“เป็นอาการปกติของโรคซึมเศร้าเวลาอาการกำเริบ ท่าทางเชื่องช้า มีเสียงแว่วๆดังข้างหู…” เสี่ยวเชี่ยนได้ข้อสรุปทันที
เย่เสียวอวี่โมโหเอามือไปผลักเสี่ยวเชี่ยน “เหม่ยเหวยเธอรักษายังไงเนี่ย! ทำไมยิ่งรักษาอาการยิ่งหนัก!”
“ทำไมต้องทำพี่สะใภ้ด้วย! พี่สะใภ้ฉันพยายามเต็มที่แล้วไม่รู้หรือไง?” หลิวเหมยผลักกลับ แต่เสี่ยวเชี่ยนกลับมองเวยเวยที่อาการแปลกไปพลางครุ่นคิด
เมื่อกี้เย่เสียวอวี่พูดถึงเคเอฟซี ส่วนหลิวเหมยบอกว่าเวยเวยอาการเป็นหนักตอนอยู่ร้านไก่ทอด ร้านไก่ทอดกับเคเอฟซีก็คล้ายกัน เสี่ยวเชี่ยนเริ่มแน่ใจในการตั้งข้อสันนิษฐานของตัวเองแล้ว
แม่งเอ๊ย ไอ้สัตว์เดรัจฉานนั่น ช้าเร็วเธอต้องแก้แค้นให้ได้ เสี่ยวเชี่ยนมองเวยเวยแล้วก็ปวดใจ เธอคิดว่าเธอเข้าใจแล้วว่าทำไมเวยเวยถึงได้วางงูพิษในตำแหน่งพ่อ
เด็กคนนี้น่าสงสารเหลือเกิน…
“เลิกทะเลาะกันได้แล้ว…หยุดเถอะน่ารำคาญ!” เวยเวยที่เมื่อครู่ยังสีหน้าไร้ความรู้สึกอยู่ๆก็หงุดหงิดขึ้นมา เธอคว้าแก้วน้ำบนโต๊ะปาไปที่กำแพง เสียงดังเพล้งตามมาด้วยเศษแก้วแตกกระจาย
เย่เสียวอวี่หยุดการลงไม้ลงมือกับหลิวเหมย มองเวยเวยด้วยสีหน้าตกใจ เวลานี้เวยเวยเหมือนคนป่วยจริงๆ สีหน้าและอาการของเวยเวยทำให้เย่เสียวอวี่เป็นกังวล
เวยเวยหลังจากที่ปาแก้วไปแล้วดูเหมือนจะไม่เข้าใจที่อยู่ๆตัวเองก็อารมณ์ร้อนขึ้นมา เธอเอามือกุมหัวทำอะไรไม่ถูกแล้วร้องไห้ออกมา
ควบคุมพฤติกรรมตัวเองไม่ได้ ประสิทธิภาพในการใช้ความคิดลดลง ล้วนเป็นการแสดงออกของโรคซึมเศร้า เสี่ยวเชี่ยนทำมือไล่ให้เย่เสียวอวี่กับอวี๋หลิวเหมยออกไป จากนั้นก็เดินเข้าไปหาเวยเวย
เธออยากช่วยให้เวยเวยผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้
ขณะที่เสี่ยวเชี่ยนทำการรักษา เย่เสียวอวี่ก็เดินไปเดินมาด้วยอาการร้อนรนอยู่ในบ้านตัวเอง หลิวเหมยจึงพูดปลอบ
“ใจเย็นๆน่า เชื่อใจพี่สะใภ้ฉันได้ คุณร้อนใจไปก็ไม่มีประโยชน์”
“เหม่ยเหวยรักษาได้จริงๆเหรอ? ฉันเห็นเวยเวยเป็นแบบนั้นฉันเป็นห่วงเขามากเลย…” เย่เสียวอวี่รู้สึกเหมือนมีไฟสุมอยู่ในอก
“ได้สิ พี่สะใภ้ฉันเป็นจิตแพทย์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด พี่หลางบอกกับฉันเองเลยนะ” หลิวเหมยเป็นคนคิดอะไรไม่ซับซ้อน คนไหนที่อวี๋หมิงหลางพี่ชายเธอเอ่ยปากชมเธอก็เชื่อแบบนั้น ง่ายๆแบบนี้แหละ
พอเห็นเย่เสียวอวี่ร้อนใจ หลิวเหมยจึงพูดชม
“อันที่จริงตอนแรกฉันเกลียดคุณมาก เพราะคุณเอาแต่หมายตาในสิ่งที่ไม่ใช่ของคุณ แต่ต่อมาฉันพบว่าคุณดีกับน้องสาวตัวเองมาก ถ้าจะใช้คำพูดของพี่สะใภ้ก็ คนดีมีมุมที่เลว คนเลวก็มีมุมที่ดี คิดได้อย่างนั้นฉันก็ไม่ได้เกลียดคุณเท่าไรแล้ว”
อาการโรคย้ำคิดย้ำทำของเย่เสียวอวี่กำลังจะกำเริบเนื่องจากเป็นห่วงน้องสาว เดิมจะไปเอาแป้งมาเติมหน้า แต่พอได้ยินอวี๋หลิวเหมยชมดูเหมือนอาการร้อนใจจะสงบลง สมองเหมือนมีคำพูดของเสี่ยวเชี่ยนลอยมา
ได้ความมั่นใจจากคำชมที่จริงใจของคนอื่น…
เย่เสียวอวี่รู้สึกว่าตอนนี้เธอไม่ได้อยากแต่งหน้าเท่าไรแล้ว แถมมั่นใจในตัวเสี่ยวเชี่ยนที่อยู่อีกด้านของกำแพงมากขึ้น มันเป็นความรู้สึกที่มหัศจรรย์ ไม่อาจบรรยายเป็นคำพูดได้
เสี่ยวเชี่ยนคุมอาการของเวยเวยได้แล้ว เดิมเธอคิดจะสะกดจิตเวยเวยเพื่อดูว่าเคยเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ถึงเสี่ยวเชี่ยนจะเดาได้บางส่วน แต่เธอก็อยากจะฟังจากปากของเวยเวยเอง
เย่เสียวอวี่ค่อยๆเปลี่ยนไปทีละนิดภายใต้อิทธิพลแฝงของประธานเชี่ยน เพียงแต่ตอนที่เกิดการเปลี่ยนแปลงแม้แต่ตัวเองยังไม่ยอมรับ
“พี่สะใภ้ มีแขกเหรอ—อ๊า นายนี่เอง!” หลิวเหมยที่มาร์คหน้าแบบเดียวกับเสี่ยวเชี่ยนเดินออกมา พอเห็นฉิวฉิวก็ชี้หน้าด้วยความตกใจ
“คุณคือ—?” ฉิวฉิวไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงต้องเอาของแบบนั้นมาโปะหน้า ถึงเขาจะมีร่างกายเป็นผู้หญิง แต่ความคิดและจิตใจเป็นโหมดของผู้ชายหมด
“ฉันน่ะเหรอ ก็คนดวงซวยที่นายเขี่ยตกรอบสัมภาษณ์ไง!” หลิวเหมยดึงแผ่นมาร์คหน้าออก เอาหน้าที่แท้จริงให้ฉิวฉิวดู
ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนเคยแย่งชิงงานกัน แต่หลิวเหมยถูกปัดตก
“อ๋า เธอนี่เอง!” ฉิวฉิวจำหลิวเหมยได้แล้ว
“ฉันชอบโรงเรียนนั้นจริงๆนะ ฉันว่าสภาพแวดล้อมโอเค แต่นายมาเขี่ยฉันตกก็ยังดีกว่าคนอื่น พี่สะใภ้บอกว่า น้ำปุ๋ยไม่ไหลไปนาคนนอก” หลิวเหมยพูดอย่างใจกว้าง
ฉิวฉิวถอนหายใจ “ครั้งนี้ไหลไปนาคนนอกจริงๆแล้ว เพราะฉันถูกไล่ออก ประธานเชี่ยน! ปลอบใจหน่อย กอดหน่อยสิ!”
เสี่ยวเชี่ยนไม่เข้าใจ แต่หลิวเหมยชิงถามก่อน
“ทำไมโดนไล่ออกล่ะ? พวกเราสองคนไปถึงรอบสุดท้ายแล้วนะ ฉันถูกเขี่ยทิ้งแบบงงๆ แต่ทำไมนายก็ด้วยล่ะ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย