เข้าสู่ระบบผ่าน

แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย นิยาย บท 820

“ใช่ค่ะ ผู้หญิงถ้าไม่รู้จักควบคุมพฤติกรรมตัวเองก็ต้องตกเป็นขี้ปากของสังคม” ผู้อำนวยการพูดจบอยู่ๆก็นึกถึงเรื่องราวแย่ๆของตัวเองในอดีต ทัศนคติที่หยั่งรากลึกขัดแย้งกับเรื่องจริงที่เธอเผชิญอาการหวาดระแวงของเธอเริ่มออกอีกแล้ว แต่เพื่อรับมือกับเฉินเสี่ยวเชี่ยนที่รู้ความลับของเธอ เธอยอมทำตัวเห็นด้วยกับผู้หญิงคนนี้

ผู้อำนวยการร่วมวงด่าเสี่ยวเชี่ยนกับผู้หญิงคนนี้ ในที่สุดก็วกเข้าประเด็นหลัก

“ลูกชายคุณอาการหนักไหมคะ?”

“ก็แค่อารมณ์ฉุนเฉียวโมโหง่าย อันที่จริงก็ไม่มีอะไรหรอก พวกเราคอยดูแลให้มากหน่อยก็ได้แล้ว พ่อเขานั่นแหละที่อยากจับลูกมาอยู่ที่นี่ให้ได้ นี่มันนรกบนโลกมนุษย์ไม่ใช่เหรอ ลูกชายที่น่าสงสารของฉัน” ผู้หญิงคนนี้ร้องไห้เอามือปิดหน้า

ในสายตาของเธอ การที่ลูกถูกจับมัดเป็นเรื่องที่โหดร้ายมาก ห้องผู้ป่วยของศูนย์บำบัดจิตใจแม้กระทั่งหน้าต่างก็ยังติดลูกกรง ไม่ต่างอะไรกับติดคุก ไม่มีอิสระเลยแม้แต่น้อย

“เลิกพูดเถอะน่า เขาอยู่บ้านทั้งพูดจารุนแรงทั้งจะใช้กำลัง อาการหนักแบบนั้นถ้าออกไปทำร้ายคนข้างนอกจะทำยังไง” คนเป็นพ่อมองทุกอย่างตามความจริง รู้ว่าการที่ศูนย์บำบัดจิตใจทำแบบนั้นกับคนไข้อันที่จริงก็เพื่อตัวคนไข้เอง

เวลาที่โรคประสาทอาการกำเริบคนไข้จะควบคุมตัวเองไม่ได้ ไม่เพียงแต่จะทำร้ายคนอื่น บางครั้งยังทำร้ายตัวเองด้วย การที่ติดลูกกรงภายในห้อง จำกัดอิสระ ก็เพื่อป้องกันพฤติกรรมรุนแรงเวลาอาการกำเริบ

“ก็สมน้ำหน้าไง ใครใช้ให้นังจิ้งจอกนั่นออกมาเพ่นพ่านยั่วคน”

พูดกับผู้หญิงแบบนี้ไปก็เท่านั้น สามีหลับตา ตัดสินใจแล้วว่าจะมองข้ามสิ่งเหล่านี้

ส่วนผู้อำนวยการกลับเกิดความคิด ปล่อยคนไข้คนนั้นออกมาจะทำร้ายคน ทำร้ายคน…

คล้ายกับในสมองมีเสียงกำลังพูดกับเธอ ถ้าหมอคนนั้นเกิดเรื่องขึ้นก็จะไม่เอาเรื่องที่เธอถูกทำร้ายไปพูด ไม่ต้องถึงกับเอาชีวิต ขอให้มันเป็นเหมือนเธอก็พอ เป็นเหมือนเธอ…

“คุณเอาเบอร์มาให้ฉันสิคะ ฉันรู้จักหมอทางนี้ เดี๋ยวจะแนะนำโรงพยาบาลถูกๆที่ดีกว่านี้ให้” ในใจผู้อำนวยการเกิดความคิดไม่ดีขึ้นมาแล้ว พฤติกรรมก็เริ่มออกทันที

“จริงเหรอ? งั้นเดี๋ยวฉันให้เบอร์บ้านไปนะ…”

ผู้หญิงสองคนต่างคิดกันไปคนละอย่าง ส่วนผู้อำนวยการได้มีหน่อความคิดชั่วร้ายแตกขึ้นในจิตใจ

บนรถของฟู่กุ้ย แก้มของหลิวเหมยป่องจนแทบระเบิด

“พี่ไม่น่าห้ามฉันเลย ฉันล่ะอยากเข้าไปถีบสักสองที คนแบบนี้มันวอนโดนเท้าชัดๆ”

ฟู่กุ้ยยิ้มออกมาไม่พูดอะไร

“ทะเลาะกับคนมีอคติ ตรงนี้เธอมีปัญหาหรือเปล่า?” เสี่ยวเชี่ยนชี้ที่หัวตัวเอง

“แต่เขาพูดจาเกินไปจริงๆนะพี่ เรียกพี่ว่านังจิ้งจอกหาว่าพี่ไปทำลูกเขาอาการหนัก”

“อุ๊บ” เสี่ยวเชี่ยนขำ “เขาชมพี่ว่าสวยแล้วเธอจะโกรธทำไม?”

