“ให้ฉันเรียนทำอาหารไหม?” รู้สึกว่าแต่งงานแล้วถ้าทำอาหารไม่เป็นเลยมันออกจะนั่นไปหน่อย ตอนที่เสี่ยวเชี่ยนนั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงมุมนั่งเล่นริมหน้าต่าง เธอเห็นสะใภ้ทหารเดินถือตะกร้าจ่ายตลาดกัน เมื่อเทียบกับพวกเขาแล้วเธอดูบกพร่องในหน้าที่ของภรรยา
“ไม่ต้องหรอก หาแม่บ้านแถวนี้ให้มาทำสะดวกกว่า เอาแบบไม่ต้องให้ค้าง ดูแลอาหารสามมื้อ ช่วยทำความสะอาดบ้านนิดหน่อยก็พอ ช่วงนี้งานผมค่อนข้างยุ่ง ถ้าผมอยู่ก็ไม่ต้องหาคนมาทำหรอก”
“แบบนี้อีกหน่อยเวลาที่นายโม้ให้เพื่อนทหารฟังมันจะทำให้ความภูมิใจลดน้อยลงหน่อยหรือเปล่า?”
ภรรยาคนอื่นมีเมนูเด็ดเป็นของตัวเองทั้งนั้น แต่ประธานเชี่ยนกลับถนัดระเบิดครัว
“เรื่องโม้น่ะอย่าพูดถึงเลย…” อวี๋หมิงหลางยังจำคราวก่อนที่โม้ไปแล้วโดนแฉได้อยู่เลย
“คุณค่าของคนเราไม่ได้แสดงออกแค่เรื่องทำอาหาร คุณไม่ถนัดงานครัวแต่ถนัดอ่านใจคน เรื่องนี้ไม่ต้องโม้ คุณแค่ไปเดินเล่นในหมู่บ้าน แค่นี้ก็มีเกียรติเกินพอ”
มีภรรยาที่มากความสามารถเขาก็ภูมิใจมากแล้ว
คำพูดนี้ประจบได้ดี เสี่ยวเชี่ยนสบายใจขึ้นมาก
เธอสบายใจ เสี่ยวเฉียงน้อยก็อิ่มไปด้วย เพราะลูกเชี่ยนมีแถมบริการนวดหลังให้ด้วย นวดๆอยู่ก็ไปนวดจุดอื่น สุดท้ายกว่าทั้งสองคนจะได้ออกไปหาอะไรกินก็สี่ทุ่มแล้ว
ความสุขในชีวิตก็คือการได้กินเนื้อย่างเสียบไม้ทุกวัน แถมภรรยาสุดที่รักยังอาบน้ำเป็นเพื่อนด้วย ของแบบนี้ให้เอาเงินมาแลกเท่าไรอวี๋หมิงหลางก็ไม่ยอม ชีวิตแบบเทวดาจริงๆ
ทั้งสองคนเลือกร้านที่อยู่ไม่ไกล ปรากฏว่าได้เจอคนรู้จักด้วย
“พี่รอง?” อวี๋หมิงหลางเห็นครอบครัวสามคนของพี่รองทันที
พ่านพ่านที่เข้าเรียนอนุบาลแล้วเริ่มมีมาดความหล่อ ทำทรงผมทหารแบบเดียวกับพี่รอง ถึงจะยังเด็กแต่กลับมีความสุขุม
เด็กคนนี้ตอนที่ยังเล็กกว่านี้เคยมีปัญหาเรื่องการมีปฏิสัมพันธ์ไประยะหนึ่งหนึ่งเพราะเคยถูกภรรยาเก่าของพี่รองทำร้าย ต่อมาด้วยความพยายามของต้าอีที่รักษาให้จนใกล้เคียงกับเด็กทั่วไปแล้ว เพียงแต่เด็กคนนี้จะดูนิ่งกว่าเด็กคนอื่น พูดน้อยมาก ยังดีที่ไอคิวไม่ต่ำ ตัวแค่นี้ท่องกลอนสมัยถังสามร้อยบทได้หมดแล้ว เท่าที่ฟังจากต้าอีเล่า ช่วงนี้เด็กคนนี้กำลังไล่ท่องกลอนสมัยถังให้หมด
เสี่ยวเชี่ยนสงสัยว่าเด็กคนนี้จะไอคิวสูงกว่าเด็กทั่วไป แต่ต้าอีกับพี่รองต่างไม่อยากพาลูกไปทดสอบไอคิว ให้อยู่แบบนี้ไปก่อน
พอเห็นครอบครัวของน้องชายอวี๋หมิงอี้ก็พยักหน้า “กำลังจะโทรหาพวกนาย พวกนายก็มาพอดี”
นี่แหละความรู้ใจ
อวี๋หมิงหลางพาเสี่ยวเชี่ยนเดินเข้าไป พ่านพ่านพอเห็นเสี่ยวเชี่ยนก็อ้าปากเรียกอา สำหรับเด็กน้อยแล้ว นี่ถือเป็นคนที่เขาชอบมากที่สุด
ถ้าเป็นคนที่เด็กน้อยไม่ชอบหรือไม่คุ้นเคย แม้แต่เรียกสักคำก็ยังไม่มี
เสี่ยวเชี่ยนสงสัยมาตลอดว่าสามคนนี้อยู่กันยังไง
คนที่พูดน้อยทั้งสามคนมาอยู่ด้วยกัน
พี่รองเป็นผู้ชายที่ไม่ค่อยมีเรื่องคุย ต้าอีเองก็พูดน้อย พ่านพ่านยิ่งแล้วใหญ่ วันๆพูดไม่เกินสิบประโยค เสี่ยวเชี่ยนสงสัยว่าบ้านพี่รองตั้งแต่เช้ายันเย็นคงจะเงียบมาก
