“รังเกียจ ของเหลือเธอเก็บไว้กินเถอะ” เสี่ยวเชี่ยนหันไปอ้าปากรอหอยนางลมที่อวี๋หมิงหลางเป่าอยู่ หอยนางรมย่างเป็นอาหารที่อร่อยเหาะสุดๆแล้ว เพียงแต่ตอนกินต้องพิถีพิถันหน่อย ต้องไม่ร้อนหรือเย็นชืด ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้ความสด
เสี่ยวเชี่ยนให้อวี๋หมิงหลางที่ไม่กลัวโดนลวกแกะเนื้อออกมาเป่า ส่วนเธอก็รอกิน
สุ่ยเซียนเห็นสองคู่รักกันชื่นมื่น เธอเห็นหน้าจูขี้บ่นลอยอยู่บนเตา
นึกถึงตอนนั้นที่คบกันจูขี้บ่น เธอก็มีคนคอยบริการนะ ตอนนี้ทำได้แค่มองคนอื่นอย่างอิจฉา
ภาพตอนนี้มันบาดตาบาดใจ เวลาที่คนอื่นมีความสุขเป็นเวลาที่เธอต้องปวดใจกับอดีตที่ไม่มีวันหวนคืน ช่วงสองวันมานี้เธอเห็นอะไรก็หงุดหงิด คนอื่นมีความสุขเธอเสียใจ คนอื่นเสียใจเธอร้องไห้ จมอยู่กับความเศร้าที่ต้องอกหักยังทำใจไม่ได้
เสี่ยวเชี่ยนเหลือบเห็นสุ่ยเซียนเป็นแบบนั้นก็หันไปส่งสายตากับอวี๋หมิงหลาง แผนเจ้าเล่ห์ของสองสามีภรรยาคู่นี้เริ่มได้แล้ว
“เบียร์ยังเหลืออีกตั้งเยอะ ดื่มอย่างเดียวไม่เล่นไม่สนุกเลย เรามาเล่นเกมกันมะ” เสี่ยวเชี่ยนเสนอ
“เกมอะไรดี” หลิวเหมยถาม
“ก็เกมห้ามหัวเราะ ไม่อย่างนั้นจะต้องพูดความในใจหรือถูกลงโทษ”
“เล่นยังไง” ทุกคนหันไปมองเสี่ยวเชี่ยน
“จับคู่กัน แล้วผลัดกันถามตอบ อีกฝ่ายห้ามยิ้มห้ามแสดงสีหน้าใดๆ ให้ตอบแค่ใช่หรือไม่ใช่ ถ้าหัวเราะหรือแสดงออกทางสีหน้าก็ต้องยอมรับการลงโทษ ให้เลือกระหว่างถูกลงโทษหรือพูดความในใจ เป็นไง”
พอดื่มได้ที่ก็ต้องเล่นเกม ทุกคนเห็นด้วย สุ่ยเซียนรู้สึกเซ็งๆไม่อยากเล่นด้วย แต่เสี่ยวเชี่ยนรบเร้าเลยต้องเล่น
อวี๋หมิงหลางจัดแจงให้จับฉลาก คู่แรกคืออวี๋หมิงหลางกับฟู่กุ้ย อวี๋หมิงหลางถาม
เจอกับผู้คงแก่เรียนแบบนี้อวี๋หมิงหลางที่แสนเจ้าเล่ห์สบายๆอยู่แล้ว
“ชอบหลิวเหมยมานานแล้วเหรอ”
คำถามนี้ทำให้ฟู่กุ้ยหน้าแดง หลิวเหมยเองก็หน้าแดง ฟู่กุ้ยตอบว่าใช่
“นอนกับน้องสาวผมแล้วใช่ไหม” คำถามที่สองของอวี๋หมิงหลางหน้าไม่อายมาก
“แค่ก จะ จะเป็นไปได้ยังไง”
ฟู่กุ้ยหน้าแดงเหมือนจะระเบิด หลิวเหมยถลึงตาใส่อวี๋หมิงหลาง “พี่ พวกเราเพิ่งคบกันไม่กี่วันเองนะ พูดเรื่องนี้ไม่ไวไปหน่อยเหรอ”
“แพ้แล้ว เพราะให้ตอบแค่ใช่หรือไม่ใช่ เอ้า จูบหน่อย”
เพิ่งคบกันไม่กี่วันต้องมาหอมแก้มแล้วเหรอ ขั้นตอนนี้มันไวไปหรือเปล่า หลิวเหมยกับฟู่กุ้ยมองหน้ากัน แล้วก็เห็นหน้าอีกฝ่ายแดงแบบไม่ไหวแล้ว
“ทำไม ไม่ยอมทำเหรอ เอ้าเร็วๆจูบสิ เป็นผู้ชายเปล่าเนี่ย” เสี่ยวเชี่ยนช่วยอวี๋หมิงหลางยุ
ผู้ชายเกลียดคำถามที่ว่าเป็นผู้ชายหรือเปล่าที่สุด ครั้นแล้วฟู่กุ้ยจึงรวบรวมความกล้าทั้งหมดโอบหลิวเหมยเข้ามาจูบ
นุ่มจัง นุ่มกว่าหน้าอกอีก เหมือนมาร์ชเมลโล่ มีกลิ่นยี่หร่าหน่อยๆด้วย…
พอเริ่มก็หยุดไม่ได้ เป็นการพิสูจน์แล้วว่าต่อให้เป็นผู้คงแก่เรียนพอได้ทำเรื่องแบบนี้ขึ้นมาก็ห้ามใจไม่ได้
อวี๋หมิงหลางจับเวลา เห็นเข็มวินาทีเดินไปหนึ่งรอบแล้วก็ทนไม่ไหว
“สองคนนี้พอได้จูบก็หยุดไม่ได้แล้วใช่ไหม”
ฟู่กุ้ยกับหลิวเหมยถึงแยกกัน หัวใจเต้นแรงแทบหลุดออกมา
จับฉลากต่อ หลิวเหมยจับได้อวี๋หมิงหลาง ก็เป็นอวี๋หมิงหลางถามก่อนอยู่ดี
“ฟู่กุ้ยจูบได้แย่มากเลยใช่ไหม”
“ไม่ใช่” หลิวเหมยได้รับบทเรียนจากการที่เห็นฟู่กุ้ยถูกหลอกจึงตอบอย่างระวัง ถึงใบหน้าจะร้อนผ่าว แต่ก็ไม่หลงกลพี่ชายตัวเอง
เป็นโสดไร้ประสบการณ์มานาน กว่าจะหาคู่ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แล้วจะไม่เกิดความคิดแบบนี้ได้ยังไง
ฟู่กุ้ยกับหลิวเหมยต่างหน้าแดงหัวใจเต้นแรง เฉินเสี่ยวเชี่ยนผู้มากประสบการณ์พูดเสริม
“เอาแบบนี้ เพื่อที่พวกเธอแต่งงานไปแล้วจะได้ไม่เสียใจ บททดสอบก่อนแต่งงานก็ต้องเกิดขึ้น—”
“พี่สะใภ้”
“พี่ยังพูดไม่จบ เธอจะตื่นเต้นทำไม พี่หมายความว่า ในฐานะที่เป็นครอบครัวฝ่ายหญิงก็ต้องช่วยเธอสกรีนคน เดี๋ยวพอกินเสร็จให้เสี่ยวเฉียงพาฟู่กุ้ยไปอาบน้ำ เธอวางใจได้ มีพี่เธออยู่ เห็นทุกอย่างทะลุปรุโปร่งแน่”
“แค่กๆ” ฟู่กุ้ยถึงกับสำลัก
ถ้าไม่เอาให้อึ้งก็ไม่เลิกพูดใช่ไหม ใครจะไปอาบน้ำกับอวี๋หมิงหลางกัน ขยะแขยง
“ดูแค่ขนาดไม่พอหรอกนะ เอาแบบนี้ เดี๋ยวพี่ยอมออกเงินหาสาวสองคนไปถูหลังให้พวกเขา จะได้ดูว่าใช้งานได้ดีหรือเปล่า ดีไหม”
อวี๋หมิงหลางอยากจะขำให้น้ำตาเล็ด “เมียจ๋า ยั่วโมโหคนอื่นก็พอมั้ง อย่าเอาผมเข้าไปเกี่ยว ผมไม่อยากได้สาวอื่นมาขัดหลังให้เสียหน่อย”
โลกนี้มีผู้หญิงประหลาดแบบนี้ด้วยเหรอ ส่งเสริมให้ผู้ชายของตัวเองไปเริงร่ากับสาวอื่น
“มันแสดงถึงความไว้ใจของฉันที่มีต่อนายไง” เสี่ยวเชี่ยนขยิบตาให้
อวี๋หมิงหลางชนะสองตาติด อีกทั้งเขายังทำให้เห็นแล้วว่าใครแพ้ก็เละตุ้มเป๊ะ หลิวเหมยกับฟู่กุ้ยถูกเล่นงานจนหน้าแดงไปหมด ฟู่กุ้ยเห็นหลิวเหมยเขินจนเป็นแบบนั้นในใจก็อยากเอาคืนให้ผู้หญิงของตัวเองบ้าง
พอจะเริ่มตาที่สามยังไม่ทันจะจับฉลากฟู่กุ้ยก็พูดขึ้น
“หมิงหลางชนะสองตาแล้ว เอาแบบนี้ ตานี้ไม่ต้องจับฉลาก ให้เสี่ยวเชี่ยนถาม อวี๋หมิงหลางตอบเป็นไง”
เอาเลย รักกันนักก็ฆ่ากันเองเลย~

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย