เข้าสู่ระบบผ่าน

บัณฑิตยอดนักคิดแห่งต้าเย่ นิยาย บท 449

กัวฉางคลี่ยิ้ม “ไม่ใช่วันพิเศษหรอก นี่คือชีวิตตามปกติของเรา!”

“กินเช่นนี้กันทุกวันเลยหรือ?”

ซานฮั่วฉินมีสีหน้าไม่อยากเชื่อ ฉินต้าโก่ว และฉินเอ้อร์โก่วก็เต็มไปด้วยความสงสัยเช่นกัน!

อาหารนี้อร่อยกว่าที่พวกเจ้าของที่ดินกินเสียอีก คงจะดีไม่น้อยหากคนได้กินข้าวอิ่มทุกวัน จะทำให้ครอบครัวได้กินเนื้อทุกวันเช่นนี้ได้อย่างไร!

“ผู้มีพระคุณของข้ากลัวว่าพวกเราจะไม่ยอมกินข้าว จึงสร้างโรงอาหารขนาดใหญ่แห่งนี้ขึ้นมา”

กัวฉางอธิบายด้วยรอยยิ้ม “ดูแลอาหารสองมื้อต่อวัน ผักหนึ่งจาน ซุปหนึ่งอย่าง และเนื้ออย่างน้อยสามตำลึง สามารถกินข้าวฟ่างและซาลาเปาไส้เนื้อได้ตามต้องการ”

“อ๊ะ!”

ซานฮั่วฉินตกตะลึง

หากแค่ฟัง พวกเขาคงไม่เชื่อ แต่หลังจากมองพวกชาวบ้านดี ๆ ก็เชื่อทันที!

พวกชาวบ้านใบหน้ามีเลือดฝาดและแก้มอ้วน แตกต่างจากคนหิวโหยที่มีร่างผอมกระหร่องทั่วไป

ฉินต้าโก่วเม้มปาก แล้วพูดว่า “ไม่น่าแปลกใจเลย ที่มีคนมาทำงานให้กับนายท่านหวังมากมาย อาหารอร่อยมาก ต่อให้จะไม่ได้เงินตอบแทนก็จะมาทำงานที่นี่!”

ฉินเอ้อร์โก่วก็พยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน

“จ่ายเงินให้ทุกคนด้วย!”

กัวฉางรีบแก้ไข “ทุกคนที่ทำงานให้กับนายท่านจะได้รับค่าจ้าง ตัวอย่างเช่น พ่อครัวเหล่านี้ ได้รับเงินอย่างน้อยสองตำลึงต่อเดือน คนที่อยู่ในกลุ่มประมงก็ได้รับเงินอย่างน้อยสองตำลึงต่อเดือนเช่นกัน ส่วนกลุ่มทหารองครักษ์เหล่านั้น สมาชิกจะได้รับเงินอย่างน้อยสี่ตำลึงต่อเดือน! หัวหน้าบางคนได้รับเงินมากกว่าสิบตำลึงต่อเดือน”

“อะไรนะ!”

สามพ่อลูกตกตะลึง

เดิมทีคิดว่าเนื่องจากอาหารในหมู่บ้านต้าหวังนั้นอร่อยมาก จึงไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าจ้างอีก!

เพราะในเดือนที่หนาวที่สุดของฤดูหนาว ผู้คนจำนวนมากขาดแคลนอาหารและเสื้อผ้า จึงต้องทำงานเพียงเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ

คาดไม่ถึงว่าค่าตอบแทนในการทำงานที่นี่สูงจนน่ากลัว!

กัวฉางพูดอย่างภาคภูมิใจ “ไม่เพียงแต่ได้เงินเดือนสูงเท่านั้น เรายังได้สวัสดิการด้วย”

“อันคนเราแรกเกิดเดิมที มีนิสัยดีเป็นเนื้อแท้ แต่ละคนแต่ละนาม นิสัยเปลี่ยนตามการอบรม...”

หวังปี้จงที่มีเสียงใสคมชัดเหมือนคนหนุ่ม สวมชุดคลุมยาวเดินเอามือไพล่หลังไปรอบ ๆ ห้อง

ซานฮั่วฉินพูดด้วยความประหลาดใจ “เหตุใดถึงมีเด็กเยอะมาก ในโรงเรียนส่วนตัวของหมู่บ้านพวกเจ้า”

ปกติจะมีเด็กเพียงไม่กี่คนในโรงเรียนส่วนตัวในชนบท มักมีจำนวนไม่เกินสิบคน

สาเหตุหลักมาจากพื้นที่ชนบทยากจน อาหารจึงเป็นปัญหา จึงมีไม่กี่ครอบครัวที่ให้ลูกเรียนหนังสือได้!

กัวฉางพูดด้วยรอยยิ้ม “ที่นี่ไม่ใช่โรงเรียนส่วนตัว แต่นี่คือโรงเรียนประถม ดำเนินการโดยผู้มีพระคุณ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินจ่ายค่าเล่าเรียน หากเรียนได้ดีก็จะได้รับรางวัล ไม่เพียงแต่หมู่บ้านของเราเท่านั้น แต่ยังมีเด็ก ๆ จากหมู่บ้านใกล้เคียงที่ต้องการเรียนมาด้วย ไม่ว่าใครก็มาเรียนได้ และยังมีอาหารตอนเที่ยงเลี้ยงด้วย!”

“...”

สามพ่อลูกมึนงง

เล่าเรียนฟรีและดูแลเรื่องอาหาร การกลับชาติมาเกิดของพระโพธิสัตว์นั้น ไม่เพียงพอที่จะบรรยายถึงนายท่านหวังคนนี้

กัวฉางเงยหน้าขึ้นพูดว่า “ไม่ใช่แค่เด็ก ๆ แต่ผู้ใหญ่อย่างพวกเราก็เริ่มเรียนหนังสือด้วย ผู้มีพระคุณมีธุรกิจอยู่ในเมืองด้วย ใครก็ตามที่สามารถอ่านตัวอักษรได้สามร้อยตัว และเขียนโฉนดได้ ก็สามารถทำงานเป็นเจ้าของร้านในเมืองได้!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บัณฑิตยอดนักคิดแห่งต้าเย่