“แถวบ้านพวกพี่ไม่มีร้านเนื้อย่างหรือไง ทำไมมากินแถวนี้?” หมู่บ้านของอวี๋หมิงหลางอยู่คนละทางกับหมู่บ้านพี่รอง ดังนั้นเสี่ยวเฉียงถึงได้สงสัยการมาของครอบครัวพี่รอง
รอบๆหมู่บ้านทหารมีร้านอาหารให้เลือกมากมาย ค่อนข้างมีครบทุกอย่าง ใช้ชีวิตได้อย่างครบวงจร โดยเฉพาะทหารอากาศอย่างพี่รอง คุณภาพชีวิตดีกว่าพวกอวี๋หมิงหลาง
“ต้าอีบอกอยากกินทางนี้” แต่ไหนแต่ไรมาพี่รองตามใจภรรยาตัวเองตลอด อันที่จริงพวกเขากินข้าวเย็นกันแล้ว ทุกคนเตรียมเข้านอนกัน แต่ต้าอีนอนไม่หลับเดินไปเดินมาอยู่ในห้องบอกว่าอยากกินเนื้อย่างแถวบ้านเสี่ยวเชี่ยน
ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนเคยมากินด้วยกัน ตอนนี้นอนไม่หลับ ถ้าไม่ได้กินจะว้าวุ่นใจ รู้สึกแย่มาก
เสี่ยวเชี่ยนอยากพูดออกไปว่า ถ้าไม่ได้โตในแนวตั้งแต่ขยายออกข้างจะทำไง?
แต่ด้วยสมองอันชาญฉลาดของเธอ จึงเงียบเอาไว้ดีกว่า
ถ้าไปขัดจังหวะการกินของต้าอีอีก นิสัยอย่างพี่รองไม่ว่าอะไรเธอแน่นอน แต่จะไปลงกับเสี่ยวเฉียงร้อยเปอร์เซ็นต์
ระหว่างที่กินอยู่ๆต้าอีก็นึกขึ้นได้เรื่องหนึ่ง
“ประธานเชี่ยน วันนี้ตอนที่ฉันไปรับพ่านพ่านเจอเถ้าแก่ใหญ่ด้วย เขาบอกว่าเธอจะเข้าแข่งขัน ฉันไปเป็นผู้ช่วยเธอได้ไหม?”
เถ้าแก่ใหญ่มีลูกสาวบุญธรรมชื่อหูเหม่ยจิ้ง เป็นครูอยู่ที่โรงเรียนอนุบาล และยังเคยเป็นคู่หมั้นของลูกชายคนโตที่ตายไป เถ้าแก่ใหญ่มักจะคอยไปเยี่ยมเยียนหูเหม่ยจิ้งเสมอ วันนี้ไปเจอต้าอีที่ไปรับพ่านพ่านพอดี
“ตอนนี้เธอเรียนจบแล้ว ช่วงเวลารอยต่อระหว่างรอเข้าเรียนปริญญาโทเธอมาร่วมแข่งกับฉันได้เหรอ?”
เสี่ยวเชี่ยนไม่รู้จริงๆว่าพาผู้ช่วยไปได้ด้วย
“เถ้าแก่ใหญ่ดูเงื่อนไขให้แล้ว เขาบอกว่าได้ การแข่งขันทางวิชาชีพครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะมุ่งเน้นไปที่นักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ ยังเน้นไปที่คนทำงานแล้วด้วย ไม่ใช่แค่จิตแพทย์ที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาล ยังมียังมีเจ้าหน้าที่รัฐกับEAPขององค์กรภายนอกด้วย เปิดกว้างมาก”
EAPก็คือโปรแกรมจิตวิทยาที่เอาไว้ช่วยเหลือพนักงานในองค์กร
ส่วนหน่วยงานรัฐที่จำเป็นต้องใช้นักจิตวิทยามืออาชีพโดยทั่วไปเป็นระบบด้านการรักษาความปลอดภัย อย่างเช่น เรือนจำ สถานฝึกอาชีพทัณฑสถาน เป็นต้น
จิตวิทยาถูกนำไปประยุกต์ใช้ในวงกว้าง การคัดเลือกคนเข้าทำงานก็ใช้เยอะ แต่การที่จะสามารถทำงานแบบนี้ได้อย่างน้อยๆก็ต้องจบปริญญาโท จบแค่ปริญญาตรีไม่มีอนาคต
เปิดเทอมเดือนกันยายนต้าอีเพิ่งจะเป็นนักศึกษาปริญญาโทปีหนึ่ง ดังนั้นเธอจึงไม่มีสิทธิ์ลงแข่งขัน ศาสตราจารย์หลิวรู้ว่าเธอไม่เพียงแต่จะเป็นพี่สะใภ้เสี่ยวเชี่ยน ยังมีความสัมพันธ์เป็นศิษย์อาจารย์กันอีกด้วย จึงอยากให้ต้าอีไปเป็นผู้ช่วยเสี่ยวเชี่ยน คอยช่วยค้นหาข้อมูลและจะได้เพิ่มพูนประสบการณ์ไปในตัว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แผนรักสยบใจบอสสาวตัวร้าย