“นั่นเรียกชมเหรอ? ฉันเห็นเขาแทบจะยกพี่เป็นตัวกาลกิณีบ้านเมืองเลยด้วยซ้ำ” ได้ยินคนอื่นว่าคนของตัวเองแบบนี้มันทนไม่ได้

“เขาอยากจะพูดอะไรก็เรื่องของเขา พวกเราไม่จำเป็นต้องไปหงุดหงิดกับคนแบบนี้ มีแต่จะเสียสุขภาพเปล่าๆ เร็วเข้าพี่ฟู่กุ้ย เอาชาดอกเก๊กฮวยให้หลิวเหมยดื่มดับไฟโกรธหน่อย”

“ดื่มหน่อยนะ โมโหไปก็ไม่คุ้มหรอก” ฟู่กุ้ยเอามือข้างหนึ่งหยิบกระบอกน้ำให้หลิวเหมย

“ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้นี่”

“พี่จะบอกอะไรให้นะ ต่อไปถ้าเจอคนที่มีอคติรุนแรงแบบนี้อีกถ้าไม่เข้าไปถีบให้เขากลัวเธอก็หลบให้ไกลอย่าได้ไปต่อปากต่อคำ ไม่งั้นเธอได้เป็นบ้าแน่”

“ดูสิ พี่สะใภ้ยังบอกให้ฉันเข้าไปถีบเลย พี่นั่นแหละไม่น่าห้ามฉัน”

ผู้หญิงที่โพสต์ลงในอินเตอร์เน็ตว่าตัวเองน่าสงสารที่สุดในโลกคนนั้นแต่งตัวสวมเสื้อกล้ามนุ่งกางเกงขาสั้น นั่งแคะเล็บพลางกินแตงโม สาเหตุที่ไม่ได้ยินเสียงเคาะประตูเป็นเพราะใส่หูฟังอยู่ กำลังดูหนังอย่างว่าของญี่ปุ่น แถมยังส่งเสียงร้องครางตามด้วย

หลิวเหมยรู้สึกตัวเองโง่ไปเลย

เสี่ยวเชี่ยนพอฟังถึงตรงนี้ก็หัวเราะออกมา

หลิวเหมยเล่าได้เห็นภาพมาก เสี่ยวเชี่ยนประหนึ่งเห็นผู้หญิงสติเพี้ยนๆคนหนึ่งนั่งแคะเล็บกินแตงโมอยู่ตรงหน้า ปากก็ครางเสียงไปด้วย

“เขาเห็นฉันยังตกใจเลยพี่ ถามฉันว่าทำไมไม่เคาะประตู ถ้าฉันเคาะยังไงเขาก็ต้องได้ยิน”

“จากนั้นล่ะ?”

“ฉันก็เลยพูดถึงจุดประสงค์ที่ฉันมา บอกว่าเพื่อนๆเป็นห่วงเขามาก ฉันเลยกลับมาดู ที่เขียนลงในเน็ตน่ะมันอะไรกัน? ปรากฏเขากับพูดว่า…”

หลิวเหมยพอนึกถึงท่าทางสุดประหลาดของเพื่อนคนนี้แล้วก็โมโห

“เขาบอกว่าฉันเสือก เขาก็แค่เขียนเล่นๆดูว่าจะมีคนสนใจแค่ไหน ใครจะไปคิดว่าพวกเราเรียนหนังสือจนโง่กันไปหมด เรื่องแบบนี้ก็เชื่อ…ตอนที่เขาพูดนะฉันแทบอยากกระโดดถีบ”

ผลลัพธ์แบบนี้อยู่เหนือความคาดหมายของเสี่ยวเชี่ยนเล็กน้อย เธอกับฟู่กุ้ยมองหน้ากัน ฟู่กุ้ยผายมือออกอย่างจนปัญญา

“ต่อมาพี่ก็เข้าไปดู น่าเสียดายที่เขาเป็นคนปกติ ไม่ได้เป็นโรคประสาท”

ไม่ได้เป็นโรคหลงผิดอย่างที่ประธานเชี่ยนกับฟู่กุ้ยคิดไว้ แต่กลับเป็นคนที่ความคิดบิดเบี้ยวเป็นพิเศษ

และที่น่าแค้นกว่าก็คือ พอฟู่กุ้ยเข้าไปแล้ว เพื่อนที่เมื่อครู่ยังยิ้มเยาะหลิวเหมยอยู่กลับกลายเป็นคนมารยา พยายามยั่วยวนฟู่กุ้ย คะยั้นคะยอให้ฟู่กุ้ยกินแตงโม แต่ฟู่กุ้ยไม่กินของที่คนเอามือแคะเท้าหยิบยื่นให้หรอก อยู่กับหลิวเหมยสักพักก็รีบหนีออกมา

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย