ชีวิตของคนมีเงิน เจอใครถูกใจก็เลยให้ของ
อีกทั้งพออวี๋หมิงหลางนึกถึงตอนที่ได้คุยกับเซวียน ถึงเซ้นส์จะบอกว่าผู้ชายคนนั้นจะต้องมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงเจตนาร้ายแอบแฝง
ดังนั้นเรื่องนี้จึงถูกอวี๋หมิงหลางพักเอาไว้ก่อน
เสี่ยวเชี่ยนตื่นขึ้นมาก็เห็นอวี๋หมิงหลางกำลังทำกับข้าวแล้ว สิ่งแรกที่เธอทำคือถามเรื่องเหล้า
“เหล้าขวดนั้นล่ะ?”
“ผมเอาไปคืนแล้ว”
“ตกลงเจ้าของร้านทำไปทำไม?”
“คนนั้นไม่ใช่เจ้าของร้าน เป็นเพื่อนกับเจ้าของร้าน ดูเหมือนแค่อยากมาลองใช้ชีวิต อาจเพราะถูกชะตากับพวกเราก็เลยให้เหล้าก็ได้มั้ง คุณไม่ต้องคิดมาก ไม่มีอะไรหรอก”
“งั้นคนชื่อเซวียนนั่นไปไหนแล้ว?” เสี่ยวเชี่ยนนึกถึงกระดาษโน้ตที่ปรากฏพร้อมขวดเหล้านี้เมื่อชาติก่อน ในใจก็ยังคงสงสัย เธออยากไปคุยกับคนๆนั้นด้วยตัวเอง
“คืนของเสร็จเขาก็ไปต่างประเทศแล้ว ไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไร”
อย่างนั้นเหรอ…เสี่ยวเชี่ยนรู้สึกว่ามันแปลกๆ
แต่มาคิดๆดู บางทีเธออาจคิดมากไปเองจริงๆ
เธอไม่เคยเจอคนชื่อเซวียนมาก่อน ชาติที่แล้วก็ไม่เคยมีความทรงจำเกี่ยวกับคนๆนี้ ช่วงเวลาสั้นๆที่ได้คุยด้วยก็ไม่รู้สึกว่าเขามีเจตนาร้ายอะไร
งั้นก็เป็นไปได้ว่าไม่ใช่เซวียนเป็นคนส่งเหล้าขวดนี้ให้เธอเมื่อชาติก่อน
ไอ้คนหน้าด้านนี่เอาแต่บอกว่าโรคย้ำคิดย้ำทำของเธอกำเริบ บังคับฉีดยาโดยไม่สนว่าเธอขัดขืน ออกกำลังกายฉีดยาแบบนั้นเธอนอนได้ก็ผีแล้ว คนบ้านี่พูดโกหกได้หน้าตาเฉย ไม่รู้สึกผิดบ้างหรือไง?
“ครับ ผมรู้ว่ารายการนี้ยอดคนฟังเยอะ แต่ในฐานะของคนในครอบครัว ผมเห็นคู่หมั้นนอนไม่หลับแบบนั้นก็ปวดใจนะครับ…” อวี๋หมิงหลางทำตัวพลิ้วเป็นปลาไหลหลบมือเสี่ยวเชี่ยนที่กำลังจะหยิก ในที่สุดก็พูดสิ่งที่ตัวเองต้องการออกมา
“ผมเลยคิดว่าหยุดสามวันอาจไม่พอขอเพิ่มอีกสองวันได้หรือเปล่าครับ ให้เธอลาห้าวันเป็นไงครับ? พักผ่อนก็เพื่อให้มีแรงเดินไปได้ไกลกว่าเดิม ครับๆๆ ขอบคุณครับหัวหน้า สวัสดีครับ”
พอวางสายก็ขยิบตาให้เสี่ยวเชี่ยน เป็นไง พี่สุดยอดเลยใช่ปะล่ะ
วิธีลางานที่ถูกต้องคือทำแบบนี้ เขาทำให้เสียวเหม่ยได้วันลาอันมีค่าเพิ่มอีกสองวัน เพอร์เฟค
เสี่ยวเชี่ยนรู้สึกหมดแรง
“ฉันตกลงกับอาจารย์ไว้ว่าจะทำหกสิบวัน นายลางานให้ฉันก็ต้องเพิ่มวันทำออกไปอีกนะ”
งานน่าเบื่อแบบนี้ในสายตาของเสี่ยวเชี่ยนรีบทำให้เสร็จไวๆเป็นดีที่สุด
“รอผมกลับไปก่อนคุณค่อยทำสิ กว่าผมจะได้หยุดยาวแบบนี้คุณไม่อยากอยู่เป็นเพื่อนผมเหรอ?”
“งานนี้ก็แค่ทำตอนกลางคืนแปบเดียว นายก็อยู่กับฉันตลอดไม่ใช่หรือไง?”
“ไม่ๆๆ มันต้องให้เวลากันทั้งสองคน พี่เห็นน้องอารมณ์ไม่ดี โรคย้ำคิดย้ำทำจะกำเริบได้ทุกเมื่อ—”
“ฉันไม่ได้เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ ฉันหายดีแล้ว นายอย่าคิดนะว่าช่วงไม่กี่วันนี้จะขังฉันไว้ในบ้านวันๆไม่ทำอะไรแล้วไปกลิ้งบนเตียงกับนายไม่หยุดเหมือนสัตว์น่ะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย