หยู่เหวินเห้าตอบ “อืม” คำเดียว พร้อมกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะดึงนางเข้ามาโอบกอดเอาไว้ กอดเอาไว้อย่าหนาแน่น แน่นจนเกือบทำเอานางขาดอากาศหายใจเลยทีเดียว “เจ้าไม่โกรธแล้ว?สิ่งที่ข้าพูดไปล้วนเป็นคำพูดเหลวไหลทั้งนั้น เจ้าอย่าไปใส่ใจเลย”
กลิ่นสุราจากตัวเขาแพร่กระจายออกมาจนหยวนชิงหลิงรู้สึกมึนหัว
นางพยายามดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ไม่อาจหลุดจากเขาได้ นางจึงได้เพียงซบลงไปในอ้อมกอดของเขา แล้วลมหายใจจากตัวเขาก็ทำให้ความว้าวุ่นใจตลอดทั้งคืนของนางสงบลง
ใบหน้าของนางแนบลงบนเสื้อผ้าเรียบของเขา พลางรู้สึกปวดใจเกินจะอดกลั้นจนน้ำตาไหลพรากออกมา
หยู่เหวินเห้ารับรู้ว่านางกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะตบหน้าตัวเองไปสองที
หลังจากที่ความโกรธเคืองหายไป เขาถึงเพิ่งรู้ตัวว่าคำพูดของตัวเองนั้นเลวร้ายเพียงใด
เขาปล่อยนางแล้วเอามือมาประคองใบหน้าของนาง ก่อนใช้นิ้วมือค่อยๆ ปาดน้ำตาของนางออกอย่างเบามือ แล้วพูดด้วยความรู้สึกผิด : “ข้าขอโทษ ข้าผิดไปแล้ว ข้าไม่ควรพูดจาเช่นนั้นมาทำร้ายจิตใจของเจ้า”
หยวนชิงหลิงมองเขาด้วยดวงตาที่แดงระเรื่อ ก่อนจะแนบใบหน้าของตัวเองลงไปบนฝ่ามืออันหยาบกร้านของเขา “ข้าเองก็ผิดเช่นกัน แต่ว่าไม่ว่าพวกเราจะทะเลาะกันเพียงใด คำพูดเช่นนั้นห้ามพูดอีกเป็นอันขาด มันทำร้ายจิตใจกันเกินไป”
“ข้าขอสัญญาว่าข้าจะไม่พูดจาเช่นนั้นอีก ข้าจะไม่พูดอีกเป็นอันขาด” หยู่เหวินเห้าโอบกอดนางอีกครั้ง ความโกรธเคืองที่เขาได้แสดงออกมาในตอนอยู่ที่จวนของเหลิ่งจิ้งเหยียนนั้น หลังจากที่ระบายออกมามันก็จางหายไปจนหมดแล้ว
เพียงเพราะว่าชื่อเสียงหน้าตา เขาถึงต้องทำท่าทีอวดเก่งต่อหน้ากู้ซือและเหลิ่งจิ้งเหยียน แต่จริงๆ แล้วนับตั้งแต่วินาทีที่เขาออกประตูไป เขาก็เริ่มเสียใจและกังวลแล้ว
“ทังหยางบอกว่าเจ้ายังไม่ทานอาหารเลย” หยู่เหวินเห้าปล่อยนางพลางเลิกคิ้ว แล้วถามนาง
“ข้าไม่หิว กินไม่ลงด้วย”
“ข้าก็ยังไม่ได้ทานเลย เจ้าทานกับข้าสักนิดเถอะ” หยู่เหวินเห้าพูดโดยไม่โอกาสนางปฏิเสธ แล้วเดินออกไปสั่งให้คนจัดเตรียมอาหารทันที
ทางด้านแม่นมสี่ได้มีการจัดเตรียมไว้ตั้งแต่นานแล้ว เหลือเพียงรอให้นางบอกว่าหิวแล้วถึงจะได้เรียกให้คนนำอาหารมาถวายได้อย่างทันควัน
ทางด้านสวีอีที่ชะเง้อมองเข้าไปด้านใน อะซี่ที่เห็นเข้าก็ต่อว่าเขาทันที “เจ้าจะทำอะไร?”
“เจ้าอ๋องได้ถามถึงเรื่องของเด็กคนนั้นหรือยัง ?” สวีอีถาม
“ยังไม่ถาม และไม่ต้องการถามด้วย อย่าหาเรื่องเลย ไม่ง่ายเลยกว่าจะสงบลงได้” อะซี่ผลักเขาออกไป
สวีอีจับเอวเอาไว้ “อย่าผลักข้า เจ้าทำให้ข้าต้องเจ็บตัว ข้ายังไม่ได้คิดบัญชีกับเจ้าเลย”
เมื่อพูดเรื่องที่หลังได้รับบาดเจ็บ อะซี่ก็รู้สึกผิดขึ้นมาทันที “เช่นนั้นอีกสักครู่กลับไป ข้าจะเอายาดองสมุนไพรมาทาให้เจ้า”
“เดี๋ยวนี้เลย !” สวีอีรู้สึกว่าพอนางผลักก็มีอาการเจ็บขึ้นมาทันที
อะซี่จึงตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์ : “ไปเถอะๆ ข้าจะได้ไม่ต้องติดค้างอะไรเจ้า”
หยวนชิงหลิงที่ทานบะหมี่เส้นไปได้เพียงครึ่งถ้วย ก็รู้สึกว่าไม่สามารถทานลงไปได้อีกต่อไป นางจึงวางถ้วยลง : “เจ้าจะดื่มยาสร่างเมาอยู่หรือไม่?ข้าจะได้สั่งให้คนไปเตรียมมาให้”
“ไม่ต้อง ข้าได้สติแล้ว” หยู่เหวินเห้าที่เห็นว่านางไม่ทานแล้ว เขาเองก็หยุดทานด้วยเช่นกัน ก่อนที่จะเดินเข้าไปประคอง “ไปนอนกันเถอะ”
“ออกไปเดินสักหน่อยเป็นไร?” หยวนชิงหลิงถาม
“ไม่ต้องไปแล้ว เย็นนี้เจ้าเพิ่งลื่นล้มไป จะเคลื่อนตัวมากนักไม่ได้แล้ว เจ้าล้มไปโดนตรงไหน?ไม่เจ็บแล้วจริงหรือ?” หยู่เหวินเห้าถามด้วยความห่วงใย
หยวนชิงหลิงส่ายหน้า พลางยืดหลังตรง เย็นวันนี้ตอนที่กำลังอาบน้ำนางมีอาการเหม่อลอย ทำใหเตอนที่เดินออกมาเท้าลื่นไถลจึงทำให้หัวของนางไปกระแทกเข้ากับฉากกั้นห้อง ส่วนบริเวณหัวนั้นไม่ได้เจ็บอะไร เพียงแต่ตอนที่ลุกขึ้นมีอาการปวดท้องเล็กน้อยเท่านั้น ทว่าเมื่อผ่านไปสักพักก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว
หยวนชิงหลิงยืนกรานที่จะออกไปเดินข้างนอกเสียหน่อย เพราะหลังจากทานอาหาร นางไม่อยากนอนเลยทันที
หยู่เหวินเห้าจึงทำได้เพียงออกไปพร้อมกับนาง
เขากุมมือของนาง ซึ่งฝ่ามือของนางมีความเย็นเฉียบ ในขณะที่นางก็ทำตัวนิ่งเงียบ
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บัลลังก์หมอยาเซียน
สองขาของหยู่เหวินเห้าก็คดงอคุกเข่าลงอย่างช่วยไม่ได้ เอ่ยอย่างไม่เต็มใจเลยสักนิดว่า “ลูกยินดียอมรับโทษทัณฑ์ที่เหลือของเสด็จพ่อ ชอบข้อความบทนี้ตลกดีคะพระเอก ตอน 394...
1...
1...
เพิ่งอ่านได้ 2ร้อยกว่าหน้า สนุกน่าติดตามมาก แต่ทั้งเรื่องมี2พันกว่าหน้า ทำไงจะอ่านจบ...
ขอบคุณผู้แต่ง และ novelones มากๆค่ะ ดีที่สุด อ่านรอบที่ 4 แล้วก็ยังสนุกครบรส ❤️...
เรื่องนี้ถือว่าสมบูรณ์มากสนุกต้นถึงจบ อยากให้เป็นซีรี่ย์...
สนุก ตลกดี เนื้อเรื่องชวนติดตามแต่คำผิดเยอะไปหน่อยค่ะ...